Table-Top RPG (TTRPG) คืออะไร
สั้น ๆ คือเป็นเกมสวมบทบาทที่เรานั่งโต๊ะเล่นกันครับ เกมสาย RPG (Role Playing Game) นี่มีหลากหลายรูปแบบมากครับ เป็น video game, LARP (Live Action Role Playing) แบบใส่ชุดมาสวมบทบาทกันจริง ๆ เลย หรือเป็นแบบบอร์ดเกมที่ผสมการสวมบทบาทลงไป เป็นแบบหนังสือเกมก็มี
TTRPG นั้นมีรูปแบบคล้ายกันในทุกเกมในกลุ่มนี้ครับ คือมี Game Master (GM) หรือ Dungeon Master (DM) เป็นคนเล่าเรื่อง ตัดสิน และสวมบทบาทเป็นตัวละครอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น และมีผู้เล่นที่สวมบทบาทเป็นตัวละครของตน ผจญภัยไปตามเนื้อเรื่องที่ DM นำเสนอ เกมจะมีชุดกฏเอาไว้ตัดสินเรื่องต่าง ๆ ในการสำรวจ ติดต่อสื่อสาร และการต่อสู้
ผลจากการเล่นจะไม่ได้เน้นที่การแพ้ชนะเหมือนกับเกมกระดานอื่นครับ จะเน้นไปที่ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ในการเล่นไปตามเนื้อเรื่องที่สนุก การได้คิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานเป็นทีม DM จะได้การจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การรักษาจังหวะการเล่นเกม และการวางแผนการนำเสนอเกมต่อผู้เล่นด้วย
ความเป็นมา
เท่าที่ผมสืบค้นได้ก็มักจะไปจบที่คุณ Gary Gygax และ Jeff Perren ออกกฏเกม Chainmail ออกมาในปี 1971 เป็นเกมสงครามแบบยุคกลาง ใช้โมเดลจิ๋ว (miniature) มาสู้กัน ต่อมาคุณ Gary ได้ออกเนื้อหาเพิ่มเติมแนวแฟนตาซี มีพ่อมด มังกร และยูนิตอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา แต่ก็ยังอยู่ในบริบทของเกมสงครามอยู่
สิ่งเหล่านี้เป็นแรงบรรดาลใจให้ Dave Arneson เสนอแคมเปญ Blackmoor ขึ้นมา และร่วมกับ Garry พัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็น Dungeons & Dragons ในที่สุดครับ
ถ้าคุณเริ่มสนใจ D&D ตอนนี้ก็ edition 5 (2024) แล้วครับ เกมพัฒนามาเรื่อย ๆ แนวทางการออกแบบก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เอาไว้คุยกันเรื่อง version อีกทีนะครับ ยาวมากบอกเลยเพราะมันก็ตั้ง 50 ปีแล้วเนอะ
มีเกมอะไรให้เล่นนอกจาก D&D บ้าง
เกม Table-Top RPG สมัยนี้มีเยอะมาก ๆ ครับ ถึงแม้แนวทางการเล่นจะคล้าย ๆ กันหมด แต่ก็มีการปรับเน้นส่วนต่าง ๆ ในเกมไม่เท่ากัน อย่าง D&D เอง version ใหม่กับเก่าก็ไม่เหมือนกัน ของเก่าจะเน้นการบริหารทรัพยากรและเวลา ให้ผู้เล่นสนุกตื่นเต้นกับดันเจียนหฤโหดที่ลงไปก็ตายได้ทันที มาเป็นเน้นการเล่าเรื่อง การสร้างและพัฒนาตัวละคร รวมถึงการต่อสู้เพื่อขับเคลื่อนเรื่องราวไปจนจบ การสำรวจและการบริหารทรัพยากรไม่ค่อยเน้นเท่าไร เกมในกลุ่มเน้นเนื้อเรื่องนอกจาก 5e ก็จะมี Pathfinder เน้นกลยุทธ์ในการต่อสู้ให้ดูเหมือนกำลังอยู่ในหนังแอ็คชัน, Nimble ที่ใช้พื้นฐานจาก 5e SRD มีระบบการต่อสู้ที่แตกต่างฉับไวกว่า
พอการสำรวจหายไปประกอบกับความเหนื่อยล้าของ DM ที่ต้องเตรียมเรื่องราวอย่างหนักหน่วง ก็มีแนวทางอย่าง OSR (Old-School Revival หรือ Old School Renaissance) เกิดขึ้นครับ คือเน้นการสำรวจดันเจียนเหมือน D&D ยุคเริ่มแรก ผู้เล่นจะได้สนุกกับการบริหารทรัพยากร เวลา และการออกสำรวจ โดยมีกฏที่รื้อฟื้นจากของเก่าและปรับให้เข้ากับผู้เล่นสมัยใหม่ เกมอย่าง Old-School Essentials, Dungeon Crawl Classics หรือ Shadowdark เนื้อเรื่องก็ยังมีอยู่แต่เพิ่มกิจกรรมให้ตัวละครได้ปะทะกับความโหดร้ายของธรรมชาติด้วย สนุกไปอีกแบบ
นอกจากเกมแนว D&D แล้วที่นิยมเล่นกันยังมี Call of Cthulhu เกมแนวสืบสวนและเอาตัวรอดจากลัทธิปริศนาที่พยายามปลุกเทพเจ้าโบราณ หรือ Vampire The Masquerade ที่ให้คุณเป็นแวมไพร์กระหายเลือดวางแผนเพื่อความยิ่งใหญ่ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายจากอมนุษย์
รายการที่กล่าวมานี่ผมเองก็ยังลองเล่นไม่หมดเลยครับ แต่ก็น่าสนุกทุกเกมเลย นึกอะไรออกจากมาเขียนไว้นะครับ เจอกันคราวหน้าครับ