พาลาดิน (Paladin)

พาลาดิน

เกราะเหล็กที่แวววาวในแสงแดดแม้จะต้องเจอกับฝุ่นและสิ่งสกปรกจากการเดินทางไกล มนุษย์หญิงวางดาบและโล่ของเธอลงและวางมือของเธอไว้บนชายที่บาดเจ็บสาหัส แสงแห่งสวรรค์ส่องประกายออกมาจากมือของเธอ บาดแผลของชายคนนั้นปิดสนิท และดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

คนแคระหลบซุ่มตัวอยู่หลังผาหิน เสื้อคลุมสีดำของเขาทำให้เขาแทบมองไม่เห็นในตอนกลางคืน และเฝ้าดูกลุ่มนักรบออร์คกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะที่เพิ่งได้รับ เขาลอบเข้าไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางพวกมันและกระซิบคำปฏิญาณ และออร์คสองตัวก็ตายก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่าเขาอยู่ที่นั่นด้วยซ้ำ

ผมสีเงินเปล่งประกายในลำแสงที่ดูเหมือนจะส่องสว่างให้เขาเพียงคนเดียว เอลฟ์หัวเราะด้วยความปิติ หอกของเขาส่องประกายเหมือนดวงตาของเขาขณะที่เขาแทงยักษ์น่าเกลียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดแสงของเขาก็เอาชนะความมืดมิดที่น่ากลัวนั้นได้

ไม่ว่าพวกเขาจะมีต้นกำเนิดและภารกิจอะไรก็ตาม นักรบศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีคำสาบานร่วมกันที่จะยืนหยัดต่อสู้กับกองกำลังชั่วร้าย ไม่ว่าจะสาบานต่อหน้าแท่นบูชาของเทพเจ้าและเป็นพยานของนักบวช ในป่าศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าวิญญาณแห่งธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตจากภูต หรือในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังและความเศร้าโศกที่มีเพียงผู้ตายเป็นพยาน คำสาบานของนักรบศักดิ์สิทธิ์เป็นสายสัมพันธ์ที่ทรงพลัง เป็นแหล่งพลังที่เปลี่ยนนักรบผู้เคร่งศาสนาให้กลายเป็นแชมเปี้ยนผู้ได้รับพร

หนทางแห่งความถูกต้อง

พาลาดินสาบานที่จะรักษาความยุติธรรมและความชอบธรรม ยืนหยัดเคียงข้างสิ่งดี ๆ ของโลกเพื่อต่อต้านความมืดที่เข้ามา และตามล่ากองกำลังแห่งความชั่วร้ายทุกที่ที่พวกมันซุ่มซ่อนอยู่ พาลาดินแต่ละคนจะมุ่งเน้นไปที่แง่มุมต่างๆ ของเหตุผลแห่งความชอบธรรม แต่ทั้งหมดผูกมัดด้วยคำสาบานที่มอบอำนาจให้พวกเขาทำภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าพาลาดินหลายคนจะอุทิศตนให้กับเทพเจ้าแห่งความดี แต่พลังของพาลาดินมาจากการมุ่งมั่นต่อความยุติธรรมเองและจากเทพเจ้า

พาลาดินฝึกฝนเป็นเวลาหลายปีเพื่อเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ โดยชำนาญอาวุธและชุดเกราะต่างๆ ถึงกระนั้น ทักษะการต่อสู้ของพวกเขาก็ยังเป็นรองพลังเวทมนตร์ที่พวกเขาใช้: พลังในการรักษาคนป่วยและบาดเจ็บ พลังในการโจมตีคนชั่วและซอมบี้ และพลังในการปกป้องผู้บริสุทธิ์และผู้ที่เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

อยู่เหนือชีวิตปกติธรรมดา

ตามนิยามแล้ว ชีวิตของพาลาดินคือชีวิตแห่งการผจญภัย เว้นแต่ว่าการบาดเจ็บจนต้องพักรักษาจะทำให้เขาหรือเธอต้องห่างหายจากการผจญภัยไปชั่วขณะ พาลาดินทุกคนจะต้องใช้ชีวิตอยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับความชั่วร้ายในจักรวาล ไฟท์เตอร์มีค่อนข้างน้อยในกองกำลังทหารและกองทัพของโลก แต่มีคนเพียงไม่กี่คนที่สามารถอ้างสิทธิ์ในการเป็นพาลาดินได้ เมื่อพวกเขาได้รับการเรียก นักรบเหล่านี้จะละทิ้งอาชีพเดิมและหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้กับความชั่วร้าย บางครั้งคำสาบานของพวกเขาจะนำพวกเขาไปสู่การรับใช้ราชบัลลังก์ในฐานะผู้นำกลุ่มอัศวินชั้นยอด แต่ถึงอย่างนั้น ความภักดีของพวกเขาก็ยังคงอยู่เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อราชบัลลังก์และประเทศชาติ

พาลาดินออกผจญภัยและทำงานของตนอย่างจริงจัง การสำรวจซากปรักหักพังโบราณหรือสุสานที่เต็มไปด้วยฝุ่นอาจเป็นภารกิจที่ขับเคลื่อนด้วยจุดประสงค์ที่สูงกว่าการแสวงหาสมบัติ ความชั่วร้ายแฝงตัวอยู่ในคุกใต้ดินและป่าดึกดำบรรพ์ และแม้แต่ชัยชนะเล็กน้อยเหนือความชั่วร้ายก็สามารถทำให้สมดุลของจักรวาลพลิกผันไปจากความลืมเลือนได้

การสร้างพาลาดิน

มุมมองที่สำคัญที่สุดของตัวละครพาลาดินคือลักษณะของภาระกิจศักดิ์สิทธิ์ของเขาหรือเธอ แม้ว่าความสามารถของคลาสที่เกี่ยวข้องกับคำปฏิญาณ (oath) จะไม่มีให้ใช้จนถึงเลเวล 3 แต่การวางแผนไว้แต่ต้นโดยศึกษารายละเอียดของคำปฏิญาณไว้ก่อนก็เป็นเรื่องดี คุณอุทิศตอนเป็นข้ารับใช้ความดี ภักดีกับเทพเจ้าแหล่งความยุติธรรมและเกียรติ เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในเกราะเรืองรองที่เดินหน้าทำลายความชั่วร้ายหรือไม่? หรือคุณเป็นแชมเปียนแห่งแสงผู้ยิ่งใหญ่ ปกป้องดูแลทุกสิ่งที่สวยงามที่ต่อต้านอำนาจมืด เป็นอัศวินที่คำปฏิญาณสืบต่อกันมาเป็นประเพณียาวนานก่อนจะมีเทพเจ้าหลายองค์? หรือคุณเป็นอัศวินสันโดษที่สาบานจะแก้แค้นผู้ที่ทำชั่วอย่างร้ายกาจ ถูกส่งมาเป็นดั่งฑูตสวรรค์แห่งความตายโดยเทพเจ้าหรือถูกผลักดันโดยแรงแค้น? ภาคผนวก B มีรายการของเทพเจ้ามากมายที่ได้รับการบูชาจากพาลาดินในทุกมิติ เช่น ทอร์ม, ไทร์, เฮโรนีอัส, พาลาไดน์, คิริ-โจลิธ, โดล อาราฮ์, เพลิงสีเงิน, บาฮามุท, อาเธนา, รี-โฮราคฮ์ตี, และเฮมดาล

คุณมีประสบการณ์อย่างไรเมื่อได้รับเลือกให้เป็นพาลาดิน คุณได้ยินเสียงกระซิบจากเทพเจ้าที่มองไม่เห็นหรือฑูตสวรรค์ขณะที่คุณสวดภาวนาอยู่หรือไม่ หรือมีพาลาดินคนอื่นมองเห็นความสามารถที่มีอยู่ในตัวคุณและตัดสินใจที่จะฝึกคุณโดยให้เป็นผู้ติดตามก่อนหรือไม่? หรือมีเหตุการณ์ร้ายแรง บ้านเมืองของคุณถูกทำลายซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ผลักดันคุณให้ทำตามภาระกิจ บางทีคุณอาจจะหลงเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์ หรือกลุ่มลับของเหล่าเอลฟ์และพบว่าคุณถูกเรียกให้มาปกป้องผู้อพยพแห่งความดีและสวยงามนี้ หรือคุณอาจจะรู้จากความทรงจำเก่าของคุณว่าคุณต้องเป็นพาลาดิน เรียกว่าคุณเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ มันประทับไว้ในวิญญาณตั้งแต่แรกเลย

การเป็นผู้ต่อกรกับอำนาจมืด พาลาดินน้อยคนมากที่จะมีแนวทางชั่วร้าย (evil alignmet) พวกเขาส่วนใหญ่เดินในเส้นทางแห่งการช่วยเหลือและปกป้องความยุติธรรม พิจารณาถึงแนวทางของคุณที่เหมาะกับการปฏิบัติภาระกิจและมารยาทที่คุณจะปฏิบัติตนต่อเทพเจ้าและผู้คนทั่วไป คำปฏิญาณและแนวทางของคุณอาจจะพ้องกัน หรือคำปฏิญาณอาจจะเป็นสิ่งที่คุณจะก้าวไปเป็น

สร้างอย่างเร็ว

คุณสามารถสร้างพาลาดินได้อย่างรวดเร็วโดยทำตามคำแนะนำนี้ อย่างแรก ความแข็งแกร่ง (Strength) ควรเป็นคะแนนความสามารถที่สูงสุด ตามมาด้วยเสน่ห์ (Charisma) อย่างที่สอง เลือกภูมิหลังเป็นชนชั้นสูง (noble background)

เลเวล โบนัสความชำนาญ ความสามารถ — Spell Slots per Spell Level —
      1st 2nd 3rd 4th 5th
1st +2 สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ (Divine Sense)หัตถ์รักษา (Lay on Hands)
2nd +2 สไตล์การต่อสู้ (Fighting Style)การใช้คาถา (Spellcasting)ทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ (Divine Smite) 2
3rd +2 ร่างศักดิ์สิทธิ์ (Divine Health)ปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Oath) 3
4th +2 เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) 3
5th +3 การโจมตีเพิ่มเติม (Extra Attack) 4 2
6th +3 ออร่าแห่งการคุ้มครอง (Aura of Protection) 4 2
7th +3 ความสามารถจากปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Oath Feature) 4 3
8th +3 เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) 4 3
9th +4 4 3 2
10th +4 ออร่าแห่งความกล้าหาญ (Aura of Courage) 4 3 2
11th +4 ทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มระดับ (Improved Divine Smite) 4 3 3
12th +4 เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) 4 3 3
13th +5 4 3 3 1
14th +5 หัตถ์แห่งการชำระล้าง (Cleansing Touch) 4 3 3 1
15th +5 ความสามารถจากปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Oath Feature) 4 3 3 2
16th +5 เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) 4 3 3 2
17th +6 4 3 3 3 1
18th +6 เพิ่มระดับออร่าศักดิ์สิทธิ์ (Aura Improvements) 4 3 3 3 1
19th +6 เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) 4 3 3 3 2
20th +6 ความสามารถจากปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Oath Feature) 4 3 3 3 2

ความสามารถของคลาส

เมื่อเป็นพาลาดิน คุณจะได้รับความสามารถของคลาสดังนี้

ฮิตพอยต์

ฮิตไดซ์: 1d10 ต่อเลเวลพาลาดิน

ฮิตพอยต์เมื่อเลเวล 1: 10 + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution)

ฮิตพอยต์เมื่อเลเวลสูงขึ้น: 1d10 (หรือ 6) + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution) ต่อเลเวลพาลาดินหลังเลเวล 1

ความชำนาญ

เกราะ: เกราะทุกชนิด, โล่

อาวุธ: อาวุธพื้นฐาน, อาวุธสงคราม

เครื่องมือ: ไม่มี

การทอยป้องกัน: ความรอบรู้ (Wisdom), เสน่ห์ (Charisma)

ทักษะ: เลือก 2 ทักษะจาก การกรีฑา (Athletics), การมองทะลุ (Insight), การข่มขู่ (Intimidation), ความรู้ทางยา (Medicine), การโน้มน้าวใจ (Persuasion), และการศาสนา (Religion)

อุปกรณ์

คุณจะเริ่มด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ เพิ่มเติมจากอุปกรณ์ที่ได้รับจากภูมิหลัง:

  • (a) อาวุธสงครามและโล่อย่างละชิ้น หรือ (b) อาวุธสงคราม 2 ชิ้น
  • (a) หอกซัด (javelin) 5 ด้าม หรือ (b) อาวุธพื้นฐานใด ๆ
  • (a) ชุดอุปกรณ์นักบวช หรือ (b) ชุดอุปกรณ์นักสำรวจ
  • เกราะโซ่ (Chain mail) และสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ (Divine Sense)

คุณรับรู้ถึงสิ่งชั่วร้ายได้เหมือนกลิ่นเหม็นรุนแรงติดจมูก และความดีนั้นเหมือนเป็นเสียงสวรรค์ในหูคุณ โดยการใช้แอ็คชัน คุณสามารถเปิดประสาทสัมผัสในการตรวจจับสิ่งเหล่านี้ จนจบเทิร์นหน้าของคุณ คุณจะสามารถระบุตำแหน่งของเซเลสเทียล (celestial - สิ่งมีชีวิตจากสวรรค์), ฟีน (fiend - ปีศาจ) หรือันเดด (undead - ผู้ไม่ตาย) ภายในระยะ 60 ฟุตจากตำแหน่งของคุณโดยต้องไม่อยู่หลังที่กำบังเต็ม (total cover) คุณจะรู้จักชนิด (เซเลสเทียล, ฟีน หรืออันเดด) ของสิ่งที่ปรากฏตัวในสัมผัสรับรู้ของคุณ แต่ไม่ทราบถึงตัวตน (เช่น แวมไพร์ท่านเคาท์สตราด์ท ฟอน ซาโรวิช เป็นต้น) ภายในระยะเดียวกัน คุณยังสามารถตรวจจับการมีอยู่ของสถานที่หรือสิ่งของที่ได้รับการบูชาหรือถูกดูหมิ่น เหมือนการใช้คาถา เขตศักดิ์สิทธิ์ (hallow)

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับ 1 + ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) เมื่อคุณจบการพักยาว คุณจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปคืนมา

หัตถ์รักษา (Lay on Hands)

การสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของคุณสามารถรักษาแผลได้ คุณจะมีพลังในการรักษาจำนวนหนึ่งที่จะกลับคืนมาได้หลังการพักยาว ด้วยจำนวนพลังนั้น คุณสามารถจะฟื้นฟูฮิตพอยต์ได้เป็นจำนวนเท่ากับ เลเวลของพาลาดิน x 5

โดยการใช้แอ็คชัน คุณสามารถสัมผัสสิ่งมีชีวิตและดึงเอาพลังการรักษาออกมาฟื้นฟูจำนวนฮิตพอยต์ให้กับสิ่งมีชีวิตนั้น ได้เต็มที่เท่ากับจำนวนพลังที่คุณเหลืออยู่จากจำนวนทั้งหมด

นอกจากนั้น คุณสามารถใช้ 5 ฮิตพอยต์จากจำนวนพลังงานการรักษามาใช้รักษาเป้าหมายจากอาการติดโรค (desease) หรือรักษาอาการติดพิษ (poison) คุณสามารถรักษาอาการติดโรคและรักษาพิษให้ได้หลายคนในการใช้ครั้งหนึ่ง โดยจะใช้ฮิตพอยต์แยกกันไปในแต่ละคน

ความสามารถนี้จะไม่มีผลกับอันเดดหรือคอนสตรัก (construct)

รูปแบบการต่อสู้ (Fighting Style)

ที่เลเวล 2 คุณจะเลือกรูปแบบการต่อสู้ที่เป็นทักษะพิเศษของคุณ เลือกหนึ่งแบบจากตัวเลือกด้านล่างนี้ คุณจะไม่สามารถเลือกรูปแบบการต่อสู้ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง แม้ว่าภายหลังจะได้เลือกอีกก็ตาม

การตั้งรับ (Defense)

ขณะที่คุณสวมเกราะ คุณจะได้โบนัส +1 ให้ AC

การประลอง (Dueling)

เมื่อคุณถืออาวุธระยะประชิดในมือข้างหนึ่งและไม่ได้ถืออาวุธใดอีก คุณจะได้โบนัส +2 ในการทอยความเสียหายจากอาวุธนั้น

การสู้ด้วยอาวุธขนาดใหญ่ (Great Weapon Fighting)

เมื่อคุณทอยความเสียหายได้ 1 หรือ 2 จากการโจมตีด้วยอาวุธประชิดตัวที่คุณถือด้วยสองมือ คุณสามารถทอยใหม่ได้แต่ต้องใช้ค่าจากการทอยใหม่นั้น อาวุธนั้นต้องมีคุณสมบัติ “สองมือ (two-handed)” หรือ “อเนกประสงค์ (versatile)” คุณถึงได้ใช้ความสามารถนี้ได้

การปกป้อง (Protection)

เมื่อสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่คุณที่อยู่ในระยะ 5 ฟุตจากคุณ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันในการทำให้การทอยโจมตีนั้นเป็นแบบเสียเปรียบ คุณต้องถือโล่

การใช้คาถา (Spellcasting)

ที่เลเวล 2 คุณจะได้เรียนรู้การดึงพลังเวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์จากการทำสมาธิและการสวดภาวนาในการใช้คาถาเหมือนที่เคลอริกทำ ดูบทที่ 10 สำหรับกฏทั่วไปในการร่ายคาถาและบทที่ 11 สำหรับรายการคาถาของพาลาดิน

การเตรียมและการร่ายคาถา (Preparing and Casting Spells)

ตารางพาลาดินแสดงจำนวนสล็อตคาถาที่คุณมีเพื่อใช้ในการร่ายคาถาเลเวล 1 และมากกว่า การจะร่ายคาถาเหล่านี้คุณต้องจ่ายเป็นสล็อตคาถาตามเลเวลของมันหรือเลเวลสูงกว่า คุณจะได้รับสล็อตทั้งหมดที่ใช้ไปกลับคืนมาเมื่อคุณจบการพักยาว

คุณสามารถเตรียมรายการคาถาที่จะใช้ในการร่ายโดยเลือกจากรายการคาถาพาลาดิน ในการเตรียมให้คุณเลือกคาถาเป็นจำนวนเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ + ครึ่งหนึ่งของเลเวลพาลาดินปัดเศษลง (น้อยสุด 1 คาถา) คาถาจะต้องมีเลเวลเดียวกับสล็อตคาถาที่คุณมี

ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพาลาดินเลเวล 5 คุณจะมีช่องคาถาเลเวล 1 จำนวน 4 ช่อง และเลเวล 2 จำนวน 2 ช่อง หากมีค่าเสน่ห์ 14 รายการคาถาที่คุณเตรียมไว้สามารถมีคาถาเลเวล 1 หรือ 2 จำนวน 4 คาถาในรูปแบบใดก็ได้ หากคุณเตรียมคาถารักษาบาดแผล (cure wounds) เลเวล 1 คุณสามารถร่ายคาถานั้นโดยใช้ช่องคาถาเลเวล 1 หรือ 2 การร่ายคาถาจะไม่ลบคาถานั้นออกจากรายการคาถาที่เตรียมไว้ของคุณ

คุณสามารถปรับรายการคาถาที่คุณเตรียมได้เมื่อคุณจบการพักยาว การเตรียมรายการคาถาใหม่ต้องใช้เวลาในการสวดภาวนาและการทำสมาธิ อย่างน้อย 1 นาทีต่อเลเวลคาถาในแต่ละคาถาในรายการของคุณ

ความสามารถที่ใ่ช้ในการร่ายคาถา (Spellcasting Ability)

ค่าเสน่ห์ (Charisma) จะเป็นความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถาของพาลาดิน เพราะพลังของพวกเขาได้มาจากศรัทธาที่แข็งแกร่ง คุณจะใช้ค่าเสน่ห์เมื่อใดก็ตามที่คาถาอ้างถึงความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถา นอกจากนั้นคุณจะใช้ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์เมื่อต้องกำหนดค่า DC ของการทอยป้องกันความเสียหายจากคาถาที่คุณร่ายและเมื่อจะใช้ทอยโจมตีจากคาถา

ค่า DC ในการทอยป้องกันคาถา = 8 + ค่าโบนัสความชำนาญ + ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์

ค่าโมดิไฟเออร์การโจมตีด้วยคาถา = ค่าโบนัสความชำนาญ + ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์

เครื่องทำสมาธิในการร่ายคาถา (Spellcasting Focus)

คุณสามารถใช้สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ (ดูบทที่ 5 “อุปกรณ์”) เป็นเครื่องทำสมาธิในการร่ายคาถาสำหรับคาถาของพาลาดิน

ทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ (Divine Smite)

เริ่มที่เลเวล 2 เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตด้วยอาวุธระยะประชิดตัว คุณสามารถใช้สล็อตคาถา 1 สล็อตในการทำให้เกิดความเสียหายแบบแสงรัศมี (radient) แก่เป้าหมาย โดยเพิ่มเข้าในความเสียหายจากอาวุธปกติ ความเสียหายที่เพิ่มขึ้นคือ 2d8 สำหรับสล็อตคาถาเลเวล 1 บวกกับ 1d8 สำหรับแต่ละเลเวลสล็อตที่มากขึ้นกว่าเลเวล 1 มากที่สุด 5d8 ความเสียหายจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีก 1d8 หากเป้าหมายเป็นอันเดดหรือปีศาจ (fiend) โดยมากสุดที่ 6d8

ร่างศักดิ์สิทธิ์ (Divine Health)

ที่เลเวล 3 เวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์จะไหลเวียนอยู่ทั่วตัวคุณทำให้คุณมีภูมิคุ้มกันต่อความเจ็บป่วย (disease)

ปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Oath)

เมื่อคุณถึงเลเวล 3 คุณจะให้สัตย์สาบานที่จะผูกพันคุณในการเป็นพาลาดินไปตลอดชีวิต ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้คุณอยู่ในชั้นเตรียมตัว เข้าสู่เส้นทางการเป็นพาลาดินแต่ยังไม่ได้สาบานที่จะเป็น ตอนนี้คุณจะได้เลือกปฏิญาณแห่งการอุทิศตน (Oath of Devotion), ปฏิญาณแห่งบรรพกาล (Oath of the Ancients), หรือปฏิญาณแห่งความพยาบาท (Oath of Vengeance) ทุกอย่างมีคำอธิบายด้านล่าง

สิ่งที่คุณเลือกจากให้ความสามารถแก่คุณที่เลเวล 3 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 7, 15 และเลเวล 20 ความสามารถนี้รวมถึงคาถาแห่งปฏิญาณและการเชื่อมพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

คาถาแห่งคำปฏิญาณ (Oath Spells)

แต่ละคำปฏิญาณ (Oath) จะมีชุดคาถาที่เกี่ยวข้องอยู่ คุณจะเข้าถึงคาถาเหล่านี้เมื่อถึงเลเวลที่ระบุไว้ในคำอธิบายของแต่ละคำปฏิญาณ เมื่อคุณสามารถเข้าถึงคาถาได้แล้ว คะถาจะอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ คาถาจากคำปฏิญาณจะไม่นับรวมกับจำนวนคาถาที่คุณเตรียมได้ในแต่ละวัน

ถ้าคุณเข้าถึงคาถาจากคำปฏิญาณที่ไม่มีในรายการคาถา ให้ถือว่าคาถานั้นเป็นคาถาของพาลาดินสำหรับคุณ

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

คำปฏิญาณของคุณจะอนุญาตให้คุณสามารถผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์และนำมาใช้ให้ได้ผลทางเวทย์มนต์ต่าง ๆ การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ในแต่ละคำปฏิญาณจะมีอธิบายไว้ในรายละเอียดคำปฏิญาณ

เมื่อคุณใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ คุณจะเลือกว่าจะใช้ตัวไหน คุณต้องจบการพักสั้นหรือพักยาวเพื่อที่จะใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง

ผลจากการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์บางอย่างต้องมีการทอยป้องกัน เมื่อคุณใช้ผลพิเศษนั้นจากคลาสนี้ ค่า DC จะเท่ากับค่า DC การทอยป้องกันคาถาของพาลาดินของคุณ

เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement)

เมื่อคุณถึงเลเวล 4 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 8, 12, 16 และ 19 คุณสามารถเพิ่มคะแนนความสามารถหนึ่งอย่างตามที่คุณเลือกได้ 2 คะแนน หรือเพิ่ม 1 คะแนนให้กับสองทักษะก็ได้ โดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถเพิ่มคะแนนความสามารถได้มากกว่า 20 หากใช้คุณลักษณะนี้

การโจมตีเพิ่มเติม (Extra Attack)

เริ่มที่เลเวล 5 คุณสามารถโจมตีได้สองครั้ง เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้แอ็คชันโจมตีในเทิร์นของคุณ

ออร่าแห่งการคุ้มครอง (Aura of Protection)

เริ่มที่เลเวล 6 เมื่อใดก็ตามที่คุณหรือเพื่อนในระยะ 10 ฟุตของคุณต้องทอยป้องกัน ทุกคนจะได้โบนัสในการทอยป้องกันเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ของคุณ (โบนัสน้อยที่สุด +1) คุณต้องมีสติขณะที่ให้โบนัสนี้

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่านี้จะเพิ่มเป็น 30 ฟุต

ออร่าแห่งความกล้าหาญ (Aura of Courage)

เริ่มที่เลเวล 10 คุณและเพื่อนในระยะ 10 ฟุตของคุณจะไม่ติดสถานะหวาดกลัว (frightened) ในขณะที่คุณยังมีสติอยู่

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่านี้จะเพิ่มเป็น 30 ฟุต

ทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มระดับ (Improved Divine Smite)

เมื่อถึงเลเวล 11 พลังแห่งความถูกต้องจะเสริมกำลังให้คุณ จนทุกการโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิดจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์ผนวกไปด้วยเสมอ เมื่อใดก็ตามที่คุณโจมตีศัตรูด้วยอาวุธระยะประชิด ศัตรูจะได้รับความเสียหายแสงรัศมี (radiant damage) 1d8

หัตถ์แห่งการชำระล้าง (Cleansing Touch)

เริ่มที่เลเวล 14 คุณสามารถใช้แอ็คชันในการจบคาถาหนึ่งที่มีผลกับคุณหรือสิ่งมีชีวิตที่เต็มใจที่คุณสัมผัส

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ของคุณ (้น้อยสุด 1 ครั้ง) คุณจะได้จำนวนครั้งที่ใช้ไปคืนมาเมื่อจบการพักยาว

ความสามารถทางเลือกประจำคลาส (Optional Class Features)

คาถาพาลาดินเพิ่มเติม (Additional Paladin Spells)

ความสามารถประจำคลาสพาลาดิน เลเวล 2
คาถาในรายการต่อไปนี้เป็นการขยายรายการคาถาของพาลาดินใน คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook) โดยจัดเรียงตามเลเวลของคาถา ไม่ใช่เลเวลของตัวละคร คาถาแต่ละบทอยู่ใน คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook) เว้นแต่จะมีเครื่องหมายดอกจัน (ซึ่งเป็นคาถาใน บทที่ 3 ของ หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)) นอกจากนี้ หนังสือ คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything) ก็มีคาถาเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

เลเวล คาถาเพิ่มเติม
2nd นิทราอ่อนโยน (Gentle Repose), การภาวนาแห่งการฟื้นฟู (Prayer of Healing), พันธะอาณาเขต (Warding Bond)
3rd ภูษาวิญญาณ (Spirit Shroud) *
5th อัญเชิญเซเลสเทียล (Summon Celestial) *

ตัวเลือกรูปแบบการต่อสู้ (Fighting Style Options)

ความสามารถประจำคลาสพาลาดิน เลเวล 2
เมื่อคุณเลือกรูปแบบการต่อสู้ ตัวเลือกรูปแบบต่อไปนี้จะถูกเพิ่มเข้าไปในรายการตัวเลือกของคุณ

นักรบผู้ได้รับพร (Blessed Warrior)
คุณเรียนรู้คาถาก่อการ (cantrip) สองคาถาตามที่คุณเลือกจากรายการคาถาของเคลอริก คาถาเหล่านั้นนับเป็นคาถาพาลาดินสำหรับคุณ และค่าเสน่ห์ (Charisma) เป็นความสามารถในการร่ายคาถาสำหรับคาถาดังกล่าว เมื่อใดก็ตามที่คุณได้รับเลเวลในคลาสนี้ คุณสามารถเปลี่ยนคาถาก่อการหนึ่งคาถาด้วยคาถาก่อการอื่นจากรายการคาถาของเคลอริกได้

สู้แบบตาบอด (Blind Fighting)
คุณมีสัมผัสตาบอด (blindsight) ระยะ 10 ฟุต ภายในระยะนั้น คุณสามารถมองเห็นสิ่งใดก็ตามที่ไม่อยู่หลังที่กำบังมิดชิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าคุณจะติดสภาวะตาบอด (blinded) หรืออยู่ในความมืด นอกจากนี้ คุณยังสามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่ล่องหน (invisible) ในระยะนั้นได้ เว้นแต่สิ่งมีชีวิตนั้นจะซ่อนตัวจากคุณได้สำเร็จ

เข้าขัดขวาง (Interception)
เมื่อสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นโจมตีโดนเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่คุณซึ่งอยู่ในระยะ 5 ฟุตจากคุณ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อลดความเสียหายที่เป้าหมายได้รับลง 1d10 + โบนัสความชำนาญของคุณ (ลดได้ต่ำสุด 0 ความเสียหาย) คุณต้องถือโล่ หรืออาวุธพื้นฐาน หรืออาวุธสงครามเพื่อใช้รีแอ็คชันนี้

ดึงพลังศักดิ์สิทธิ์มาใช้ (Harness Divine Power)

ความสามารถประจำคลาสพาลาดิน เลเวล 3
คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) 1 ครั้งเพื่อเติมพลังให้คาถาของคุณ โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณสัมผัสสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณ เอ่ยคำอธิษฐาน และได้รับช่องคาถาที่ใช้ไปแล้วคืนมา 1 ช่อง ซึ่งเลเวลของช่องคาถารับคืนมาได้ต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของโบนัสความชำนาญของคุณ (ปัดเศษขึ้น) จำนวนครั้งที่คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ขึ้นอยู่กับเลเวลที่คุณบรรลุในคลาสนี้: เลเวล 3 ใช้ได้ 1 ครั้ง; เลเวล 7 ใช้ได้ 2 ครั้ง; และเลเวล 15 ใช้ได้ 3 ครั้ง คุณจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนมาเมื่อจบการพักยาว

ความพลิกแพลงการต่อสู้ (Martial Versatility)

ความสามารถประจำคลาสพาลาดิน เลเวล 4
เมื่อใดก็ตามที่คุณบรรลุเลเวลในคลาสนี้ที่มอบความสามารถเพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ที่คุณรู้ 1 แบบด้วยรูปแบบการต่อสู้แบบอื่นที่มีให้สำหรับพาลาดิน การเปลี่ยนนี้แสดงถึงการปรับเปลี่ยนจุดเน้นในการฝึกฝนการต่อสู้ของคุณ

คำปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Oaths)

การเป็นพาลาดินจะมีการให้สัตย์สาบานว่าจะทุ่มเทให้แก่หนทางแห่งความถูกต้อง เป็นเส้นทางที่จะต่อสู้กับเหล่าร้ายเสมอ คำปฏิญาณสุดท้าย จะกระทำเมื่อเขาหรือเธอถึงเลเวล 3 นั้นถือเป็นการจบการฝึกฝนเป็นพาลาดิน ตัวละครบางคนในคลาสนี้จะไม่ถือว่าตัวเองเป็นพาลาดินที่แท้จริงจนกว่าจะถึงเลเวล 3 และได้ให้คำปฏิญาณสุดท้ายนี้ สำหรับคนอื่น การได้กล่าวคำสาบานถือเป็นเพียงพิธีการ เป็นตราประทับอย่างเป็นทางการถึงความแน่วแน่ที่อยู่ในใจของพาลาดินมาตลอด

การผิดคำปฏิญาณ

พาลาดินนั้นพยายามอย่างหนักในการรักษามาตรฐานในการดำเนินชีวิต แต่แม้พาลาดินที่ทรงคุณธรรมที่สุดก็มีวันพลาดได้ บางครั้งเส้นทางที่ถูกต้องอาจจะเรียกร้องมากเกินไป บางครั้งสถานการณ์ก็ต้องการความชั่วร้ายในการจัดการ และบางครั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่านก็ทำให้พาลาดินละเมิดคำสาบานของตน

พาลาดินที่ผิดคำสาบานมักจะเข้ารับการล้างบาปจากเคลอริกที่มีศรัทธาเดียวกัน หรือจากพาลาดินคนอื่นที่อยู่ในนิกายเดียวกัน พาลาดินอาจจะใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการสวดภาวนาเพื่อเป็นเครื่องหมายถึงการสำนึกบาป หรือถือศีลอดหรือปฏิบัติกิจที่คล้ายกัน หลังจากพิธีกรรมในการสารภาพบาปและการให้อภัยแล้ว พาลาดินจะได้เริ่มต้นใหม่

ถ้าพาลาดินจงใจจะละเมิดคำปฏิญาณของเขาหรือเธอและไม่แสดงออกถึงการสำนึกบาป ผลที่จะตามมาอาจจะร้ายแรงได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ DM พาลาดินที่ไม่สำนึกผิดอาจจะถูกบังคับให้เลิกเป็นคลาสนี้และไปเป็นคลาสอื่น หรืออาจจะเปลี่ยนไปเป็น “ผู้ตระบัดสัตย์ (Oathbreaker)” ที่มีอยู่ในดันเจียนมาสเตอร์ไกด์

ปฏิญาณแห่งการสยบ (Oath of Conquest)

[คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)]

ปฏิญาณแห่งการสยบเรียกหาพาลาดินผู้แสวงหาเกียรติยศในสนามรบและการสยบศัตรูให้อยู่ใต้อาณัติ สำหรับพาลาดินกลุ่มนี้ การสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยยังไม่เพียงพอ พวกเขาต้องบดขยี้ขุมกำลังแห่งความโกลาหลให้สิ้นซาก ผู้ที่สาบานต่อปฏิญาณนี้—บางครั้งเรียกว่า อัศวินทรราช (knight tyrants) หรือ ผู้ผลิตเหล็กกล้า (iron mongers)—จะรวมตัวกันเป็นภาคีอันเคร่งขรึมเพื่อรับใช้เทพเจ้าหรือปรัชญาแห่งสงครามและอำนาจที่เป็นระเบียบ

พาลาดินเหล่านี้บางคนถึงขั้นสมคบคิดกับขุมพลังแห่งนรกทั้งเก้า (Nine Hells) โดยเห็นคุณค่าของกฎหมายเหนือความเมตตาปรานี จอมปีศาจ เบล (Bel) ขุนศึกแห่งอเวิร์นัส (Avernus) มีพาลาดินเหล่านี้—ซึ่งเรียกว่า อัศวินนรก (hell knights)—เป็นผู้สนับสนุนที่จงรักภักดีที่สุด อัศวินนรกจะประดับเกราะของตนด้วยถ้วยรางวัลที่ยึดมาจากศัตรูที่พ่ายแพ้ เพื่อเป็นคำเตือนอันน่าสะพรึงกลัวแก่ผู้ใดก็ตามที่บังอาจต่อต้านพวกตนและคำสั่งของนายเหนือหัว มักจะมีพาลาดินจากปฏิญาณเดียวกันนี้เองที่เข้าต่อต้านอัศวินนรกอย่างรุนแรงที่สุด ด้วยเชื่อว่าอัศวินนรกได้ถล้ำลึกเข้าไปในความมืดมากเกินไป

หลักคำสอนแห่งการสยบ (TENETS OF CONQUEST)

พาลาดินผู้สมาทานปฏิญาณนี้จะสลักหลักคำสอนแห่งการสยบไว้บนแขนท่อนบน

ดับเปลวไฟแห่งความหวัง (Douse the Flame of Hope). การเพียงแค่เอาชนะศัตรูในการต่อสู้นั้นยังไม่เพียงพอ ชัยชนะของคุณต้องเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจนเจตจำนงในการต่อสู้ของศัตรูถูกทำลายไปตลอดกาล คมดาบสามารถจบชีวิตได้ แต่ความหวาดกลัวสามารถจบจักรวรรดิได้

ปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก (Rule with an Iron Fist). เมื่อคุณพิชิตได้แล้ว จงอย่าอดทนต่อการกระด้างกระเดื่อง คำพูดของคุณคือกฎหมาย ผู้ที่เชื่อฟังจะได้รับความโปรดปราน ผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ที่จะทำตาม

ความแข็งแกร่งเหนือสิ่งอื่นใด (Strength Above All). คุณจะปกครองจนกว่าผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจะปรากฏขึ้น จากนั้นคุณต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเผชิญหน้ากับการท้าทาย หรือพังทลายลงสู่ความพินาศของตนเอง

ความสามารถของปฏิญาณแห่งการสยบ (Oath of Conquest Features)

เลเวลพาลาดิน ความสามารถ
3rd คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells), การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)
7th ออร่าแห่งการสยบ (Aura of Conquest) (10 ฟุต)
15th การโต้กลับอันเหยียดหยาม (Scornful Rebuke)
18th ออร่าแห่งการสยบ (Aura of Conquest) (30 ฟุต)
20th ผู้พิชิตไร้พ่าย (Invincible Conqueror)

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่ระบุไว้ในตารางคาถาของปฏิญาณแห่งการสยบ ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของคาถาประจำปฏิญาณ

คาถาประจำปฏิญาณแห่งการสยบ (Oath of Conquest Spells)
เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd เกราะแห่งอกาไทส์ (armor of Agathys), คำสั่ง (command)
5th ตรึงบุคคล (hold person), อาวุธวิญญาณ (spiritual weapon)
9th มอบคำสาป (bestow curse), หวาดกลัว (fear)
13th ควบคุมสัตว์ป่า (dominate beast), ผิวแกร่งดั่งหิน (stoneskin)
17th หมอกมรณะ (cloudkill), ควบคุมบุคคล (dominate person)

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณสมาทานปฏิญาณนี้ที่เลเวล 3 คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 แบบดังต่อไปนี้ ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์

กายาข่มขวัญ (Conquering Presence). คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อแผ่รังสีอันน่าสะพรึงกลัว โดยใช้แอ็คชัน คุณบังคับให้สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกในระยะ 30 ฟุตที่คุณมองเห็นต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะติดสภาวะหวาดกลัว (frightened) คุณเป็นเวลา 1 นาที สิ่งมีชีวิตที่หวาดกลัว (frightened) สามารถทอยป้องกันนี้ซ้ำได้เมื่อจบแต่ละเทิร์นของมัน หากสำเร็จ ผลของสภาวะจะจบลง

การโจมตีชี้นำ (Guided Strike). คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อโจมตีด้วยความแม่นยำเหนือธรรมชาติ เมื่อคุณทอยโจมตี คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อรับโบนัส +10 ในการทอยนั้น คุณตัดสินใจเลือกใช้หลังจากเห็นผลการทอย แต่ก่อนที่ DM จะบอกว่าการโจมตีโดนหรือพลาด

ออร่าแห่งการสยบ (Aura of Conquest)

เริ่มที่เลเวล 7 คุณจะแผ่ออร่าคุกคามออกมาอย่างต่อเนื่องตราบใดที่คุณไม่ติดสภาวะหมดสภาพ (incapacitated) ออร่านี้ขยายออกไป 10 ฟุตรอบตัวคุณในทุกทิศทาง แต่ไม่อาจผ่านที่กำบังมิดชิด

หากสิ่งมีชีวิตติดสภาวะหวาดกลัว (frightened) คุณ ความเร็วของมันจะลดลงเหลือ 0 ขณะอยู่ในออร่า และสิ่งมีชีวิตนั้นจะได้รับความเสียหายพลังจิต (psychic damage) เท่ากับครึ่งหนึ่งของเลเวลพาลาดินของคุณหากมันเริ่มเทิร์นในออร่านี้

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่านี้จะเพิ่มเป็น 30 ฟุต

การโต้กลับอันเหยียดหยาม (Scornful Rebuke)

เริ่มที่เลเวล 15 ผู้ใดที่บังอาจโจมตีคุณจะถูกลงโทษทางจิตสำหรับความกล้าดีนั้น เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตโจมตีคุณโดนด้วยการโจมตี สิ่งมีชีวิตนั้นจะได้รับความเสียหายพลังจิต (psychic damage) เท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของคุณ (ขั้นต่ำ 1) ตราบใดที่คุณไม่ติดสภาวะหมดสภาพ (incapacitated)

ผู้พิชิตไร้พ่าย (Invincible Conqueror)

ที่เลเวล 20 คุณได้รับความสามารถในการดึงพลังยุทธ์อันเหนือชั้นมาใช้ โดยใช้แอ็คชัน คุณสามารถแปลงร่างเป็นร่างอวตารแห่งการสยบด้วยเวตมนตร์ โดยได้รับผลประโยชน์ดังต่อไปนี้เป็นเวลา 1 นาที:

  • คุณมีความต้านทาน (resistance) ต่อความเสียหายทุกประเภท
  • เมื่อคุณใช้แอ็คชันโจมตี (Attack) ในเทิร์นของคุณ คุณสามารถโจมตีเพิ่มเติมได้อีก 1 ครั้งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแอ็คชันนั้น
  • การโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิดของคุณจะเกิดคริติคอลฮิต (critical hit) เมื่อทอยได้ 19 หรือ 20 บน d20

เมื่อคุณใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว (long rest)

ปฏิญาณแห่งการอุทิศตน (Oath of Devotion)

ปฏิญาณแห่งการอุทิศตนยึดโยงพาลาดินไว้กับอุดมคติสูงสุดของความยุติธรรม คุณธรรม และความเป็นระเบียบเรียบร้อย บางครั้งเราเรียกพวกเขาว่าอัศวินม้าขาว (cavaliers), อัศวินขาว, หรือนักรบศักดิ์สิทธิ์ พาลาดินเหล่านี้เป็นดั่งอุดมคติของอัศวินในชุดเกราะแวววาว ประกอบกิจด้วยเกียรติในการมุ่งสู่ความยุติธรรมและความดีงามที่ยิ่งขึ้นไป พวกเขาตั้งตัวเองไว้บนมาตรฐานที่สูงสุด และสำหรับบางคน ไม่ว่าดีหรือร้าย ก็มองโลกด้วยมาตรฐานเดียวกัน หลายคนที่สาบานต่อปฏิญาณนี้จะอุทิศตนให้แก่เทพเจ้าแห่งกฏและความดี และใช้หลักคำสอนของเทพเจ้าเป็นตัววัดระดับความอุทิศตนของพวกเขา พวกเขายึดเอาฑูตสวรรค์ ผู้เป็นข้ารับใช้ที่สมบูรณ์แห่งความดี เป็นอุดมคติของพวกเขา และนำเอารูปลักษณ์ของปีกของฑูตสวรรค์มาประดับบนหมวกเกราะหรือตามอาวุธต่าง ๆ

หลักคำสอนแห่งการอุทิศตน (Tenets of Devotion)

แม้ถ้อยคำและความเข้มงวดจะแตกต่างกัน แต่พาลาดินในปฏิญาณนี้ก็ยึดคำสอนเหล่านี้ร่วมกัน

ชื่อสัตย์. อย่าโกหกหรือคดโกง ให้คำพูดของเจ้าเป็นดั่งคำสัญญา

กล้าหาญ. อย่ากลัวที่จะลงมือทำ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง

เห็นอกเห็นใจผู้อื่น. ช่วยเหลือผู้อื่น ปกป้องผู้อ่อนแอ และลงโทษพวกที่ทำร้ายผู้อื่น เมตตาต่อศัตรูแต่จงอ่อนโยนด้วยปัญญา

เกียรติ ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียม และให้เกียรติในความดีของคุณเป็นตัวอย่างให้กับพวกเขา ทำดีให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ โดยสร้างความเสียหายให้น้อยที่สุด

หน้าที่ รับผิดชอบต่อการกระทำของคุณและผลที่ตามมา ปกป้องผู้ที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลของคุณ และเชื่อฟังผู้ที่มีอำนาจเหนือคุณ

คาถาประจำปฏิญาณ

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่กำหนด

คาถาของปฏิญาณแห่งการอุทิศตน

เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd การป้องกันจากความชั่วร้ายและความดี (protection from evil and good), อาณาเขตคุ้มภัย (sanctuary)
5th การฟื้นฟูขั้นต่ำ (lesser restoration), อาณาเขตสัจจะ (zone of truth)
9th ประภาคารแห่งความหวัง (beacon of hope), เพิกถอนเวทย์มนต์ (dispel magic)
13th อิสระแห่งการเคลื่อนที่ (freedom of movement), ผู้คุ้มครองแห่งความศรัทธา (guardian of faith)
17th สื่อสารกับทวยเทพ (commune), เสาเพลิงโลกันต์ (flame strike)

ผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณเลือกปฏิญาณนี้ที่เลเวล 3 คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 แบบ

อาวุธศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Weapon) โดยใช้แอ็คชัน คุณสามารถผ่องผ่านพลังบวกเข้ากับอาวุธที่คุณถืออยู่ โดยใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นเวลา 1 นาที คุณจะสามารถเพิ่มค่าโมดิไฟเออร์คะแนนเสน่ห์เข้าไปในการทอยโจมตีของอาวุธิที่คุณเลือกผสาน (ค่าโบนัสน้อยที่สุด 1) อาวุธยังจะเปล่งแสงสว่างเป็นระยะรัศมี 20 ฟุตและแสงสลัวอีก 20 ฟุต ถ้าอาวุธนั้นไม่ได้เป็นอาวุธเวทย์มนต์อยู่แล้ว มันจะกลายเป็นอาวุธเวทย์มนต์เป็นระยะเวลาหนึ่ง

คุณสามารถจบผลพิเศษนี้ในเทิร์นของคุณโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของแอ็คชันอื่น ถ้าคุณไม่ได้ถือหรือพกพาอาวุธนี้แล้วหรือคุณหมดสติ (unconscious) ผลพิเศษนี้จะหายไป

ขับไล่ความชั่วร้าย (Turned Unholy) โดยใช้แอ็คชัน คุณจะแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณและสวดขับไล่ปีศาจและอันเดดโดยใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ ปีศาจและอันเดดแต่ละตัวที่สามารถมองเห็นหรือได้ยินคุณในระยะ 30 ฟุตจากคุณจะต้องทอยป้องกันด้านเสน่ห์ (Wisdom) ถ้าทอยไม่ผ่าน มันจะถูก “เทิร์น (turned)” หรือผละหนีจากคุณเป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย

สิ่งมีชีวิตที่ถูก “เทิร์น (turned)” จะต้องใช้เทิร์นของมันในการพยายามเคลื่อนที่ออกห่างคุณให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ และมันจะไม่สามารถเคลื่อนที่เข้าใกล้คุณได้ในระยะ 30 ฟุต มันยังไม่สามารถใช้รีแอ็คชันอีกด้วย ในช่วงแอ็คชันของมัน มันจะสามารถทำได้เพียงการพุ่งตัว (Dash) หรือพยายามหนีจากผลพิเศษที่ทำให้มันเคลื่อนที่ไม่ได้เท่านั้น ถ้ามันไม่มีทางไปไหนได้ สิ่งมีชีวิตจะสามารถใช้แอ็คชันหลบหลีก (Dodge) ได้

ออร่าแห่งการอุทิศตน (Aura of Devotion)

เริ่มที่เลเวล 7 คุณและสิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตรในระยะ 10 ฟุตจากคุณจะไม่ติดสถานะหลงใหล (charmed) ในขณะที่คุณมีสติอยู่

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่าจะเพิ่มเป็น 30 ฟุต

วิญญาณบริสุทธิ์ (Purity of Spirit)

เริ่มที่เลเวล 15 คุณจะอยู่ภายใต้ผลพิเศษของคาถา ปกป้องจากความชั่วร้ายและความดี (protection from evil and good) ตลอดเวลา

วงแหวนรัศมีศักดิ์สิทธิ์ (Holy Nimbus)

ที่เลเวล 20 โดยใช้แอ็คชัน คุณสามารถก่อกำเนิดออร่าของแสงอาทิตย์ เป็นเวลา 1 นาที แสงสว่างจ้า (bright light) จะส่องออกมาจากตัวคุณเป็นระยะ 30 ฟุตรอบตัว และเป็นแสงสลัวอีก 30 ฟุตต่อจากนั้น

เมื่อใดก็ตามที่ศัตรูเริ่มเทิร์นของมันในเขตแสงสว่างจ้า มันจะได้รับความเสียหายแบบแสงรัศมี 10 หน่วย

นอกจากนี้ ในเวลาช่วงนั้น คุณจะได้ทอยแบบได้เปรียบในการทอยป้องกันคาถาที่ร่ายจากเพื่อนของคุณหรืออันเดด

เมื่อคุณใช้ความสามารถนี้ไปแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว

ปฏิญาณแห่งเกียรติยศ (Oath of Glory)

[หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)]

พาลาดินผู้สมาทานปฏิญาณแห่งเกียรติยศเชื่อว่าตนเองและสหายถูกกำหนดให้บรรลุเกียรติยศผ่านวีรกรรมอันกล้าหาญ พวกเขาฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งและให้กำลังใจสหายของตนเพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมเสมอเมื่อโชคชะตาเรียกร้อง

หลักคำสอนแห่งเกียรติยศ (TENETS OF GLORY)

หลักคำสอนแห่งปฏิญาณแห่งเกียรติยศผลักดันพาลาดินให้พยายามทำวีรกรรมที่อาจเปล่งประกายในตำนานวันข้างหน้า

การกระทำสำคัญกว่าคำพูด (Actions over Words). มุ่งมั่นให้เป็นที่รู้จักด้วยการกระทำอันเกรียงไกร ไม่ใช่คำพูด

อุปสรรคคือการทดสอบ (Challenges Are but Tests). เผชิญหน้ากับความยากลำบากด้วยความกล้าหาญ และให้กำลังใจพันธมิตรของคุณให้เผชิญหน้ากับมันไปพร้อมกับคุณ

ขัดเกลาร่างกาย (Hone the Body). ดั่งหินดิบ ร่างกายของคุณต้องถูกขัดเกลาเพื่อดึงศักยภาพออกมาให้ปรากฏ

วินัยแห่งจิตวิญญาณ (Discipline the Soul). คุณต้องรวบรวมวินัยเพื่อก้าวข้ามข้อบกพร่องภายในตนเองที่ขู่ว่าจะบดบังเกียรติยศของคุณและเพื่อนฝูง

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งเกียรติยศ เลเวล 3

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่ระบุไว้ในตารางคาถาของปฏิญาณแห่งเกียรติยศ ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของคาถาประจำปฏิญาณ

คาถาประจำปฏิญาณแห่งเกียรติยศ (Oath of Glory Spells)
เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd สายฟ้าแสง (guiding bolt), เสริมความกล้าหาญ (heroism)
5th เสริมความสามารถ (enhance ability), อาวุธเวทย์มนต์ (magic weapon)
9th เพิ่มความว่องไว (haste), ปกป้องจากพลังงาน (protection from energy)
13th แรงบีบบังคับ (compulsion), อิสระแห่งการเคลื่อนที่ (freedom of movement)
17th สื่อสารกับทวยเทพ (commune), เสาเพลิงโลกันต์ (flame strike)

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งเกียรติยศ เลเวล 3

คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 แบบดังต่อไปนี้ ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์

นักกีฬาไร้เทียมทาน (Peerless Athlete). โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อยกระดับทักษะทางกายภาพของคุณ เป็นเวลา 10 นาทีถัดไป คุณจะได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) และการทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การยืดหยุ่นร่างกาย (Acrobatics); คุณสามารถแบก พก ผลัก ลาก และยกน้ำหนักได้เป็นสองเท่าของปกติ; และระยะการกระโดดไกลและการกระโดดสูงของคุณจะเพิ่มขึ้น 10 ฟุต (ระยะทางที่เพิ่มขึ้นนี้คิดค่าการเคลื่อนที่ตามปกติ)

ทัณฑ์ปลุกใจ (Inspiring Smite). ทันทีหลังจากที่คุณสร้างความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตด้วยความสามารถทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ (Divine Smite) คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์โดยใช้โบนัสแอ็คชัน และแจกจ่ายฮิตพอยต์ชั่วคราว (temporary hit points) ให้แก่สิ่งมีชีวิตที่คุณเลือกในระยะ 30 ฟุตจากคุณ ซึ่งสามารถรวมตัวคุณเองได้ด้วย จำนวนฮิตพอยต์ชั่วคราวรวมเท่ากับ 2d8 + เลเวลของคุณในคลาสนี้ โดยแบ่งให้กับสิ่งมีชีวิตที่เลือกได้ตามที่คุณต้องการ

ออร่าแห่งความปราดเปรียว (Aura of Alacrity)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งเกียรติยศ เลเวล 7 และ 18

คุณแผ่ออร่าที่เติมเต็มตัวคุณและสหายด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถวิ่งประสานกันในสนามรบได้ ความเร็วการเดินของคุณเพิ่มขึ้น 10 ฟุต นอกจากนี้ ตราบใดที่คุณไม่ติดสภาวะหมดสภาพ ความเร็วการเดินของพันธมิตรคนใดก็ตามที่เริ่มเทิร์นในระยะ 5 ฟุตจากคุณจะเพิ่มขึ้น 10 ฟุตจนกว่าจะจบเทิร์นนั้น

เมื่อคุณบรรลุเลเวล 18 ในคลาสนี้ ระยะของออร่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ฟุต

การตั้งรับอันเกรียงไกร (Glorious Defense)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งเกียรติยศ เลเวล 15

คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งรับให้เป็นการโจมตีฉับพลันได้ เมื่อคุณหรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่คุณมองเห็นในระยะ 10 ฟุตถูกโจมตีโดนจากการทอยโจมตี คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อมอบโบนัสให้แก่ AC ของเป้าหมายต่อการโจมตีนั้น ซึ่งอาจทำให้การโจมตีนั้นพลาดได้ โบนัสเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของคุณ (ขั้นต่ำ +1) หากการโจมตีนั้นพลาด คุณสามารถทำการโจมตีด้วยอาวุธ 1 ครั้งใส่ผู้โจมตีโดยเป็นส่วนหนึ่งของรีแอ็คชันนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้โจมตีต้องอยู่ในระยะอาวุธของคุณ

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของคุณ (ขั้นต่ำ 1 ครั้ง) และคุณจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนมาเมื่อจบการพักยาว (long rest)

ตำนานที่ยังมีชีวิต (Living Legend)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งเกียรติยศ เลเวล 20

คุณสามารถเสริมพลังให้ตนเองด้วยตำนาน—ไม่ว่าจะจริงหรือเกินจริง—แห่งวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของคุณ โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณจะได้รับผลประโยชน์ดังต่อไปนี้เป็นเวลา 1 นาที:

  • คุณได้รับพรด้วยกายาเหนือโลก ทำให้ได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทั้งหมด
  • หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีด้วยอาวุธแล้วพลาด คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นเปลี่ยนเป็นโดนแทนได้
  • หากคุณทอยป้องกันไม่ผ่าน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อทอยใหม่ได้ คุณต้องใช้ผลจากการทอยใหม่นี้

เมื่อคุณใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว เว้นแต่คุณจะจ่ายช่องคาถาเลเวล 5 หนึ่งช่องเพื่อใช้ความสามารถนี้อีกครั้ง

ปฏิญาณแห่งการไถ่บาป (Oath of Redemption)

[คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)]

ปฏิญาณแห่งการไถ่บาปนำพาพาลาดินไปสู่เส้นทางที่ยากลำบาก เส้นทางที่เรียกร้องให้นักรบศักดิ์สิทธิ์ใช้ความรุนแรงเป็นหนทางสุดท้ายเท่านั้น พาลาดินผู้อุทิศตนให้กับปฏิญาณนี้เชื่อว่าคนทุกคนสามารถไถ่บาปได้ และเส้นทางแห่งความเมตตาและความยุติธรรมเป็นเส้นทางที่ทุกคนสามารถเดินได้ พาลาดินเหล่านี้เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายด้วยความหวังที่จะเปลี่ยนศัตรูให้เข้าสู่แสงสว่าง และพวกเขาจะสังหารศัตรูต่อเมื่อการกระทำนั้นจะช่วยชีวิตผู้อื่นได้อย่างชัดเจนเท่านั้น พาลาดินผู้เจริญรอยตามเส้นทางนี้เป็นที่รู้จักในนาม ผู้ไถ่บาป (redeemers)

แม้ว่าผู้ไถ่บาปจะเป็นพวกยึดมั่นในอุดมคติ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนโง่ ผู้ไถ่บาปรู้ดีว่าอันเดด ปีศาจ (demons) มาร (devils) และภัยคุกคามเหนือธรรมชาติอื่น ๆ สามารถเป็นความชั่วร้ายโดยสันดานได้ ต่อกรกับศัตรูดังกล่าว พาลาดินผู้สาบานต่อปฏิญาณนี้จะปลดปล่อยความกริ้วโกรธเต็มกำลังของอาวุธและคาถาออกมา ถึงกระนั้น ผู้ไถ่บาปก็ยังคงอธิษฐานว่า สักวันหนึ่ง แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งความชั่วร้ายก็อาจเปิดรับการไถ่บาปของตนเอง

หลักคำสอนแห่งการไถ่บาป (TENETS OF REDEMPTION)

หลักคำสอนแห่งปฏิญาณแห่งการไถ่บาปยึดถือพาลาดินไว้กับมาตรฐานอันสูงส่งของสันติภาพและความยุติธรรม

สันติภาพ (Peace). ความรุนแรงเป็นอาวุธสุดท้ายของการตัดสินใจ การทูตและความเข้าใจคือเส้นทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

ความบริสุทธิ์ (Innocence). ทุกคนเริ่มต้นชีวิตในสภาพบริสุทธิ์ และสภาพแวดล้อมหรืออิทธิพลของพลังมืดต่างหากที่ผลักดันให้พวกเขากลายเป็นคนชั่ว ด้วยการทำตนเป็นตัวอย่างที่เหมาะสม และทำงานเพื่อเยียวยาบาดแผลของโลกที่มีข้อบกพร่องนี้ คุณสามารถนำพาใครก็ได้เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

ความอดทน (Patience). การเปลี่ยนแปลงใช้เวลา ผู้ที่เคยเดินบนเส้นทางแห่งความชั่วร้ายต้องได้รับคำเตือนสติเพื่อให้พวกเขายังคงซื่อสัตย์และจริงแท้ เมื่อคุณได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความชอบธรรมในสิ่งมีชีวิตแล้ว คุณต้องทำงานวันแล้ววันเล่าเพื่อให้เมล็ดพันธุ์นั้นอยู่รอดและเจริญเติบโต

ปัญญา (Wisdom). หัวใจและจิตใจของคุณต้องแจ่มใส เพราะในที่สุดคุณอาจถูกบังคับให้ยอมรับความพ่ายแพ้ แม้ว่าสิ่งมีชีวิตทุกตนจะสามารถไถ่บาปได้ แต่บางตนก็ถล้ำลึกไปตามเส้นทางแห่งความชั่วร้ายจนคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจบชีวิตของพวกมันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การกระทำดังกล่าวต้องถูกชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวังและเข้าใจผลที่ตามมาอย่างถี่ถ้วน แต่เมื่อคุณได้ตัดสินใจแล้ว จงดำเนินการตามนั้นด้วยความรู้ว่าเส้นทางของคุณนั้นถูกต้องแล้ว

ความสามารถของปฏิญาณแห่งการไถ่บาป (Oath of Redemption Features)

เลเวลพาลาดิน ความสามารถ
3rd คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells), การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)
7th ออร่าแห่งผู้พิทักษ์ (Aura of the Guardian) (10 ฟุต)
15th วิญญาณคุ้มครอง (Protective Spirit)
18th ออร่าแห่งผู้พิทักษ์ (Aura of the Guardian) (30 ฟุต)
20th ทูตแห่งการไถ่บาป (Emissary of Redemption)

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่ระบุไว้ในตารางคาถาของปฏิญาณแห่งการไถ่บาป ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของคาถาประจำปฏิญาณ

คาถาประจำปฏิญาณแห่งการไถ่บาป (Oath of Redemption Spells)
เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd อาณาเขตคุ้มภัย (sanctuary), หลับใหล (sleep)
5th กล่อมอารมณ์ (calm emotions), ตรึงบุคคล (hold person)
9th ต่อต้านคาถา (counterspell), รูปแบบสะกดจิต (hypnotic pattern)
13th ทรงกลมต้านทานของโอติลุค (Otiluke’s resilient sphere), ผิวแกร่งดั่งหิน (stoneskin)
17th ตรึงมอนสเตอร์ (hold monster), กำแพงพลังงาน (wall of force)

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณสมาทานปฏิญาณนี้ที่เลเวล 3 คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 แบบดังต่อไปนี้

ทูตแห่งสันติ (Emissary of Peace). คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมกายาของคุณด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณมอบโบนัส +5 ให้กับการทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทักษะ การโน้มน้าวใจ (Persuasion) แก่ตนเองเป็นเวลา 10 นาทีถัดไป

ตำหนิผู้รุนแรง (Rebuke the Violent). คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อตำหนิผู้ที่ใช้ความรุนแรง ทันทีหลังจากผู้โจมตีในระยะ 30 ฟุตจากคุณสร้างความเสียหายด้วยการโจมตีใส่สิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่คุณ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อบังคับให้ผู้โจมตีทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยไม่ผ่าน ผู้โจมตีจะได้รับความเสียหายแสงรัศมี (radiant damage) เท่ากับความเสียหายที่มันเพิ่งสร้างไป หากทอยผ่าน จะได้รับความเสียหายเพียงครึ่งเดียว

ออร่าแห่งผู้พิทักษ์ (Aura of the Guardian)

เริ่มที่เลเวล 7 คุณสามารถปกป้องผู้อื่นจากอันตรายได้ด้วยการแลกกับสุขภาพของคุณเอง เมื่อสิ่งมีชีวิตในระยะ 10 ฟุตจากคุณได้รับความเสียหาย คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อรับความเสียหายนั้นแทนสิ่งมีชีวิตนั้นด้วยเวตมนตร์ ความสามารถนี้จะไม่ส่งผ่านผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจมาพร้อมกับความเสียหาย และความเสียหายนี้ไม่สามารถลดทอนได้ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่านี้จะเพิ่มเป็น 30 ฟุต

วิญญาณคุ้มครอง (Protective Spirit)

เริ่มที่เลเวล 15 พลังอันศักดิ์สิทธิ์จะช่วยสมานแผลของคุณในการต่อสู้ คุณจะได้รับฮิตพอยต์คืนเท่ากับ 1d6 + ครึ่งหนึ่งของเลเวลพาลาดินของคุณ หากคุณจบเทิร์นในการต่อสู้โดยมีฮิตพอยต์เหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของฮิตพอยต์สูงสุด และคุณไม่ติดสภาวะหมดสภาพ (incapacitated)

ทูตแห่งการไถ่บาป (Emissary of Redemption)

ที่เลเวล 20 คุณกลายเป็นร่างอวตารแห่งสันติภาพ ซึ่งมอบผลประโยชน์ 2 ประการแก่คุณ:

  • คุณมีความต้านทาน (resistance) ต่อความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตอื่น (การโจมตี คาถา และผลกระทบอื่น ๆ ของพวกมัน)
  • เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตโจมตีคุณโดนด้วยการโจมตี มันจะได้รับความเสียหายแสงรัศมี (radiant damage) เท่ากับครึ่งหนึ่งของความเสียหายที่คุณได้รับจากการโจมตีนั้น

หากคุณโจมตีสิ่งมีชีวิต ร่ายคาถาใส่สิ่งมีชีวิตนั้น หรือสร้างความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตนั้นด้วยวิธีการใดก็ตามยกเว้นความสามารถนี้ ผลประโยชน์ทั้งสองประการจะไม่มีผลกับสิ่งมีชีวิตนั้นอีกจนกว่าคุณจะจบการพักยาว (long rest)

ปฏิญาณแห่งบรรพกาล (Oath of the Ancients)

ปฏิญาณแห่งบรรพกาลมีอายุยาวนานพอ ๆ กับเผ่าพันธุ์เอลฟ์และบรรดาพิธีกรรมโบราณของเหล่าดรูอิด บางครั้งเรียกอัศวินเฟย์, อัศวินเขียว, หรืออัศวินมีเขา พาลาดินผู้สาบานต่อปฏิญาณนี้จะอยู่ฝ่ายเดียวกับเหล่าแสงสว่างในจักรวาร เป็นผู้ต่อต้านความมืดเพราะพวกเขารักในความสวยงาม และสิ่งที่ให้ชีวิตแก่โลกนี้ ไม่จำเป็นว่าพวกเขาจะต้องเชื่อในหลักการแห่งเกียรติยศ, ความกล้าหาญ และความยุติธรรม พวกเขาตกแต่งเกราะและเสื้อผ้าด้วยภาพลักษณ์ของต้นไม้ เขาสัตว์ หรือดอกไม้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรักและความต้องการปกป้องชีวิตและแสงสว่างในโลกนี้

คำสอนแห่งบรรพกาล (TENETS OF THE ANCIENTS)

คำสอนแห่งปฏิญาณแห่งบรรพกาลได้รับการรักษาสืบต่อมานานหลายศตวรรษจนนับไม่ได้ ปฏิญาณนี้ให้ความสำคัญกับหลักการแห่งความดีงามเหนือความคิดเรื่องกฏระเบียบหรือความโกลาหล หลัก 4 ประการที่เป็นหลักนั้นเรียบง่าย

จุดประกายแสงสว่วง (Kindle the Light) ด้วยการกระทำอันมีเมตตา อ่อนโยน และให้อภัย จุดประกายแสงสว่างแห่งความหวังในโลกนี้ ขับไล่ความสิ้นหวัง

ปกป้องแสงสว่าง (Shelter the Light) ที่ใดมีความดี ความงาม ความรัก และเสียงหัวเราะในโลก จงปกป้องและขัดขวางผู้ใดที่พยายามจะทำลาย ที่ใดที่ชีวิตงอกเงย จงปกป้องและต่อต่างพลังอำนาจที่จะทำให้ชีวิตสิ้นสลาย

รักษาแสงของตนเอง (Preserve Your Own Light) มีความสุขกับดนตรีและเสียงหัวเราะ ในความงามและศิลปะ หากคุณปล่อยให้แสงในใจคุณหายไป คุณก็ไม่สามารถจะปกป้องแสงใดในโลกนี้

จงเป็นแสงสว่าง (Be the Light) จงเป็นแสงสว่างให้แก่ผู้คนผู้อยู่ในความสิ้นหวัง จงให้แสงสว่างจากความสุขและความกล้าหาญส่องแสงออกมาในทุกการกระทำของคุณ

ผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณเลือกปฏิญาณนี้ที่เลเวล 3 คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 อย่าง

ความโกรธเกรี้ยวของธรรมชาติ คุณสามารถใช้การผสนานพลังศักดิ์สิทธิ์ในการปลุกพลังสัตว์ป่ามาจับยึดศัตรู โดยใช้แอ็คชัน คุณสามารถเรียกเถาวัลย์วิญญาณขึ้นมารัดสิ่งมีชีวิตในระยะ 10 ฟุตจากคุณที่คุณเห็น สิ่งมีชีวิตต้องทอยป้องกันความแข็งแกร่งหรือความคล่องแคล่วให้ผ่าน (ให้เลือกได้) หรือติดสภาพถูกรัดตรึง (restrained) ขณะที่ถูกรัดด้วยเถาวัลย์ สิ่งมีชีวิตสามารถทอยป้องกันอีกครั้งได้เมื่อจบเทิร์น ถ้าสำเร็จจะเป็นอิสระและเถาวัลย์วิญญาณจะหายไป

ขับไล่พวกไร้ศรัทธา คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ในการเอ่ยถ้อยคำโบราณที่ทำให้เฟย์ (fey) และฟีน (fiends) เจ็บปวดเมื่อได้ยิน โดยการใช้แอ็คชัน คุณจะแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ เฟย์และฟีนทุกตัวในระยะ 30 ฟุตจากคุณที่ได้ยินเสียงคุณได้ต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) ถ้าทอยไม่ผ่านสิ่งมีชีวิตนั้นจะถูกขับไล่ (turned) เป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย

สิ่งมีชีวิตที่ถูกขับไล่ (turned) จะใช้เทิร์นของตัวเองในการพยายามจะเคลื่อนที่ออกห่างจากคุณให้ไกลที่สุด และมันจะไม่สามารถเข้าใกล้คุณได้ในระยะ 30 ฟุต และมันยังไม่สามารถใช้รีแอ็คชันอีกด้วย ในแอ็คชันของมัน มันสามารถใช้ได้เพียงการพุ่งตัว (Dash) หรือพยายามจะหนีจากผลพิเศษที่หยุดยั้งการเคลื่อนที่ ถ้าไม่มีพื้นที่ให้ไปไหนได้ มันจะสามารถใช้แอ็คชันหลบหลีกได้

หากร่างจริงของสิ่งมีชีวิตนั้นถูกซ่อนไว้ด้วยภาพลวงตา มนต์เปลี่ยนร่าง หรือผลพิเศษอื่น ๆ ร่างจริงจะเปิดเผยออกมาเมื่อตกอยู่ในสภาวะถูกขับไล่

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่กำหนด

คาถาประจำปฏิญาณแห่งบรรพกาล (Oath of the Ancients Spells)

เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd โจมตีพัวพัน (ensnaring strike), คุยกับสัตว์ (speak with animals)
5th ก้าวย่างในสายหมอก (misty step), แสงจันทร์ส่อง (moonbeam)
9th ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ (plant growth), ปกป้องจากพลังงาน (protection from energy)
13th พายุน้ำแข็ง (ice storm), ผิวแกร่งดั่งหิน (stoneskin)
17th สื่อสารกับธรรมชาติ (commune with nature), ล่องไพร (tree stride)

ออร่าแห่งอาณาเขต (Aura of Warding)

เริ่มที่เลเวล 7 เวทย์มนต์โบราณไหลเวียนรอบตัวคุณอย่างเข้มข้นจนก่อร่างเป็นอาณาเขตเอลดริช คุณและเพื่อนในระยะ 10 ฟุตจากคุณจะมีสภาวะต้านทานความเสียหายจากคาถา

ที่เลเวล 18 ระยะของออกร่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30 ฟุต

ผู้คุ้มกันอมตะ (Undying Sentinel)

เริ่มที่เลเวล 15 เมื่อฮิตพอยต์คุณลดลงเป็น 0 คุณจะไม่ถูกฆ่าในทันที คุณสามารถเลือกที่จะมีฮิตพอยต์เป็น 1 แทนได้ เมื่อคุณใช้ความสามารถนี้แล้วจะใช้ได้อีกครั้งหลังจบการพักยาว

นอกจากนั้นคุณจะไม่ได้รับผลจากความแก่ชรา และคุณจะไม่แก่ลงจากเวทย์มนต์

แชมเปี้ยนอาวุโส (Elder Champion)

ที่เลเวล 20 คุณสามารถเปลี่ยนร่างเป็นพลังโบราณแห่งธรรมชาติ โดยคุณเลือกภาพลักษณ์เองได้ ตัวอย่างเช่น ผิวหนังของคุณอาจจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือมีสภาพเป็นเปลือกไม้ ผมอาจเป็นใบไม้หรือมอส หรือคุณอาจจะเพิ่มเขาสัตว์หรือแผงคอแบบสิงโต

โดยการใช้แอ็คชัน คุณสามารถเปลี่ยนร่างดันนั้นได้ เป็นเวลา 1 นาที คุณจะได้รับผลพิเศษดังนี้

  • เมื่อเริ่มเทิร์นของคุณ คุณจะได้รับฮิตพอยต์ 10
  • เมื่อใดที่คุณใช้คาถาพาลาดินที่มีระยะการร่าย 1 เทิร์น คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในการร่ายได้
  • ศัตรูในระยะ 10 ฟุตจากคุณจะต้องทอยป้องกันแบบเสียเปรียบเมื่อถูกโจมตีด้วยคาถาพาลาดินของคุณ รวมถึงการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณใช้ความสามารถนี้ไปแล้ว จะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว

ปฏิญาณแห่งมงกุฎ (Oath of the Crown)

[คู่มือแนะนำนักผจญภัยแห่งชายฝั่งดาบ (Sword Coast Adventurer’s Guide)]

ปฏิญาณแห่งมงกุฎถูกสมาทานต่ออุดมคติแห่งอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณแห่งชนชาติ ความจงรักภักดีต่อประมุข หรือการรับใช้เทพเจ้าแห่งกฎหมายและการปกครอง พาลาดินผู้สาบานต่อปฏิญาณนี้จะอุทิศตนเพื่อรับใช้สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายอันชอบธรรมที่ยึดเหนี่ยวสังคมไว้ด้วยกัน พาลาดินเหล่านี้คือผู้คุ้มกันที่เฝ้าระวังอยู่บนกำแพง ยืนหยัดต่อต้านกระแสน้ำอันโกลาหลของความป่าเถื่อนที่ขู่ว่าจะทลายสิ่งที่อารยธรรมได้สร้างขึ้นมา และเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม ผู้คุ้มกัน (guardians) แม่แบบ (exemplars) หรือ ผู้เฝ้าเวร (sentinels) มักจะพบว่าพาลาดินผู้สาบานต่อปฏิญาณนี้เป็นสมาชิกของภาคีอัศวินที่รับใช้ชนชาติหรือประมุข และกระทำพิธีสาบานตนโดยเป็นส่วนหนึ่งของการรับเข้าสู่ลำดับยศของภาคี

หลักคำสอนแห่งมงกุฎ (TENETS OF THE CROWN)

หลักคำสอนแห่งปฏิญาณแห่งมงกุฎมักถูกกำหนดโดยประมุขผู้ซึ่งพวกเขาสถิตคำสาบานไว้ แต่โดยทั่วไปจะเน้นย้ำถึงหลักคำสอนดังต่อไปนี้

กฎหมาย (Law). กฎหมายคือสิ่งสำคัญที่สุด มันคือน้ำปูนที่ยึดอิฐของอารยธรรมไว้ด้วยกัน และต้องได้รับความเคารพ

ความภักดี (Loyalty). คำพูดของคุณคือพันธะสัญญา หากปราศจากความภักดี คำสาบานและกฎหมายก็ไร้ความหมาย

ความกล้าหาญ (Courage). คุณต้องยินดีทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อเห็นแก่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้จะเผชิญกับอุปสรรคอันท่วมท้น หากคุณไม่ลงมือทำ แล้วใครจะทำ?

ความรับผิดชอบ (Responsibility). คุณต้องรับมือกับผลที่ตามมาจากการกระทำของคุณ และคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติภารกิจและพันธะกรณีของคุณให้ลุล่วง

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่ระบุไว้

คาถาประจำปฏิญาณแห่งมงกุฎ (Oath of the Crown Spells)
เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd คำสั่ง (command), ท้าดวล (compelled duel)
5th พันธะอาณาเขต (warding bond), อาณาเขตสัจจะ (zone of truth)
9th ออร่าแห่งพลังชีวิต (aura of vitality), วิญญาณผู้ปกป้อง (spirit guardians)
13th ขับไล่ (banishment), ผู้คุ้มครองแห่งความศรัทธา (guardian of faith)
17th วงกลมแห่งพลัง (circle of power), ใต้อาณัติ (geas)

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณสมาทานปฏิญาณนี้ที่เลเวล 3 คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ดังต่อไปนี้

คำท้าของแชมเปียน (Champion Challenge). โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณส่งคำท้าทายที่บังคับให้สิ่งมีชีวิตอื่นต้องเข้าสู่การต่อสู้กับคุณ สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกในระยะ 30 ฟุตที่คุณมองเห็นต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะไม่สามารถเคลื่อนที่ออกห่างจากคุณเกิน 30 ฟุตได้โดยสมัครใจ ผลกระทบนี้จะจบลงบนตัวสิ่งมีชีวิตหากคุณติดสภาวะหมดสภาพ (incapacitated) หรือตาย หรือหากสิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ห่างจากคุณเกิน 30 ฟุต

พลิกสถานการณ์ (Turn the Tide). โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณสามารถเสริมกำลังสิ่งมีชีวิตที่บาดเจ็บด้วยการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกในระยะ 30 ฟุตที่สามารถได้ยินเสียงคุณจะได้รับฮิตพอยต์คืนเท่ากับ 1d6 + ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของคุณ (ขั้นต่ำ 1) หากสิ่งมีชีวิตนั้นมีฮิตพอยต์เหลือไม่เกินครึ่งหนึ่งของฮิตพอยต์สูงสุด

ความจงรักภักดีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Allegiance)

เริ่มที่เลเวล 7 เมื่อสิ่งมีชีวิตในระยะ 5 ฟุตจากคุณได้รับความเสียหาย คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อเข้าแทนที่สุขภาพของคุณกับเป้าหมายด้วยเวตมนตร์ ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตเป้าหมายไม่ได้รับความเสียหายนั้น แต่คุณจะเป็นผู้ได้รับความเสียหายแทน ความเสียหายที่เกิดแก่คุณนี้ไม่สามารถลดทอนหรือป้องกันได้ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม

จิตวิญญาณไม่สยบ (Unyielding Spirit)

เริ่มที่เลเวล 15 คุณจะได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการติดสภาวะเป็นอัมพาต (paralyzed) หรือมึนงง (stunned)

แชมเปียนผู้สูงส่ง (Exalted Champion)

ที่เลเวล 20 การปรากฏตัวของคุณในสนามรบเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่อุทิศตนให้แก่ปณิธานของคุณ คุณสามารถใช้แอ็คชันเพื่อได้รับผลประโยชน์ดังต่อไปนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง:

  • คุณมีความต้านทาน (resistance) ต่อความเสียหายแบบทุบตี (bludgeoning) แบบแทง (piercing) และแบบเฉือน (slashing) จากอาวุธที่ไม่ใช่อาวุธเวทย์มนต์
  • พันธมิตรของคุณได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยป้องกันความตาย (death saving throws) ขณะอยู่ในระยะ 30 ฟุตจากคุณ
  • คุณได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) รวมถึงพันธมิตรของคุณในระยะ 30 ฟุตจากคุณด้วย

ผลกระทบนี้จะจบลงก่อนกำหนดหากคุณติดสภาวะหมดสภาพ (incapacitated) หรือตาย เมื่อคุณใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว (long rest)

ปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง (Oath of the Watchers)

[หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)]

ปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวังผูกมัดพาลาดินให้ปกป้องภพภูมิปวงชน (mortal realms) จากการรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างภพภูมิ (extraplanar creatures) ซึ่งหลายตนสามารถสร้างความพังทลายแก่ทหารปวงชนได้ ดังนั้น ผู้เฝ้าระวังจึงขัดเกลาจิตใจ จิตวิญญาณ และร่างกายของตนเพื่อให้เป็นอาวุธขั้นสุดยอดในการต่อกรกับภัยคุกคามดังกล่าว

พาลาดินผู้เจริญรอยตามปฏิญาณของผู้เฝ้าระวังจะตื่นตัวเสมอในการตรวจจับอิทธิพลของพลังอำนาจต่างภพภูมิ โดยมักจะสร้างเครือข่ายสายลับและผู้แจ้งข่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิที่ต้องสงสัย สำหรับผู้เฝ้าระวังแล้ว การรักษาความสงสัยและความตระหนักรู้อย่างมีสุขภาพดีต่อสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องธรรมชาติเช่นเดียวกับการสวมชุดเกราะในสนามรบ

หลักคำสอนแห่งผู้เฝ้าระวัง (TENETS OF THE WATCHERS)

พาลาดินผู้สมาทานปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวังจะสาบานตนเพื่อปกป้องภพภูมิปวงชนจากภัยคุกคามต่างภพ

ความเฝ้าระวัง (Vigilance). ภัยคุกคามที่คุณเผชิญหน้ามีความเล่ห์เหลี่ยม ทรงพลัง และแฝงเร้น จงตื่นตัวอยู่เสมอต่อการกัดเซาะของพวกมัน

ความภักดี (Loyalty). อย่ารับของขวัญหรือความอนุเคราะห์จากฟีน (fiends) หรือผู้ที่สมคบคิดกับพวกมัน จงซื่อสัตย์ต่อภาคีของคุณ สหายของคุณ และหน้าที่ของคุณ

วินัย (Discipline). คุณคือโล่ต่อต้านความน่าสะพรึงกลัวอันไร้ที่สิ้นสุดที่อยู่พ้นจากหมู่ดาว คมดาบของคุณต้องแหลมคมอยู่เสมอและจิตใจของคุณต้องเฉียบแหลมเพื่อเอาชีวิตรอดจากสิ่งที่อยู่เบื้องนอก

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง เลเวล 3

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่ระบุไว้ในตารางคาถาของปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของคาถาประจำปฏิญาณ

คาถาประจำปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง (Oath of the Watchers Spells)
เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd เตือนภัย (alarm), ตรวจจับเวทย์มนต์ (detect magic)
5th แสงจันทร์ส่อง (moonbeam), มองเห็นสิ่งล่องหน (see invisibility)
9th ต่อต้านคาถา (counterspell), ตรวจจับไม่ได้ (nondetection)
13th ออร่าแห่งความบริสุทธิ์ (aura of purity), ขับไล่ (banishment)
17th ตรึงมอนสเตอร์ (hold monster), ลอบติดตามระยะไกล (scrying)

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง เลเวล 3

คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ดังต่อไปนี้ ดูความสามารถประจำคลาสปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับการทำงานของการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์

เจตจำนงของผู้เฝ้าระวัง (Watcher’s Will). คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อประสิทธิ์พลังแห่งการคุ้มครองจากศรัทธาของคุณให้แก่กายา โดยใช้แอ็คชัน คุณสามารถเลือกสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งที่คุณมองเห็นในระยะ 30 ฟุตจากคุณ ได้สูงสุดเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของคุณ (ขั้นต่ำ 1 ตัว) เป็นเวลา 1 นาที คุณและสิ่งมีชีวิตที่เลือกได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยป้องกันความฉลาด (Intelligence) ความรอบรู้ (Wisdom) และเสน่ห์ (Charisma)

ขับไล่สิ่งมีชีวิตต่างภพ (Abjure the Extraplanar). คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อประณามสิ่งมีชีวิตต่างภพ โดยใช้แอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณ และอเบอร์เรชัน (aberration), เซเลสเทียล (celestial), เอเลเมนทัล (elemental), เฟย์ (fey), หรือฟีน (fiend) แต่ละตัวในระยะ 30 ฟุตที่ได้ยินเสียงคุณต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะถูกขับไล่ (turned) เป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย สิ่งมีชีวิตที่ถูกขับไล่ต้องใช้เทิร์นของมันในการพยายามเคลื่อนที่ออกห่างจากคุณให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่สามารถจบการเคลื่อนที่ในพื้นที่ระยะ 30 ฟุตจากคุณได้โดยสมัครใจ สำหรับแอ็คชันของมัน มันสามารถใช้ได้เพียงแอ็คชันพุ่งตัว (Dash) หรือพยายามหนีจากผลกระทบที่ขัดขวางการเคลื่อนที่เท่านั้น หากไม่มีที่ให้เคลื่อนที่ สิ่งมีชีวิตสามารถใช้แอ็คชันหลบหลีก (Dodge) ได้

ออร่าแห่งผู้เฝ้าเวร (Aura of the Sentinel)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง เลเวล 7

คุณแผ่ออร่าแห่งความตื่นตัวตราบใดที่คุณไม่ติดสภาวะหมดสภาพ (incapacitated) เมื่อคุณและสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่คุณเลือกในระยะ 10 ฟุตทอยจัดลำดับการต่อสู้ (initiative) ทุกคนจะได้รับโบนัสในการทอยจัดลำดับการต่อสู้เท่ากับโบนัสความชำนาญของคุณ

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 30 ฟุต

การโต้กลับด้วยความเฝ้าระวัง (Vigilant Rebuke)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง เลเวล 15

คุณได้เรียนรู้วิธีการลงโทษใครก็ตามที่บังอาจใช้การล่อลวงใส่คุณและผู้ที่คุณคุ้มครอง เมื่อใดก็ตามที่คุณหรือสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นในระยะ 30 ฟุตทอยป้องกันความฉลาด (Intelligence) ความรอบรู้ (Wisdom) หรือเสน่ห์ (Charisma) ผ่าน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อสร้างความเสียหายแรงกระแทกจิต (force damage) 2d8 + ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของคุณ ใส่สิ่งมีชีวิตที่บังคับให้ทอยป้องกันนั้น

ปราการแห่งปวงชน (Mortal Bulwark)

ความสามารถประจำปฏิญาณแห่งผู้เฝ้าระวัง เลเวล 20

คุณสำแดงประกายแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องภพภูมิปวงชน โดยใช้โบนัสแอ็คชัน คุณจะได้รับผลประโยชน์ดังต่อไปนี้เป็นเวลา 1 นาที:

  • คุณได้รับสัจทัศน์ (truesight) ระยะ 120 ฟุต
  • คุณได้รับทอยแบบได้เปรียบในการทอยโจมตีต่ออเบอร์เรชัน (aberrations), เซเลสเทียล (celestials), เอเลเมนทัล (elementals), เฟย์ (fey), และฟีน (fiends)
  • เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยการทอยโจมตีและสร้างความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตนั้น คุณยังสามารถบังคับให้สิ่งมีชีวิตนั้นทอยป้องกันเสน่ห์ (Charisma) ต่อ DC คาถาของคุณ หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะถูกส่งกลับสู่ภพภูมิดั้งเดิมของมันด้วยเวตมนตร์หากในปัจจุบันมันไม่ได้อยู่ที่นั่น หากทอยผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะไม่สามารถถูกเนรเทศด้วยความสามารถนี้ได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

เมื่อคุณใช้โบนัสแอ็คชันนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว เว้นแต่คุณจะจ่ายช่องคาถาเลเวล 5 หนึ่งช่องเพื่อใช้ความสามารถนี้อีกครั้ง

ปฏิญาณแห่งความพยาบาท (Oath of Vengeance)

ปฏิญาณแห่งความพยาบาทเป็นคำสาบานที่จะลงโทษผู้ที่ทำบาปหนัก เมื่ออำนาจชั่วร้ายฆ่าผู้บริสุทธิ์ล้างหมู่บ้าน เมื่อกลุ่มคนต่อต้านเทพเจ้า เมื่อซุ้มโจรเริ่มใช้ความรุนแรงและมีอำนาจมากขึ้น เมื่อมังกรอาละวาดไปทั่วพื้นที่ ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ พาลาดินจะลุกขึ้นและสาบานต่อปฏิยาณแห่งความพยาบาทเพื่อทำสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง สำหรับพาลาดินเหล่านี้ บางครั้งเรียกว่าผู้ล้างแค้นหรืออัศวินดำ ความบริสุทธิ์ของตนเองไม่สำคัญเท่าการมอบความยุติธรรม

คำสอนแห่งความพยาบาท (TENETS OF VENGEANCE)

คำสอนของปฏิญาณแห่งความพยาบาทนั้นแตกต่างไปในพาลาดินแต่ละคน แต่ทั้งหมดล้วนมีอยู่เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดโดยวิธีการใด ๆ ที่เหมาะสม พาลาดินผู้รับเอาคำสอนนี้จะเสียสละความดีงามของตนเพื่อทำให้ความยุติธรรมบังเกิด ดังนั้นพาลาดินจึงมักมีแนวคิดแบบเป็นกลางหรือเคร่งระเบียบและเป็นกลาง (lawful neutral) หลักการของคำสอนนี้ง่ายมาก

สู้กับความชั่วร้ายที่ใหญ่กว่า เมื่อต้องเลือกจะต่อสู้กับศัตรูหรือกับพวกลูกน้องชั่วร้าย ข้าเลือกตัวชั่วร้ายที่ใหญ่กว่า

ไร้ปราณีกับพวกเลวทราม ศัตรูทั่วไปอาจจะได้รับความปราณีได้ แต่คู่อาฆาตนั้นไร้ข้อยกเว้น

ด้วยวิธีการใด ๆ ที่จำเป็น ไม่มีความลังเลใจใด ๆ จะมาขวางการทำลายล้างศัตรูของข้า

การล้างบาป หากศัตรูของข้าทำลายโลก นั่นเป็นเพราะข้าล้มเหลวที่จะหยุดยั้งพวกมัน ข้าต้องช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการทำชั่วของพวกมัน

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

เมื่อคุณถึงเลเวล 3 คุณจะได้รับตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 แบบ

ขับไล่ศัตรู (Abjure Enemy) โดยการใช้แอ็คชัน คุณจะแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณและสวดประณามศัตรูโดยการใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ เลือกสิ่งมีชีวิต 1 ตัวในระยะ 60 ฟุตที่คุณสามารถมองเห็นได้ สิ่งมีชีวิตนั้นจะต้องทอยป้องกันด้านความรอบรู้ (Wisdom) ยกเว้นแต่มันจะมีภูมิคุ้มกันความหวาดกลัว (frightened) พวกปีศาจ (fiends) และอันเดดจะทอยแบบเสียเปรียบในการทอยป้องกัน

หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตจะหวาดกลัว (frightened) เป็นเวลา 1 นาที หรือจนกระทั้งมันได้รับความเสียหาย ในขณะที่หวาดกลัว (frightened) ความเร็วของสิ่งมีชีวิตจะเป็น 0 และจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่

หากทอยผ่าน ความเร็วของสิ่งมีชีวิตจะลดลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะได้รับความเสียหาย

คำปฏิญาณแห่งความเป็นศัตรู (Vow of Emity) ด้วยโบนัสแอ็คชัน คุณสามารถประกาศการเป็นศัตรูคู่อาฆาตต่อสิ่งมีชีวิตที่คุณเห็นภายในระยะ 10 ฟุตจากคุณได้โดยใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ คุณจะได้ทอยโจมตีแบบได้เปรียบต่อศัตรูนั้นเป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่ามันจะได้รับความเสียหายจนฮิตพอยต์เป็น 0 หรือหมดสติ (unconscious)

คาถาประจำปฏิญาณ (Oath Spells)

คุณจะได้รับคาถาประจำปฏิญาณตามเลเวลพาลาดินที่กำหนด

คาถาประจำปฏิญาณแห่งความพยาบาท (Oath of Vengeance Spells)

เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd พินาศ (bane), พรานหมายหัว (hunter’s mark)
5th ตรึงบุคคล (hold person), ก้าวย่างในสายหมอก (misty step)
9th เพิ่มความว่องไว (haste), ปกป้องจากพลังงาน (protection from energy)
13th ขับไล่ (banishment), ประตูมิติ (dimension door)
17th ตรึงมอนสเตอร์ (hold monster), ลอบติดตามระยะไกล (scrying)

ผู้ล้างแค้นที่ไม่ลดละ (Relentless Avenger)

เมื่อถึงเลเวล 7 สมาธิที่เหนือธรรมชาติของคุณช่วยให้คุณดักทางศัตรูที่กำลังจะหนีได้ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตด้วยการโจมตีโดยสบโอกาส (opportunity attack: OA ก็เรียก) คุณสามารถเคลื่อนที่ได้ครึ่งหนึ่งจากความเร็วของคุณทั้งหมดหลักจากการโจมตีโดยจะเป็นส่วนหนึ่งของรีแอ็คชัน โดยการเคลื่อนไหวนี้จะไม่ก่อให้เกิดการโจมตีแบบสบโอกาส

วิญญาณแห่งความพยาบาท (Soul of Vengeance)

ที่เลเวล 15 อำนาจที่คุณใช้กล่าวปฏิญาณความเป็นศัตรูจะมีพลังเหนือศัตรูมากยิ่งขึ้น เมื่อศัตรูที่ตกอยู่ภายใต้ผลจากคำปฏิญาณแห่งความเป็นศัตรู (Vow of Emity) ทำการโจมตี คุณสามารถใช้รีแอ็คชันในการโจมตีระยะประชิดตัวตอบโต้ศัตรูนั้นได้หากอยู่ในระยะ

ฑูตสวรรค์แห่งการล้างแค้น (Avenging Angel)

ที่เลเวล 20 คุณสามารถใช้ร่างของฑูตสวรรค์แห่งการล้างแค้นได้ โดยใช้แอ็คชัน คุณจะสามารถแปลงร่างได้ คุณจะได้รับผลพิเศษดังนี้เป็นเวลา 1 ชม.

  • คุณจะมีปีกงอกจากแผ่นหลังและทำให้คุณบินได้ ความเร็ว 60 ฟุต
  • คุณจะแผ่ออร่าแห่งการคุกคามเป็นระยะ 30 ฟุต ครั้งแรกที่ศัตรูเข้ามาในระยะออร่า หรือเริ่มเทิร์นในระหว่างการต่อสู้ สิ่งมีชีวิตจะต้องทอยป้องกันด้านความรอบรู้ (Wisdom) ให้ผ่านหรือติดสถานะหวาดกลัว (frightened) คุณเป็นเวลา 1 นาหรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย การทอยโจมตีต่อสิ่งมีชีวิตที่หวาดกลัวจะเป็นแบบได้เปรียบ

เมื่อใช้ความสามารถนี้ คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว

ผู้ผิดคำสาบาน (Oathbreaker)

ผู้ผิดคำสาบานคือพาลาดินผู้ทำลายปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาหรือเธอเพื่อไล่ตามความทะเยอทะยานอันดำมืดหรือรับใช้พลังอันชั่วร้าย แสงสว่างที่เคยลุกโชนในใจกลับดับมอดลงเหลือไว้แต่ความมืดอนธการ

พาลาดินต้องมีแนวคิดชั่วร้ายและมีเลเวลอย่างน้อย 3 เพื่อจะเป็นผู้ผิดคำสาบาน พาลาดินต้องแทนที่ความสามารถเฉพาะจากปฏิญาณศักดิ์สิทธิ์ด้วยความสามารถของผู้ผิดคำสาบาน

คาถาของผู้ผิดคำสาบาน (Oathbreaker Spells)

พาลาดินผู้ผิดคำสาบานจะสูญเสียคาถาประจำปฏิญาณและได้รับคาถาเหล่านี้แทนตามเลเวลที่กำหนด

เลเวลพาลาดิน คาถา
3rd การประณามจากนรก (hellish rebuke), สร้างบาดแผล (inflict wounds)
5th มงกุฏแห่งความวิปลาศ (crown of madness), มืดมิด (darkness)
9th ปลุกผี (animate dead), มอบคำสาป (bestow curse)
13th เสื่อมสลาย (blight), สร้างความสับสน (confusion)
17th โรคติดต่อทางเวทย์มนต์ (contagion), ควบคุมบุคคล (dominate person)

การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)

พาลาดินผู้ผิดคำสาบานที่เลเวล 3 มีตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ 2 แบบ

ควบคุมอันเดด (Control Undead) โดยการใช้แอ็คชัน พาลาดินจะเลือกเป้าหมายที่เป็นอันเดดที่สามารถมองเห็นได้ในระยะ 30 ฟุต เป้าหมายจะต้องทอยป้องกันด้านความรอบรู้ (Wisdom) ถ้าทอยไม่ผ่าน เป้าหมายจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของพาลาดินเป็นเวลา 24 ชม. หรือจนพาลาดินใช้ความสามารถนี้อีกครั้ง อันเดดที่มีระดับความท้าทาย (challenge rating) เท่ากับหรือมากกว่าเลเวลของพาลาดินจะมีภูมิคุ้มกันผลพิเศษนี้

ภาพลักณ์แห่งการคุกคาม (Dreadful Aspect) โดยใช้แอ็คชัน พาลาดินจะส่งถ่ายพลังอารมณ์ดำมืดและพุ่งสมาธิระเบิดออกมาเป็นพลังคุกคาม สิ่งมีชีวิตที่พาลาดินเลือกในระยะ 30 ฟุตจากตัวพาลาดินต้องทอยป้องกันด้านความรอบรู้ (Wisdom) หากมันสามารถมองเห็นตัวพาลาดินได้ หาทอยไม่ผ่าน เป้าหมายจะหวาดกลัวเป็นเวลา 1 นาที หากสิ่งมีชีวิตที่หวาดกลัวจากผลพิเศษนี้จบเทิร์นที่ระยะห่างจากตัวพาลาดินมากกว่า 30 ฟุต มันสามารถทอยป้องกันได้อีกครั้งเพื่อให้พ้นจากผลพิเศษนี้

ออร่าแห่งความเกลียดชัง (Aura of Hate)

เริ่มที่เลเวล 7 พาลาดินและเพื่อนและอันเดดในระยะ 10 ฟุตจากพาลาดินจะได้รับโบนัสความเสียหายในการโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิด เท่ากับค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของพาลาดิน (โบนัสน้อยที่สุด +1) สิ่งมีชีวิตจะได้รับผลพิเศษนี้จากพาลาดินคนเดียวในช่วงเวลาเดียวกัน

ที่เลเวล 18 ระยะของออร่านี้จะเพิ่มเป็น 30 ฟุต

ความต้านทานเหนือมนุษย์ (Supernatural Resistance)

ที่เลเวล 15 พาลาดินจะได้รับความต้านทานความเสียหายแบบกระแทก (buldgeoning) แบบแทง (piercing) และแบบเฉือน (slashing) จากอาวุธที่ไม่ใช่อาวุธเวทย์มนต์

เจ้าแห่งความน่าสะพรึงกลัว (Dread Lord)

ที่เลเวล 20 พาลาดินสามาใช้แอ็คชันในการสร้างออร่าแห่งความืดมน คงอยู่เป็นเวลา 1 นาที ออร่านี้จะลดแสงจากแสงปกติ (bright light) ในระยะ 30 ฟุตรอบตัวพาลาดินให้เป็นแสงสลัว (dim light) เมื่อไรก็ตามที่ศัตรูที่หวาดกลัวพาลาดินเริ่มเทิร์นในพื้นที่ออร่านี้ จะได้รับความเสียหายด้านพลังจิต 4d10 ยิ่งกว่านั้น พาลาดินและสิ่งมีชีวิตที่เลือกที่อยู่ในบริเวณออร่าจะถูกปกคลุมด้วยเงา สิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาการมองเห็นจะต้องทอยแบบเสียเปรียบในการทอยโจมตีสิ่งมีชีวิตที่ถูกปกคลุมด้วยเงานี้

ในขณะที่ออร่ายังคงอยู่ พาลาดินจะสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในเทิร์นของตัวเองในการบังคับให้เงาไปโจมตีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง พาลาดินจะใช้การโจมตีเป้าหมายแบบประชิดตัวด้วยคาถา ถ้าโจมตีโดน เป้าหมายจะได้รับความเสียหายแบบเน่าสลาย (necrotic damage) เท่ากับ 3d10 + ค่าโมดิไฟเออร์เสน่ห์ (Charisma) ของพาลาดิน

หลังจากเปิดใช้ออร่านี้ พาลาดินจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว