พื้นที่ขุดสำรวจของชาวดวอร์ฟ (Dwarven Excavation)
“พื้นที่ขุดสำรวจของชาวดวอร์ฟ (Dwarven Excavation)” ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับตัวละครเลเวล 1 แม้กระทั่งตัวละครเลเวล 2 ก็อาจพบว่าบางส่วนของภารกิจนี้มีความท้าทาย ส่วนตัวละครเลเวล 3 หรือสูงกว่าควรจะเคลียร์ซากปรักหักพังและเอาชนะพวกออร์ค (orc) ที่จะตามมาภายหลังได้อย่างง่ายดาย
ภาพรวมสถานที่ (Location Overview)
แดซลิน เกรย์ชาร์ด (Dazlyn Grayshard) และนอร์บัส ไอรอนรูน (Norbus Ironrune) เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและนักสำรวจแร่ชิลด์ดวอร์ฟ (shield dwarf) ระหว่างที่ค้นหาทองคำในภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของแฟนดูลิน (Phandalin) พวกเขาตัดสินใจสำรวจหุบเขาแคบ ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง และพบหลักฐานของนิคมดวอร์ฟโบราณที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินถล่ม พวกเขาใช้เวลาหลายเดือนที่ผ่านมาในการเคลียร์เศษหินและค้นหาขุมทรัพย์ในซากปรักหักพัง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบสิ่งมีค่าใด ๆ
ด้านหลังของนิคมซึ่งถูกสกัดเข้าไปในผนังด้านหลังของหุบเขาแคบคือวิหารโบราณของแอ็บบาธอร์ (Abbathor) เทพเจ้าดวอร์ฟผู้ชั่วร้ายแห่งความโลภ ในช่วงสุริยุปราคา แอ็บบาธอร์จะพึงพอใจได้ด้วยการบูชายัญด้วยเลือดและอัญมณี ครั้งหนึ่ง เทพเจ้าทรงพบว่าการบูชายัญของเหล่านักบวชในวิหารแห่งนี้ยังขาดตกบกพร่อง พระองค์จึงบันดาลให้เกิดแผ่นดินไหวและดินถล่มจนทำให้บางส่วนของวิหารพังทลายลงและฝังนิคมแห่งนี้ไว้ เหล่านักบวชในวิหารที่ไม่เสียชีวิตในทันทีได้ถูกเปลี่ยนร่างเป็นเจลลี่เหลือง (ochre jellies) — ภาพสะท้อนอันเสื่อมทรามของความหิวโหยและความโลภของแอ็บบาธอร์
เป้าหมายภารกิจ (Quest Goals)
ในการทำภารกิจพื้นที่ขุดสำรวจของชาวดวอร์ฟ (Dwarven Excavation Quest) ให้สำเร็จ เหล่านักผจญภัยเพียงแค่ต้องมาเตือนแดซลินและนอร์บัสเกี่ยวกับมังกรขาว ดวอร์ฟทั้งสองที่รู้สึกขอบคุณ และจะยื่นข้อเสนอภารกิจของตนเองให้แก่นักผจญภัย โดยเสนอหินส่งสาร (sending stones) คู่หนึ่งเป็นรางวัลหากตัวละครช่วยกำจัดมอนสเตอร์ในวิหารออกไปให้หมด หากพวกเขาอยู่ช่วยแดซลินและนอร์บัสนานพอ ตัวละครจะเผชิญหน้ากับพวกออร์คก่อนจะเดินทางกลับ (ดู “เมื่อออร์คโจมตี”)
เมื่อมาถึง (Arrival)
พื้นที่ขุดสำรวจของชาวดวอร์ฟตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกตรงจากเลลอน (Leilon) ห่างจากแฟนดูลินไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 15 ไมล์ ที่สุดทางทิศตะวันออกของหุบเขาแคบ (พื้นที่ E1) เมื่อตัวละครมาถึงพื้นที่ E1 บนแผนที่ ให้อ่านออกเสียงข้อความในกล่องต่อไปนี้:
ผนังหินของหุบเขาแคบสูงตระหง่านขึ้นไปถึงแปดสิบฟุต ที่สุดปลายของหุบเขาแคบมีกำแพงหินสีดำสูงยี่สิบฟุตซึ่งมีประตูที่พังทลายสลักอยู่ บานประตูหินข้างหนึ่งแขวนอยู่อย่างง่อนแง่นด้วยบานพับ ส่วนอีกข้างหนึ่งหายไป พ้นประตูที่เปิดอยู่นี้ไป ภายใต้ร่มเงาของภูเขาขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออก มีซากนิคมที่ปรักหักพังตั้งอยู่ ทุกสิ่งเงียบสงัด
หากตัวละครประกาศการมาถึง แดซลินและนอร์บัสจะออกมาต้อนรับพวกเขา มิฉะนั้น ตัวละครจะพบกับพวกดวอร์ฟในพื้นที่ E3
สถานที่ขุดค้น (Excavation Locations)
สถานที่ต่อไปนี้สอดคล้องกับหมายเลขบนแผนที่ของพื้นที่ขุดสำรวจของชาวดวอร์ฟ
แผนที่: พื้นที่ขุดสำรวจของชาวดวอร์ฟ ดูเวอร์ชันสำหรับผู้เล่น
E1. หุบเขาแคบ (Canyon)
พื้นหุบเขาแคบเต็มไปด้วยเศษหินและปราศจากพืชพรรณใด ๆ ยกเว้นวัชพืชที่ทนทานและแคระแกร็นไม่กี่ต้น
E2. นิคมร้าง (Ruined Settlement)
ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับนิคมแห่งนี้ รวมถึงชื่อของมัน ได้สาบสูญไปพร้อมกับผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมที่เสียชีวิตจากดินถล่ม เศษหินที่เคยฝังนิคมนี้ได้รับการขนย้ายออกไป เผยให้เห็นโครงร่างของสิ่งปลูกสร้างหินในลักษณะของกำแพงที่พังทลาย บ่อน้ำหินที่อยู่อีกฟากหนึ่งของซากปรักหักพังเต็มไปด้วยเศษหิน
นิคมนี้ถูกรื้อค้นจนทั่ว ตัวละครที่ค้นหาซากปรักหักพังจะพบกระดูกดวอร์ฟที่แตกหักเพียงไม่กี่ชิ้นและร่องรอยของกองไฟเมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่มีสิ่งมีค่าใด ๆ
E3. ลานกว้างและหน้าวิหาร (Courtyard and Temple Facade)
บรรยายสถานที่นี้ดังนี้:
กำแพงสูงสิบฟุตที่พังทลายลงมาบางส่วนแยกส่วนลานกว้างนี้ออกจากนิคมทางทิศตะวันตก กองเศษหินสามกองทับถมกันอยู่สูงในบริเวณนี้ หน้าวิหารสูงสามสิบฟุตที่สกัดจากผนังด้านหลังของหุบเขาแคบมีขั้นบันไดทอดขึ้นไปยังแท่นหิน ประตูทางเข้าที่เปิดอ้าสูงสิบฟุตซึ่งสลักไว้บนหน้าวิหารนี้มีรูปปั้นหินแกรนิตขนาดเท่าตัวจริงที่ผุกร่อนของดวอร์ฟในชุดคลุมขนาบทั้งสองข้าง รอยยิ้มอันชั่วร้ายสามารถสังเกตเห็นได้บนใบหน้าอันทรุดโทรมตามกาลเวลาของพวกมัน
หากยังไม่พบพวกเขาก่อนหน้านี้ แดซลินและนอร์บัสกำลังกินเสบียงอยู่หลังกองเศษหินทางทิศตะวันออกสุดในขณะที่คอยเฝ้าระวังทางเข้าวิหาร (พื้นที่ E4) แต่ละคนเป็นชิลด์ดวอร์ฟ สามัญชน (Commoner) ที่พูดภาษาคอมมอนและภาษาดวอร์ฟได้ และมีดาร์กวิชัน (Darkvision) ในระยะ 60 ฟุต แดซลินเป็นคนตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์อย่างยิ่ง ส่วนนอร์บัสเป็นคนหยาบกระด้างและระมัดระวังตัวมากเกินไป พวกเขาพูดคุยหยอกล้อกันเหมือนคู่สามีภรรยาวัยชรา
ดวอร์ฟแต่ละคนมีเสบียงอาหาร (Rations) สำหรับสิบวัน, ถุงหนังใส่น้ำ (Waterskin), อุปกรณ์ทำเหมือง และหินส่งสาร (sending stones) ที่เข้าคู่กันคนละหนึ่งก้อน พวกดวอร์ฟเสนอไอเท็มเวทมนตร์เหล่านี้ให้แก่ใครก็ตามที่ยินดีจะฆ่าเจลลี่เหลือง (ochre jellies) ในพื้นที่ E5, ค้นหาวิหารเพื่อตรวจหาภัยคุกคามอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัด และทำให้ปลอดภัย พวกเขาปรารถนาที่จะกลับมาขุดค้นต่ออย่างมาก จึงเสนอที่จะแบ่งปันสิ่งที่พบกับตัวละครที่ช่วยเหลือพวกเขา
ลักษณะเฉพาะของวิหาร (TEMPLE FEATURES)
วิหาร (พื้นที่ E4 ไปจนถึงพื้นที่ E11) ถูกสกัดอย่างราบเรียบจากหินแข็ง ลักษณะเฉพาะต่อไปนี้พบได้ทั่วไปทั่วทั้งวิหาร
เพดาน (Ceilings). เพดานทั่วทั้งพื้นที่สูง 10 ฟุตและแบนราบ
ประตู (Doors). ประตูทั้งหมดทำจากหินแกะสลักโดยใช้สลักหินเป็นบานพับ ประตูลับจะกลมกลืนไปกับงานหินรอบ ๆ การค้นหาประตูลับจำเป็นต้องตรวจสอบตามผนังและทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) (การรับรู้ (Perception)) DC 15 สำเร็จ แดซลินและนอร์บัสพบประตูลับแล้วหนึ่งบานในพื้นที่ E4 ส่วนบานอื่น ๆ ยังไม่ถูกค้นพบ
ฝุ่นและเศษซาก (Dust and Debris). วิหารเต็มไปด้วยเศษหินและฝุ่นผง ช่องตารางที่เต็มไปด้วยเศษหินถือเป็นพื้นที่ทุรกันดาร (Difficult Terrain) (ดูในกฎพื้นฐาน (Basic Rules))
แสงสว่าง (Light). ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงในวิหาร เนื่องจากเหล่านักบวชดวอร์ฟของแอ็บบาธอร์พึ่งพาดาร์กวิชัน (Darkvision) ในการมองเห็น
E4. ห้องโถงทางเข้าที่เต็มไปด้วยฝุ่น (Dusty Foyer)
ลิ่มเหล็กที่ตอกลงบนพื้นช่วยยึดประตูคู่สองชุดให้เปิดอ้าไว้ ประตูที่เคยเป็นประตูลับทางทิศเหนือเปิดกว้างอยู่ โดยห้องด้านหลังไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากเศษหิน
E5. วิหาร (Temple)
พื้นที่นี้ประกอบด้วยประตูลับห้าบาน รวมถึงบานหนึ่งที่เปิดเข้าไปในเสาหินต้นหนึ่งซึ่งช่วยค้ำเพดานไว้ แท่นบูชาหินปูนเปื้อนเลือดตั้งอยู่สุดปลายห้อง แดซลินและนอร์บัสเข้ามาลึกถึงจุดนี้ก่อนที่จะโดนเจลลี่เหลือง (ochre jelly) ทำให้ตกใจกลัวจนหนีไป มันเกาะอยู่บนเพดานเหนือแท่นบูชา หากปาร์ตี้ประกอบด้วยตัวละครตั้งแต่สองคนขึ้นไป (ไม่รวมผู้ช่วย (sidekicks)) เจลลี่เหลืองตัวที่สองจะเกาะอยู่ที่ผนังทางทิศใต้
สมบัติ (Treasure). ประตูลับในเสาหินซ่อนช่องว่างที่อัดแน่นไปด้วยกะโหลกของดวอร์ฟซึ่งจะร่วงพรูลงมาเมื่อเปิดประตู ที่ก้นช่องว่างมีหีบหินที่ไม่ได้ลงกลอนซึ่งบรรจุอัญมณี 15 เม็ด มูลค่าเม็ดละ 10 gp
E6. ห้องที่พังทลายบางส่วน (Partially Collapsed Room)
แผ่นดินไหวทำให้ส่วนหนึ่งของห้องนี้พังทลายลงมา ซึ่งไม่มีสิ่งมีค่าใด ๆ อยู่ภายใน
E7. อุโมงค์ลับ (Secret Tunnel)
เจลลี่เหลือง (ochre jelly) ที่ถูกขังอยู่หลังประตูลับ ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเศษหินที่ปลายสุดทางทิศใต้ของโถงทางเดินนี้
E8. ห้องนอนของนักบวช (Priests’ Bedchamber)
โครงเตียงหินสามหลังตั้งอยู่ชิดผนังทิศตะวันออก
E9. ห้องเก็บเครื่องศาสนภัณฑ์ (Vestry)
อ่างน้ำมนต์หินที่ว่างเปล่ายื่นออกมาจากผนังทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตู้เสื้อผ้าหินที่ชิดผนังทิศตะวันออกบรรจุซากเปื่อยผุของชุดเกราะหนังสีแดงสองชุด (ชุดประกอบพิธีกรรมที่เหล่านักบวชแห่งแอ็บบาธอร์เคยสวมใส่ ซึ่งตอนนี้ชำรุดเสียหายและไม่มีค่าใด ๆ)
E10. ห้องที่พังทลายบางส่วน (Partially Collapsed Room)
โครงกระดูกของนักบวชดวอร์ฟในชุดเกราะหนังสีแดงเปื่อยผุถูกฝังอยู่ครึ่งหนึ่งใต้เศษหินที่นี่ ดวอร์ฟผู้นี้เสียชีวิตเมื่อส่วนหนึ่งของห้องพังถล่มลงมา
สมบัติ (Treasure). ที่รอบคอของโครงกระดูกมีสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ (holy symbol) ของแอ็บบาธอร์แขวนอยู่: กริชประดับอัญมณีขนาดจิ๋วบนสร้อยเงิน ตัวสัญลักษณ์ถูกสลักด้วยอักษรรูนภาษาดวอร์ฟซึ่งแปลได้ว่า “ความโลภนั้นดี” และมีมูลค่า 50 gp
E11. โถงแห่งความโลภ (Hall of Greed)
ในการเดินทางเข้าสู่ห้องนี้ ตัวละครจะต้องช่วยกันขนย้ายเศษหินที่ปิดผนึกห้องไว้ออกไป ซึ่งหากใช้ตัวละครเพียงคนเดียวจะใช้เวลา 40 ชั่วโมง ตัวละครหลายคนที่ร่วมมือกันสามารถลดเวลาที่ต้องใช้ลงตามสัดส่วน
เวิ้งในผนังทางทิศใต้มีเศษซากของรูปปั้นที่แตกกระจาย ส่วนเวิ้งทางทิศเหนือมีรูปปั้นดวอร์ฟมีเขาซึ่งกำลังจ้องมองอัญมณีสีเขียวที่ส่องแสงระยิบระยับในมือของมันอย่างโลภโมโทสัน หากหยิบอัญมณีไป มันจะสลายกลายเป็นฝุ่นและรูปปั้นจะระเบิด สิ่งมีชีวิตใด ๆ ในระยะ 10 ฟุตจากรูปปั้นที่ระเบิดจะต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity saving throw) DC 15 โดยจะได้รับความเสียหายแบบแทง (piercing damage) 22 (4d10) คะแนนหากทอยไม่ผ่าน หรือได้รับความเสียหายครึ่งหนึ่งหากทอยผ่าน
เมื่อออร์คโจมตี (When Orcs Attack)
พวกออร์ค (Orc) จะเดินทางมาถึงพื้นที่ E1 ขณะที่ตัวละครกำลังเสร็จสิ้นธุระกับพวกดวอร์ฟ จำนวนของออร์คจะเท่ากับจำนวนของตัวละครในปาร์ตี้รวมถึงผู้ช่วย (sidekicks) พวกออร์คที่ถูกขับไล่ออกจากถิ่นฐานของตนโดยไครโอเวน (Cryovain) กำลังมองหาแหล่งกบดานใหม่และพวกมันจะต่อสู้จนตัวตาย
