วิหารแห่งซาฟราส (Shrine of Savras)
“วิหารแห่งซาฟราส (Shrine of Savras)” ถูกปรับสมดุลไว้สำหรับตัวละครเลเวล 1 ถึง 6 สถานที่นี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับเควสต์ใดๆ แม้ว่าหนึ่งในหัวข้อจากตาราง เรื่องเล่าชาวแฟนดูลิน (Phandalin Tales) อาจล่อหลอกให้นักผจญภัยมาที่นี่ได้ ตัวละครอาจมาเยือนวิหารแห่งนี้หลังจากได้ยินเรื่องราวของมันจากแวร์แรตใน เหมืองทองปลายนิ้วเท้าภูผา (Mountain’s Toe Gold Mine)
ภาพรวมของสถานที่ (Location Overview)
ห้าไมล์ทางใต้ของ โคนีเบอร์รี (Conyberry) มีวิหารที่อุทิศให้กับซาฟราส เทพแห่งการพยากรณ์และโชคชะตาตั้งอยู่ เมื่อหลายปีก่อน นักบวชผู้พยากรณ์แห่งวิหารได้ทำนายถึงการโจมตีโคนีเบอร์รีของพวกคนเถื่อน ทำให้ชาวเมืองมีเวลาหนีรอด ไม่ใช่ชาวเมืองทุกคนที่เลือกจะหลบหนี แต่ผู้ที่เลือกหนีต่างมุ่งหน้ามายังวิหารแห่งนี้และนำทองคำจำนวนมากของเมืองติดตัวมาด้วย
ในที่สุดพวกคนเถื่อนก็แกะรอยชาวเมืองมาจนถึงวิหาร ปิดล้อมมันไว้ และสังหารหมู่ทุกคนที่อยู่ข้างใน ในช่วงหลายวันก่อนจะเกิดการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้ นักบวชผู้พยากรณ์ได้ช่วยชาวเมืองซ่อนทองคำของพวกเขาไว้ในที่โล่งแจ้ง พวกเขาหลอมเหรียญทองคำและหล่อขึ้นมาใหม่เป็นระฆัง ซึ่งพวกเขาได้ทาสีและแขวนไว้ในหอระฆังของวิหาร (แทนที่ระฆังเหล็กใบเก่า) ระฆังทองคำใบนั้นยังคงแขวนอยู่ที่นั่นจวบจนทุกวันนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มากมายเข้ามาอาศัยอยู่ในวิหารแห่งนี้ ล่าสุดคือแก๊งแวร์แรตที่มาตั้งรังอยู่ที่นี่จนกระทั่งถูกขับไล่ออกไปโดยพวกออร์คที่ต้องอพยพมาเพราะไครโอเวน (Cryovain) มังกรขาว เมื่อไม่นานมานี้ พวกโอเกอร์ได้เดินเตร่มาใกล้ๆ วิหารแห่งนี้ เห็นพวกออร์ค และตัดสินใจเข้าร่วมกับพวกมัน
เมื่อมาถึง (Arrival)
เส้นทางดินสายเก่าทอดยาวจากชานเมืองโคนีเบอร์รีมายังวิหาร ซึ่งตัวละครจะมองเห็นได้แต่ไกลเมื่อเข้ามาใกล้ ให้อ่านข้อความในกรอบต่อไปนี้ให้ผู้เล่นฟัง:
ซากปรักหักพังตั้งอยู่กลางทุ่งกว้างทางตอนเหนือของบริเวณตีนเขาหินแห่งเทือกเขาซอร์ด (Sword Mountains) วิหารหินเก่าแก่ที่มีหอระฆังยื่นออกมาจากหลังคาทรงแหลมถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหิน ซึ่งหลายส่วนได้พังทลายลงมาแล้ว เส้นทางนั้นสิ้นสุดลงที่ป้อมประตูที่กำลังจะพังแหล่มิพังแหล่ ประตูของป้อมนั้นถูกทำลายไปนานแล้ว สามในสี่ของหอคอยที่เคยตั้งตระหง่านอยู่ตามมุมต่างๆ ของกำแพงชั้นนอกได้ถล่มลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงหอคอยทางตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นที่ยังคงอยู่ และมียามคนหนึ่งยืนอยู่บนนั้น
ยามที่สังเกตการณ์อยู่บนยอดหอคอยทางตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่ S6) คือ ออร์ค (Orc) หนึ่งตน ในช่วงกลางวัน ตัวละครไม่สามารถเข้าใกล้วิหารได้โดยไม่ถูกทหารยามตนนี้มองเห็น เนื่องจากไม่มีที่ให้ซ่อนตัวในทุ่งราบที่ล้อมรอบวิหารเลย หากตัวละครรอจนถึงค่ำ เมฆจะบดบังดวงจันทร์และทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้ได้โดยไม่ถูกมองเห็น ตราบใดที่พวกเขายังอยู่นอกระยะ 60 ฟุตของ ดาร์ควิชัน (Darkvision) ของออร์คตนนั้น หากออร์คมองเห็นตัวละคร มันจะร้องตะโกนขึ้นเพื่อปลุกสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ในวิหาร เมื่อถูกปลุกแล้ว ผู้อยู่อาศัยเหล่านั้นทั้งหมดจะเข้าโจมตี
ตารางรายชื่อศัตรู (Enemy Roster) จะปรับจำนวนของ ออร์ค และ โอเกอร์ (Ogre) ในวิหารตามเลเวลของตัวละครและจำนวนตัวละครในปาร์ตี้ โดยไม่นับรวมผู้ติดตาม (sidekicks)
รายชื่อศัตรู (Enemy Roster)
| เลเวลของตัวละคร | จำนวนออร์คและโอเกอร์ |
|---|---|
| 1 | ออร์ค 2 ตนต่อตัวละคร 1 ตัว บวกกับโอเกอร์ 1 ตนในลานกว้าง (พื้นที่ S2), ออร์ค 1 ตนบนยอดหอคอยทางตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่ S6) |
| 2–3 | ออร์ค 3 ตนต่อตัวละคร 1 ตัว บวกกับโอเกอร์ 2 ตนในลานกว้าง (พื้นที่ S2), ออร์ค 1 ตนบนยอดหอคอยทางตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่ S6) |
| 4–5 | ออร์ค 4 ตนต่อตัวละคร 1 ตัว บวกกับโอเกอร์ 3 ตนในลานกว้าง (พื้นที่ S2), ออร์ค 1 ตนบนยอดหอคอยทางตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่ S6) |
| 6 | ออร์ค 4 ตนต่อตัวละคร 1 ตัว บวกกับโอเกอร์ 4 ตนในลานกว้าง (พื้นที่ S2), ออร์ค 1 ตนบนยอดหอคอยทางตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่ S6) |
เมื่อต้องทอยหาลำดับความคิดริเริ่ม (initiative) สำหรับศัตรูเหล่านี้ ให้ทอยเพียงครั้งเดียวสำหรับออร์คทั้งหมด และทอยอีกครั้งสำหรับโอเกอร์ทั้งหมด
สถานที่ในวิหาร (Shrine Locations)
สถานที่ต่อไปนี้ถูกจับคู่กับแผนที่ของวิหารแห่งซาฟราส ช่องตารางที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังคือ พื้นที่สัญจรลำบาก (Difficult terrain) (ดูใน กฎพื้นฐาน (Basic Rules))
แผนที่: วิหารแห่งซาฟราสดูเวอร์ชันสำหรับผู้เล่น
S1. ป้อมประตู (Gatehouse)
ป้อมประตูมีความสูง 20 ฟุต และประตูชั้นนอกของมันถูกทุบทำลายจนกลายเป็นเศษไม้ ลูกกรงเหล็กขึ้นสนิมขวางทางออกด้านใต้ไว้ แต่สามารถเลี่ยงไปได้ทางรูที่มีเศษหินเศษอิฐอุดอยู่ตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้ของป้อมประตู กว้านสำหรับยกชักรอกลูกกรงถูกทำลายไปแล้ว แต่ลูกกรงเหล็กนี้ยังสามารถถูกยกขึ้นด้วยมือเปล่าได้หากต้องการ โดยจะต้องทำการทอยเช็ค Strength (Athletics) DC 25 ให้ผ่าน
S2. ลานกว้าง (Courtyard)
พวกออร์คและโอเกอร์ตั้งแคมป์อยู่ในลานหญ้ากว้างแห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยกระดูก อาวุธที่หักพัง และชุดเกราะที่แตกกระจายจากการต่อสู้ในอดีต ลานกว้างแบ่งออกเป็นสี่ส่วน พวกโอเกอร์ยึดครองพื้นที่ส่วนตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่พวกออร์คยึดครองพื้นที่ส่วนที่เหลือ ดูตาราง รายชื่อศัตรู (Enemy Roster) สำหรับจำนวนของ ออร์ค และ โอเกอร์ ที่ประจำอยู่ที่นี่
พื้นที่ส่วนตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของลานกว้างมีรางไม้อาหารที่เน่าเปื่อยและเสาที่เคยใช้สำหรับให้อาหาร ให้น้ำ และผูกม้า
S3. หอคอยตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest Tower)
หอคอยนี้เปิดโล่งสู่ท้องฟ้าและเต็มไปด้วยเศษหินเศษอิฐ
S4. หอคอยตะวันตกเฉียงใต้ (Southwest Tower)
หอคอยที่ไร้หลังคาแห่งนี้มีรอยแตกที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังตรงกำแพงด้านตะวันออกเฉียงใต้
S5. หอคอยตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Tower)
เหลือร่องรอยเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากหอคอยนี้ ท่ามกลางเศษซากปรักหักพังมีระฆังเหล็กขึ้นสนิมน้ำหนัก 500 ปอนด์วางอยู่
S6. หอคอยตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Tower)
หอคอยนี้เป็นเพียงหอคอยเดียวจากทั้งสี่หอคอยของวิหารที่ยังไม่พังทลายลงมา บันไดเหล็กภายในหอคอยปีนขึ้นไปสู่ประตูกลหินบนเพดาน ซึ่งตัวละครสามารถผ่านขึ้นไปถึงดาดฟ้าที่มีป้อมปราการของหอคอยได้ มี ออร์ค ตนหนึ่งคอยเฝ้ามองพื้นที่ชนบทโดยรอบจากบนยอดหอคอยนี้
S7. โถงหลักและหอระฆัง (Main Hall and Belfry)
แถวเสาที่กำลังผุพังรองรับเพดานโค้งสูง 40 ฟุตของโถงนี้ โครงกระดูกรูปร่างคล้ายมนุษย์เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นที่มีฝุ่นจับหนา และมีรูขนาด 10 ตารางฟุตบนเพดานที่นำไปสู่หอระฆัง ไม่มีเชือกห้อยลงมาจากระฆังใบนั้น ซึ่งดูเหมือนจะทำจากทองแดงที่ยังไม่หมอง สามารถเข้าไปยังหอระฆังจากภายนอกได้โดยการปีนกำแพงด้านนอกและหลังคา ซึ่งจะต้องทอยเช็ค Strength (Athletics) DC 15 ให้ผ่าน ตัวละครสามารถเข้าถึงหอระฆังจากด้านในได้โดยใช้เวทมนตร์ เช่น คาถา สไปเดอร์ไคลม์ (spider climb) หรือ คาถา ฟลาย (fly)
สมบัติ (Treasure). หากตรวจสอบระฆังอย่างใกล้ชิดจะพบว่าด้านข้างที่บางของมันนั้นเป็นทองคำแท้ที่ถูกทาทับด้วยสีทองแดงซึ่งกำลังลอกล่อน ระฆังใบนี้มีความกว้าง 3 ฟุตและมีน้ำหนัก 50 ปอนด์ แขวนอยู่กับอุปกรณ์ยึดจับที่ทำจากเหล็กซึ่งยึดด้วยน็อตติดกับคานขวางที่ทำจากไม้ ตัวละครที่มีเครื่องมือช่างไม้ (carpenter’s tools) หรือเครื่องมือช่างตีเหล็ก (smith’s tools) สามารถใช้พวกมันเพื่อปลดระฆังออกจากคานได้ภายใน 1 นาที สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่อยู่ใต้ระฆังเมื่อมันร่วงหล่นลงมาจะต้องทอย Dexterity saving throw DC 12 ให้ผ่านเพื่อหลบให้พ้นทาง หรือรับความเสียหายจากการถูกทุบตี (bludgeoning damage) 14 (4d6) หน่วย ระฆังทองคำใบนี้มีมูลค่า 2,500 gp
S8. สถานพักพิงสำหรับผู้มาเยือน (Visitors’ Sanctuary)
แขกของวิหารเคยพักอาศัยอยู่ที่นี่ ในเวลาต่อมา แวร์แรตได้ใช้พื้นที่นี้เป็นรัง ห้องนี้มีเตียงนอนหกเตียงพร้อมฟูกที่ขึ้นรา ซากโต๊ะไม้หนึ่งตัวและเก้าอี้หกตัวที่พังยับเยิน และเตาผิงที่เปื้อนเขม่าซึ่งมีหม้อเหล็กขึ้นสนิมแขวนอยู่บนที่ย่าง รอยแตกแคบๆ ตรงกำแพงด้านเหนือเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง
S9. สถานพักพิงของนักบวชผู้พยากรณ์ (Priest-Seers’ Sanctuary)
นักบวชผู้พยากรณ์ของซาฟราสเคยหลับนอนและทำอาหารรับประทานกันที่นี่ เครื่องเรือนทั้งหมดในบริเวณนี้ถูกทำลายไปแล้ว และส่วนหนึ่งของกำแพงด้านใต้ได้ถล่มลงมา
S10. แท่นบูชาแห่งโชคชะตา (Altar of Fate)
เสาหินหกต้นค้ำยันเพดานโค้งของวิหารแห่งนี้ไว้ ซึ่งพื้นของมันถูกฝังอยู่ใต้ชั้นฝุ่นหนาเตอะ สิ่งที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นเช่นกันก็คือโครงกระดูกรูปร่างคล้ายมนุษย์สี่โครงในชุดนักบวชที่ขาดวิ่น นอนอยู่ใกล้กับแท่นบูชาหินที่ตั้งอยู่ในซุ้มเว้าใต้หน้าต่างแคบๆ สี่บาน ด้านหน้าของแท่นบูชาถูกสลักเป็นรูปดวงตาของมนุษย์
คาถา ตรวจจับเวทมนตร์ (detect magic) จะเปิดเผยให้เห็นรัศมีเวทมนตร์แห่งการพยากรณ์รอบๆ แท่นบูชา หากไครโอเวนถูกสังหารไปแล้ว จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อตัวละครสัมผัสกับแท่นบูชา หากไม่เป็นเช่นนั้น ตัวละครใดๆ ที่สัมผัสแท่นบูชาจะได้สัมผัสกับนิมิตที่กินเวลา 1 นาที ซึ่งในช่วงเวลานั้นตัวละครจะตกอยู่ในสภาวะ ไร้ความสามารถ (Incapacitated) ในนิมิตนั้น ตัวละครจะลอยทะลุผ่านหลังคาของวิหาร ทะยานมุ่งหน้าไปยัง ป้อมปราการยอดเขาไอส์สไปร์ (Icespire Hold) และมองเห็น มังกรขาว (White dragon) กำลังหลับใหลอยู่บนดาดฟ้าของป้อมปราการ (พลังแห่งการพยากรณ์ของแท่นบูชานี้เปรียบเสมือนการบอกใบ้ให้ตัวละครรู้ว่าพวกเขาต้องไปที่ไหนเพื่อปราบมังกร) ตัวละครจะได้รับนิมิตนี้เพียงครั้งเดียว จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวละครที่สัมผัสแท่นบูชาเป็นครั้งที่สอง
สมบัติ (Treasure). ตัวละครใดๆ ที่ค้นหาที่แท่นบูชาและทอยเช็ค Wisdom (Perception) DC 10 ผ่าน จะตระหนักได้ว่าฐานของแท่นบูชานั้นไม่ได้ติดกับพื้นเสียทีเดียว แท่นบูชามีลูกกลิ้งหินติดตั้งอยู่ข้างในและสามารถถูกผลักไปทางใต้ได้ 3 ฟุต เผยให้เห็นหีบไม้ที่ไม่ได้ล็อคซึ่งถูกซ่อนไว้ในช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 ฟุตบนพื้น หีบใบนี้บรรจุเหรียญทองคำ 57 gp และ กุญแจปริศนา (mystery key) ดอกหนึ่ง
