เรนเจอร์ (Ranger)

เรนเจอร์

ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูดิบเถื่อน มนุษย์ผู้หนึ่งเคลื่อนที่ไปตามเงาไม้ คอยแกะรอยตามล่าพวกออร์คที่เขารู้มาว่าพวกมันกำลังวางแผนจะเข้าปล้นสดมภ์ฟาร์มที่อยู่ใกล้เคียง ด้วยดาบสั้นที่กระชับในมือ เขากลายเป็นดั่งพายุหมุนเหล็ก พัดเฉือนร่างเหล่าออร์คล้มตายเรียงตัว

หลังจากตีลังกาหลบหลีกลมเย็นยะเยือก เอลฟ์สาวกลับมายืนมั่นคงอีกครั้ง เธอคว้าธนูและง้างปล่อยลูกศรไปยังมังกรขาว เธอสลัดความหวาดกลัวจากไอเย็นที่แผ่ออกมาจากเจ้ามังกร พร้อมส่งลูกศรรัวยิงไปที่รอยต่อระหว่างเกล็ดของมัน

เขาชูแขนขึ้นสูง ฮาล์ฟเอลฟ์หนุ่มผิวปากเรียกเหยี่ยวที่บินวนสูงเหนือหัวเขาให้กลับมาหา เขากระซิบคำสั่งด้วยภาษาเอลฟ์และชี้ไปยังอาวล์แบร์ที่เขาตามรอยมา เขาส่งเจ้าเหยี่ยวไปทำให้หมีไขว้เขวพร้อมกับง้างธนูพร้อมยิง

ณ ดินแดนห่างไกลจากเมืองและหมูบ้าน ผ่านรั้วไม้ที่ป้องกันบ้านไร่ที่ห่างไกลจากความน่ากลัวจากป่าลึก ท่ามกลางป่าหนาทึบไกลสุดลูกหูลูกตาและทุ่งรกร้างกว้างใหญ่ เรนเจอร์ยังคงคอยเฝ้าระวังอยู่เสมอ

นักล่าสุดอันตราย (Deadly Hunters)

นักรบแห่งพงไพร เรนเจอร์ชำนาญในการตามล่ามอนสเตอร์ที่คอยคุกคามดินแดนสุดขอบความเจริญ พวกโจรมนุษย์นักปล้นสดมภ์ สัตว์ป่าและสัตว์ประหลาดที่อาละวาดไปทั่ว ยักษ์อันธพาล และมังกรร้าย พวกเขาเรียนรู้ที่จะตามรอยเหยื่อเหมือนกับพวกนักล่า เคลื่อนที่อย่างลอบเร้นผ่านแนวป่าและซ่อนตัวท่ามกลางพุ่มไม้และแนวหิน เรนเจอร์มุ่งเน้นการฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้ที่มีประโยชน์เฉพาะเพื่อใช้กับเหยื่อที่พวกเขาถนัด

ต้องขอบคุณความคุ้นเคยกับป่าของพวกเขา เหล่าเรนเจอร์ได้รับความสามารถในการร่ายคาถาที่ใช้พลังจากธรรมชาติ คล้ายกับที่เหล่าดรูอิดทำได้ คาถาของพวกเขาเป็นดั่งเช่นความสามารถในการต่อสู้ เน้นไปที่ความเร็ว การลอบเร้น และการล่า เรนเจอร์ที่มีพรสวรรค์และความสามารถจะได้รับการฝึกฝนเน้นภาระกิจที่สำคัญในการป้องกันดินแดน

นักผจญภัยผู้อิสระ (Independent Adventurers)

แม้ว่าเรนเจอร์จะหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักล่า เป็นไกด์ หรือนักแกะรอย หน้าที่ที่แท้จริงของเรนเจอร์คือการปกป้องดินแดนที่ห่างไกลความเจริญจากการทำลายล้างของเหล่ามอนสเตอร์และกองกำลังมนุษย์ที่บุกรุกเข้ามาจากแดนทุรกันดาน ในบางพื้นที่ เรนเจอร์รวมตัวกันเป็นภาคีลับหรือร่วมมือกับเหล่าดรูอิดเซอร์เคิล เรนเจอร์หลายคน แม้ว่าจะไม่ขึ้นกับใคร ก็ยังรู้ว่า เมื่อมังกรหรือกองโจรออร์คเข้าโจมตี เรนเจอร์มักจะเป็นด่านหน้าและอาจจะเป็นด่านสุดท้ายของแนวป้องกัน

ความเป็นอิสระอย่างแรงกล้านี้ทำให้เรนเจอร์เหมาะกับการผจญภัย เพราะพวกเขาคุ้นชินกับชีวิตที่อยู่ห่างจากเตียงอบอุ่นและน้ำร้อนให้อาบ เมื่อต้องเจอกับนักผจญภัยจากในเมืองที่บ่นถึงความลำบากในการใช้ชีวิตในถิ่นทุรกันดาน เรนเจอร์ก็มักจะขบขัน รำคาญ และเห็นใจ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่านักผจญภัยคนอื่นก็แบกภาระของตัวเองไว้เหมือนกัน คนเมืองที่อาจจะไม่รู้จักหาอาหารหรือน้ำดื่มได้เองในป่า แต่พวกเขาก็สามารถเอาตัวรอดได้ด้วยวิธีของตัวเอง

การสร้างเรนเจอร์ (Creating a Ranger)

เมื่อคุณสร้างตัวละครเรนเจอร์ พิจารณาถึงธรรมชาติของการฝึกฝนที่ทำให้คุณมีความสามารถเป็นเรนเจอร์ คุณได้รับการฝึกจากครูคนเดียว ท่องไปในพงไพรด้วยกันจนกระทั่งคุณชำนาญในวิถีแห่งเรนเจอร์ คุณออกจากการฝึกฝน หรือเพราะครูของคุณถูกฆ่า อาจจะเป็นมอนสเตอร์ชนิดเดียวกันจึงทำให้มันกลายเป็นมอนสเตอร์ที่คุณเน้นล่าเป็นพิเศษ หรือคุณอาจจะเรียนรู้ทักษะจากการเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังเรนเจอร์ที่ทำงานร่วมกับเหล่าดรูอิด ได้รับการฝึกฝนทั้งในสายเวทย์มนต์และตำนานป่า คุณอาจจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นผู้สันโดษที่เรียนทักษะการต่อสู้ การตามรอย และแม้แต่การสร้างสายสัมพันธ์ทางเวทย์มนต์กับธรรมชาติผ่านการใช้ชีวิตและเอาตัวรอดในป่า

อะไรเป็นสาเหตุของความเกลียดชังศัตรูประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นพิเศษของคุณ? สัตว์ประหลาดฆ่าคนที่คุณรักหรือทำลายหมู่บ้านบ้านเกิดของคุณหรือไม่? หรือคุณเห็นการทำลายล้างที่สัตว์ประหลาดเหล่านี้ก่อไว้มากเกินไปและมุ่งมั่นที่จะควบคุมการทำลายล้างของมัน? อาชีพนักผจญภัยของคุณเป็นงานต่อเนื่องจากงานของคุณในการปกป้องดินแดนชายแดนหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ? อะไรทำให้คุณเข้าร่วมกับกลุ่มนักผจญภัย? คุณพบว่าการสอนพันธมิตรใหม่เกี่ยวกับวิถีแห่งป่าเป็นเรื่องท้าทายหรือไม่ หรือคุณยินดีกับความโล่งใจจากความโดดเดี่ยวที่พวกมันมอบให้?

สร้างอย่างเร็ว (Quick Build)

คุณสามารถสร้างเรนเจอร์ได้อย่างรวดเร็วโดยทำตามคำแนะนำดังนี้ อย่างแรก ให้ความคล่องแคล่ว (Dexterity) เป็นความสามารถสูงสุด ตามด้วยความรอบรู้ (Wisdom) (เรนเจอร์บางคนที่เน้นการใช้ดาบสองมือจะให้ความแข็งแกร่ง (Strength) เป็นค่าที่มากกว่าความคล่องแคล่ว) อย่างที่สอง เลือกภูมิหลังเป็นคนต่างแดน (outlander)

เลเวล โบนัส
ความชำนาญ
ความสามารถ คาถาที่รู้ — สล็อต คาถา แยก ตาม เลเวล —
        1st 2nd 3rd 4th 5th
1st +2 ศัตรูตัวโปรด (Favored Enemy)นักผจญภัยโดยธรรมชาติ (Natural Explorer)
2nd +2 รูปแบบการต่อสู้ (Fighting Style)การใช้คาถา (Spellcasting) 2 2
3rd +2 แม่แบบเรนเจอร์ (Ranger Archetype)การระวังตัวแบบสัตว์ป่า (Primeval Awareness) 3 3
4th +2 คะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement) 3 3
5th +3 การโจมตีพิเศษ (Extra Attack) 4 4 2
6th +3 ศัตรูตัวโปรด (Favored Enemy) และ นักสำรวจโดยธรรมชาติ (Natural Explorer) ขั้นสูง 4 4 2
7th +3 แม่แบบเรนเจอร์ (Ranger Archetype Feature) 5 4 3
8th +3 คะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement)นักบุกเบิก (Land’s Stride) 5 4 3
9th +4 6 4 3 2
10th +4 นักสำรวจโดยธรรมชาติขั้นสูง (Natural Explorer Improvement)ซ่อนในที่แจ้ง (Hide in Plain Sight) 6 4 3 2
11th +4 แม่แบบเรนเจอร์ (Ranger Archetype Feature) 7 4 3 3
12th +4 คะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement) 7 4 3 3
13th +5 8 4 3 3 1
14th +5 ศัตรูตัวโปรดขั้นสูง (Favored Enemy Improvement)หายตัว (Vanish) 8 4 3 3 1
15th +5 แม่แบบเรนเจอร์ (Ranger Archetype Feature) 9 4 3 3 2
16th +5 คะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement) 9 4 3 3 2
17th +6 10 4 3 3 3 1
18th +6 ประสาทสัมผัสของสัตว์ร้าย (Feral Senses) 10 4 3 3 3 1
19th +6 คะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement) 11 4 3 3 3 2
20th +6 ผู้กำจัดศัตรู (Foe Slayer) 11 4 3 3 3 2

ความสามารถของคลาส

เมื่อเป็นเรนเจอร์ คุณจะได้รับความสามารถของคลาสดังนี้

ฮิตพอยต์

ฮิตไดซ์: 1d10 ต่อเลเวลเรนเจอร์

ฮิตพอยต์เมื่อเลเวล 1: 10 + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution)

ฮิตพอยต์เมื่อเลเวลสูงขึ้น: 1d10 (หรือ 6) + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution) ต่อเลเวลเรนเจอร์มากกว่าเลเวล 1

ความชำนาญ

เกราะ: เกราะเบา, เกราะกลาง, โล่

อาวุธ: อาวุธพื้นฐาน, อาวุธศึก

เครื่องมือ: ไม่มี

การทอยป้องกัน: ความแข็งแกร่ง (Strength), ความคล่องแคล่ว (Dexterity)

ทักษะ: เลือก 3 ทักษะจาก การควบคุมสัตว์ (Animal Handling)พละกำลัง (Athletics)การหยั่งรู้ (Insight)การสืบสวน (Investigation)ธรรมชาติ (Nature)การรับรู้ (Perception)การลอบเร้น (Stealth) และ การเอาตัวรอด (Survival)

อุปกรณ์

คุณจะเริ่มด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ เพิ่มเติมจากอุปกรณ์ที่ได้รับจากภูมิหลัง:

  • (a) เกราะเกล็ด หรือ (b) เกราะหนัง
  • (a) ดาบสั้น 2 เล่ม หรือ (b) อาวุธพื้นฐาน 2 ชิ้น
  • (a) ชุดอุปกรณ์นักตะลุยดันเจียน หรือ (b) ชุดอุปกรณ์นักสำรวจ
  • ธนูยาวและลูกศร 20 ดอก

ศัตรูตัวโปรด (Favored Enemy)

เริ่มที่เลเวล 1 คุณมีประสบการณ์ในการศึกษา, ตามรอย, ไล่ล่า และแม้แต่สื่อสารกับศัตรูเฉพาะชนิดนั้น

เลือกชนิดศัตรูที่เป็นตัวโปรดของคุณ: สิ่งมีชีวิตต่างมิติ (aberrations), สัตว์ป่า (beasts), เทวะ (celestials), เครื่องจักร (constructs), มังกร (dragons), วิญญาณธาตุ (elementals), ภูติ (fey), ปีศาจ (fiends), ยักษ์ (giants), สัตว์ประหลาด (monstrosities), สิ่งมีชีวิตเหลว (oozes), พืช (plants), หรืออันเดด (undead) หรือ คุณสามารถเลือกเผ่าพันธุ์รูปร่างมนุษย์อีก 2 เผ่า (เช่น โนล (gnoll) และออร์ค (orcs)) เป็นศัตรูตัวโปรด

คุณจะได้ทอยทดสอบความสามารถด้านความรอบรู้ (การเอาตัวรอด) (Wisdom - Survival) แบบได้เปรียบในการตามรอยศัตรูตัวโปรดของคุณ และทอยแบบได้เปรียบในการทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) เมื่อต้องนึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับพวกมัน

เมื่อคุณได้ความสามารถนี้ คุณจะได้เรียนรู้ภาษาเพิ่ม 1 ภาษาตามแต่ที่คุณเลือก ซึ่งเป็นภาษาที่ศัตรูตัวโปรดของคุณใช้ได้ ถ้ามันรู้ภาษาใด ๆ

คุณจะได้เลือกศัตรูตัวโปรดได้เพิ่มอีก 1 ชนิด พร้อมด้วยภาษาที่เรียนรู้ได้เมื่อถึงเลเวล 6 และ 14 เมื่อคุณเลเวลเพิ่มขึ้น ตัวเลือกของคุณควรจะสะท้อนถึงชนิดของศัตรูที่คุณได้ต่อสู้ด้วยระหว่างการผจญภัย

นักสำรวจโดยธรรมชาติ (Natural Explorer)

คุณมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ทางธรรมชาติแบบหนึ่งเป็นอย่างมากและชำนาญการเดินทางและเอาตัวรอดในสภาพพื้นที่นั้นได้อย่างดี เลือกหนึ่งชนิดพื้นที่ที่คุณชำนาญ: ขั้วโลกเหนือ (arctic), ชายฝั่ง (coast), ทะเลทราย (desert), ป่า (forest), ทุ่งหญ้า (grassland), ภูเขา (mountain), บึง (swamp), หรือ อันเดอร์ดาร์ก (the Underdark) เมื่อคุณต้องทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) หรือ ความรอบรู้ (Wisdom) ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่คุณชำนาญ ค่าโบนัสความชำนาญจะเป็นสองเท่าถ้าคุณใช้ทักษะที่คุณมีความชำนาญ

เมื่อคุณเดินทางเป็นเวลา 1 ชั่วโมงหรือมากกว่าในพื้นที่ที่คุณชำนาญ คุณจะได้รับผลพิเศษดังนี้:

  • พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) จะไม่ทำให้การเดินทางของทั้งกลุ่มช้าลง
  • กลุ่มของคุณจะไม่หลงทางยกเว้นโดยผลจากเวทย์มนต์
  • แม้ว่าคุณจะทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเดินทาง (เช่น หาของป่า (foraging), การนำทาง (navigating), หรือการตามรอย (tracking)), คุณจะยังตื่นตัวกับภัยอันตรายรอบตัว
  • ถ้าคุณเดินทางลำพัง คุณจะเคลื่อนที่แบบลอบเร้น (stealthily) ด้วยความเร็วปกติ
  • เมื่อคุณเก็บของป่า (foraging) คุณจะได้อาหารมากเป็นสองเท่าจากการหาได้ตามปกติ
  • ขณะที่ออกตามรอย คุณจะรู้จำนวนแน่นอนของพวกมัน ขนาด และพวกมันผ่านพื้นที่ไปนานแค่ไหนแล้ว

คุณจะเลือกพื้นที่ที่ชำนาญได้เพิ่มเติมเมื่อเลเวล 6 และเลเวล 10

รูปแบบการต่อสู้ (Fighting Style)

คุณไม่สามารถเลือกรูปแบบการต่อสู้แบบเดิมซ้ำได้ แม้ภายหลังจะได้รับสิทธิ์ให้เลือกอีกครั้งก็ตาม ที่เลเวล 2 คุณจะรับรูปแบบการต่อสู้มาเป็นความสามารถพิเศษ เลือกจากตัวเลือกในรายการดังต่อไปนี้ คุณจะไม่สามารถเลือกรูปแบบการต่อสู้ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง แม้ว่าคุณจะได้เลือกอีกครั้ง

การใช้ธนู (Archery)

คุณจะได้โบนัส +2 กับการทอยโจมตีด้วยอาวุธระยะไกล

การป้องกัน (Defense)

เมื่อคุณใส่เกราะ คุณจะได้โบนัส +1 ให้ AC

การดวล (Dueling)

เมื่อคุณถืออาวุธระยะประชิดในมือหนึ่งและไม่ได้ถืออาวุธอื่น คุณจะได้โบนัส +2 ในการทอยความเสียหายจากอาวุธนั้น

การใช้ดาบสองมือ (Two-Weapon Fighting)

เมื่อคุณโจมตีด้วยการใช้ดาบสองมือ คุณสามารถเพิ่มค่าโมดิไฟเออร์ความสามารถไปในค่าความเสียหายของการโจมตีที่สอง

การใช้คาถา (Spellcasting)

เมื่อคุณถึงเลเวล 2 คุณจะได้เรียนรู้ถึงการใช้เวทย์มนต์บริสุทธิ์จากธรรมชาติในการร่ายคาถา คล้ายกับที่ดรูอิดใช้ ดู บทที่ 10 สำหรับกฏทั่วไปในการใช้คาถา และบทที่ 11 สำหรับคาถาของเรนเจอร์

สล็อตคาถา (Spell Slots)

ตารางเรนเจอร์แสดงถึงจำนวนสล็อตคาถาที่คุณมีในการใช้คาถาเรนเจอร์ของเลเวล 1 และที่สูงขึ้น ในการใช้คาถาเหล่านี้คุณต้องจ่ายเป็นสล็อตคาถาของเลเวลคาถานั้นหรือเลเวลสูงกว่า คุณจะได้รับสล็อตที่ใช้ไปเมื่อคุณจบการพักยาว

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรู้คาถาเลเวล 1 เป็นมิตรกับสัตว์ (animal friendship) และมีสล็อตคาถาเลเวล 1 และ 2 อยู่ คุณสามารถร่ายคาถา เป็นมิตรกับสัตว์ (animal friendship) ด้วยสล็อตใดก็ได้

คาถาที่รู้จักสำหรับเลเวล 1 และสูงกว่า

คุณจะรู้คาถาเลเวล 1 จำนวน 2 คาถาจากรายการคาถาของเรนเจอร์

ในคอลัมน์ คาถาที่รู้จัก ในตารางเรนเจอร์แสดงถึงว่าคุณจะได้เรียนรู้คาถาเพิ่มเติมได้เมื่อใด แต่ละคาถาจะต้องมีสล็อตคาถาในเลเวลเดียวกันรองรับ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณถึงเลเวล 5 ในคลาสนี้ คุณสามารถเรียนคาถาใหม่ที่เลเวล 1 หรือ 2 ได้อีก 1 คาถา

นอกจากนั้น เมื่อคุณได้เลเวลเพิ่มในคลาสนี้ คุณสามารถเลือกคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้อยู่แล้ว และแทนที่ด้วยคาถาใหม่จากรายการ ซึ่งต้องเป็นคาถาที่คุณมีสล็อตคาถาในเลเวลเดียวกัน

ความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถา (Spellcasting Ability)

คุณจะใช้ความรอบรู้ (Wisdom) เป็นความสามารถในการร่ายคาถาเรนเจอร์ เพราะเวทย์มนต์ที่คุณใช้เป็นการยืมพลังจากการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ คุณจะใช้ค่าความรอบรู้ (Wisdom) เมื่อใดก็ตามที่คาถาระบุถึงค่าความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถา (spellcasting ability) นอกเหนือจากนั้น คุณจะใช้ค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้เมื่อต้องตั้งค่าความยากในการป้องกันคาถา (spell DC) และเมื่อจะใช้ในการทอยโจมตีด้วยคาถา

ค่าความยากในการป้องกันคาถา (Spell save DC) = 8 + ค่าความชำนาญ (proficiency bonus) + ค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom)

ค่าโมดิไฟเออร์การทอยโจมตีด้วยคาถา (Spell attack modifier) = ค่าความชำนาญ (proficiency bonus) + ค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom)

แม่แบบเรนเจอร์ (Ranger Archetype)

ที่เลเวล 3 คุณจะได้เลือกแม่แบบที่คุณมุ่งฝึกฝนให้สำเร็จ: นักล่า (Hunter) หรือ ผู้ใช้สัตว์ (Beast Master) ทั้งสองมีรายละเอียดด้านล่างนี้ ตัวเลือกที่คุณเลือกจะให้ความสามารถเพิ่มเติมเมื่อคุณเลเวล 3 อีกครั้งเมื่อเลเวล 7, 11 และ 15

การระวังตัวแบบสัตว์ป่า (Primeval Awareness)

เริ่มที่เลเวล 3 คุณสามารถใช้แอ็คชันและใช้สล็อตคาถา 1 สล็อตในการทำสมาธิเพื่อรับรู้ระวังสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นเวลา 1 นาทีต่อเลเวลของสล็อตคาถาที่คุณใช้ คุณสามารถจะรับรู้ได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดเหล่านี้ในระยะ 1 ไมล์รอบตัวคุณ (หรือในระยะ 6 ไมล์หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ชำนาญ (favored terrain)): สิ่งมีชีวิตต่างมิติ (aberrations), เทวะ (celestials), มังกร (dragons), วิญญาณธาตุ (elementals), ภูติ (fey), ปีศาจ (fiends), และอันเดด (undead) ความสามารถนี้จะไม่เปิดเผยตำแหน่งหรือจำนวนของสิ่งมีชีวิต

คะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement)

เมื่อคุณถึงเลเวล 4 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 8, 12, 16 และ 19 คุณสามารถเพิ่มคะแนนความสามารถหนึ่งอย่างตามที่คุณเลือกได้ 2 คะแนน หรือเพิ่ม 1 คะแนนให้กับสองทักษะก็ได้ โดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถเพิ่มคะแนนความสามารถได้มากกว่า 20 หากใช้คุณลักษณะนี้

การโจมตีพิเศษ (Extra Attack)

เริ่มที่เลเวล 5 คุณสามารถโจมตีได้ 2 ครั้ง แทนที่จะเป็นครั้งเดียว เมื่อใดก็ตามที่คุณเลือกใช้แอ็คชันโจมตีในเทิร์นของคุณ

นักบุกเบิก (Land’s Stride)

เริ่มที่เลเวล 8 การเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเวทย์มนต์ จะใช้ค่าการเคลื่อนที่เท่ากับการเดินทางในพื้นที่ปกติ คุณยังสามารถผ่านป่าไม้ที่ไม่เป็นป่าเวทย์มนต์โดยการเคลื่อนที่จะไม่ช้าลงและจะไม่ได้รับความเสียหายจากหนาม กิ่งคม หรืออุปสรรคอย่างอื่น

นอกจากนี้ คุณยังได้ทอยป้องกันแบบได้เปรียบต่อพืชที่ถูกสร้างด้วยเวทย์มนต์หรือถูกปรับแต่งให้ชะลอการเคลื่อนที่ เช่นพืชที่สร้างโดยคาถา พัวพัน (entangle)

ซ่อนในที่แจ้ง (Hide in Plain Sight)

เริ่มที่เลเวล 10 คุณสามารถใช้เวลา 1 นาทีในการสร้างอุปกรณ์พรางตัวให้ตัวคุณเอง คุณต้องสามารถเข้าถึงโคลนสด, ดิน, ต้นไม้, เขม่าควัน, และวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ ที่เอามาทำการพรางตัวได้

เมื่อคุณพรางตัวด้วยวิธีนี้ คุณสามารถพยายามซ่อนตัวด้วยการแนบตัวไปกับพื้นที่ที่มีพื้นผิวแข็ง เช่นต้นไม้หรือกำแพงที่มีขนาดอย่างน้องเท่ากับความสูงและความกว้างของตัวคุณ คุณจะได้รับโบนัส +10 ให้ทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (การลอบเร้น (Stealth)) ตราบใดที่คุณอยู่นิ่งในบริเวณนั้นโดยไม่เคลื่อนที่หรือใช้แอ็คชันใด เมื่อคุณเคลื่อนที่หรือใช้แอ็คชันหรือใช้รีแอ็คชันคุณต้องทำการพรางตัวอีกครั้งเพื่อให้ได้ผลพิเศษนี้

หายตัว (Vanish)

เริ่มที่เลเวล 14 คุณสามารถใช้แอ็คชัน “ซ่อนตัว” (Hide) ด้วยโบนัสแอ็คชันในเทิร์นของคุณ และคุณยังจะไม่สามารถถูกตามรอยได้ด้วยวิธีการที่ไม่ใช้เวทย์มนต์ช่วย ยกเว้นคุณเลือกที่จะทิ้งร่องรอยไว้

ประสาทสัมผัสของสัตว์ร้าย (Feral Senses)

ที่เลเวล 18 คุณจะมีประสาทสัมผัสที่เหนือธรรมชาติที่จะช่วยให้คุณสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตที่คุณมองไม่เห็น คุณจะได้ทอยโจมตีปกติไม่ติดการทอยแบบเสียเปรียบแม้จะมองไม่เห็น

คุณยังสามารถรับรู้ได้ถึงตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตที่ล่องหนในระยะ 30 ฟุตรอบตัวคุณ เสมือนว่าสิ่งมีชีวิตนั้นไม่ได้ล่องหนจากคุณและคุณต้องไม่ได้ตาบอดหรือหูหนวก

ผู้กำจัดศัตรู (Foe Slayer)

ที่เลเวล 20 คุณจะกลายมาเป็นนักล่าผู้หาใดเปรียบของศัตรูของคุณ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ คุณสามารถเพิ่มค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) ให้กับการทอยโจมตีหรือการทอยความเสียหายในการโจมตีที่คุณทำต่อศัตรูตัวโปรด คุณสามารถเลือกที่จะใช้ความสามารถนี้ก่อนหรือหลังการทอยก็ได้ แต่ต้องก่อนที่ผลกระทบการการทอยจะถูกนำไปใช้

ความสามารถประจำคลาสเสริม (Optional Class Features)

นักสำรวจผู้เชี่ยวชาญ (Deft Explorer)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 1 ซึ่งใช้แทนความสามารถนักสำรวจโดยธรรมชาติ (Natural Explorer) คุณเป็นนักสำรวจและผู้เอาตัวรอดที่หาตัวจับได้ยาก ทั้งในแดนทุรกันดารและเมื่อติดต่อกับผู้คนระหว่างการเดินทาง คุณได้รับประโยชน์รู้ทัน (Canny) ด้านล่าง และจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมอีกอย่างเมื่อมีเลเวล 6 และเลเวล 10 ในคลาสนี้

รู้ทัน (Canny) (เลเวล 1)

เลือกหนึ่งทักษะที่คุณมีความชำนาญ โบนัสความชำนาญของคุณจะเพิ่มเป็นสองเท่าสำหรับการทอยทดสอบความสามารถทุกครั้งที่ใช้ทักษะนั้น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถพูด อ่าน และเขียนภาษาเพิ่มเติมที่คุณเลือกได้อีกสองภาษา

พเนจร (Roving) (เลเวล 6)

ความเร็วเดินของคุณเพิ่มขึ้น 5 ฟุต และคุณได้รับความเร็วปีนป่ายกับความเร็วว่ายน้ำเท่ากับความเร็วเดินของคุณ

ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย (Tireless) (เลเวล 10)

ด้วยแอ็คชันหนึ่งครั้ง คุณสามารถมอบฮิตพอยต์ชั่วคราวให้ตัวเองเท่ากับ 1d8 + ค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (ขั้นต่ำ 1 ฮิตพอยต์ชั่วคราว) คุณใช้แอ็คชันนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่จบการพักสั้น ระดับหมดแรง (Exhaustion) ของคุณ (ถ้ามี) จะลดลง 1 ระดับ

ศัตรูคู่แค้น (Favored Foe)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 1 ซึ่งใช้แทนความสามารถศัตรูตัวโปรด (Favored Enemy) และทำงานร่วมกับความสามารถผู้กำจัดศัตรู (Foe Slayer) เมื่อคุณทอยโจมตีโดนสิ่งมีชีวิต คุณสามารถเรียกใช้สายสัมพันธ์ลี้ลับกับธรรมชาติเพื่อหมายเป้าหมายนั้นให้เป็นศัตรูตัวโปรดของคุณนาน 1 นาที หรือจนกว่าคุณจะเสียสมาธิ (เสมือนกำลังเพ่งสมาธิกับคาถา)

ครั้งแรกในแต่ละเทิร์นของคุณที่โจมตีศัตรูตัวโปรดโดนและสร้างความเสียหายแก่มัน รวมถึงตอนที่คุณหมายเป้ามัน คุณสามารถเพิ่มความเสียหายนั้นได้ 1d4

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้หมายเป้าศัตรูตัวโปรดได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว

ความเสียหายเพิ่มเติมจากความสามารถนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อคุณมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ โดยเพิ่มเป็น 1d6 ที่เลเวล 6 และ 1d8 ที่เลเวล 14

คาถาเรนเจอร์เพิ่มเติม (Additional Ranger Spells)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 2 คาถาในรายการต่อไปนี้เพิ่มเข้าไปในรายการคาถาเรนเจอร์ของ คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook) รายการนี้เรียงตามเลเวลคาถา ไม่ใช่เลเวลตัวละคร คาถาทุกบทอยู่ใน คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook) เว้นแต่จะมีเครื่องหมายดอกจันกำกับ (คาถาใน บทที่ 3 ของ หม้อต้มสารพัดของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)) นอกจากนี้ คู่มือสารพัดของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything) ยังมีคาถาเพิ่มเติมอีกด้วย

เลเวลคาถา คาถาเพิ่มเติม
1st เถาวัลย์จับยึด (Entangle)ทัณฑ์เพลิงสวรรค์ (Searing Smite)
2nd ช่วยเหลือ (Aid)เสริมความสามารถ (Enhance Ability)ลมกระโชก (Gust of Wind)อาวุธเวทย์มนต์ (Magic Weapon)อัญเชิญสัตว์ป่า (Summon Beast) *
3rd อาวุธพลังธาตุ (Elemental Weapon)ผสานกับก้อนหิน (Meld into Stone)ชุบชีวิต (Revivify)อัญเชิญเฟย์ (Summon Fey) *
4th ควบคุมสัตว์ป่า (Dominate Beast)อัญเชิญวิญญาณธาตุ (Summon Elemental) *
5th การฟื้นฟูขั้นสูง (Greater Restoration)

ตัวเลือกรูปแบบการต่อสู้ (Fighting Style Options)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 2

เมื่อคุณเลือกรูปแบบการต่อสู้ รูปแบบต่อไปนี้จะเพิ่มเข้าไปในรายการตัวเลือกของคุณ

การต่อสู้โดยไม่ใช้สายตา (Blind Fighting) คุณมีสัมผัสไร้ตา (Blindsight) ระยะ 10 ฟุต ภายในระยะนี้ คุณสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่ไม่ได้อยู่หลังที่กำบังทั้งหมดได้เสมือนใช้สายตา แม้คุณจะอยู่ในสภาวะตาบอด (Blinded) หรืออยู่ในความมืด นอกจากนี้ คุณยังมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสภาวะล่องหน (Invisible) ภายในระยะนี้ เว้นแต่สิ่งมีชีวิตนั้นจะซ่อนตัวจากคุณได้สำเร็จ

นักรบดรูอิด (Druidic Warrior) คุณเรียนรู้คาถาไม่ใช้สล็อต 2 บทที่เลือกจากรายการคาถาดรูอิด คาถาเหล่านี้นับเป็นคาถาเรนเจอร์สำหรับคุณ และความรอบรู้ (Wisdom) คือความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถาเหล่านี้ เมื่อใดก็ตามที่คุณได้รับเลเวลในคลาสนี้ คุณสามารถเปลี่ยนคาถาไม่ใช้สล็อตหนึ่งบทเหล่านี้เป็นคาถาไม่ใช้สล็อตบทอื่นจากรายการคาถาดรูอิดได้

การต่อสู้ด้วยอาวุธขว้าง (Thrown Weapon Fighting) คุณสามารถชักอาวุธที่มีคุณสมบัติขว้าง (Thrown) ออกมาโดยเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีด้วยอาวุธนั้น

นอกจากนี้ เมื่อคุณโจมตีระยะไกลด้วยอาวุธขว้างโดน คุณได้รับโบนัส +2 ให้การทอยความเสียหาย

สื่อนำเวท (Spellcasting Focus)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 2 คุณสามารถใช้สื่อนำเวทดรูอิดเป็นสื่อนำเวทสำหรับคาถาเรนเจอร์ของคุณ สื่อนำเวทดรูอิดอาจเป็นกิ่งมิสเซิลโทหรือฮอลลี่ คทาหรือไม้สั้นที่ทำจากต้นยูหรือไม้ชนิดพิเศษอื่น ไม้เท้าที่นำมาทั้งท่อนจากต้นไม้มีชีวิต หรือสิ่งของที่ประกอบด้วยขนนก ขนสัตว์ กระดูก และฟันของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

ญาณบรรพกาล (Primal Awareness)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 3 ซึ่งใช้แทนความสามารถการระวังตัวแบบสัตว์ป่า (Primeval Awareness) คุณสามารถเพ่งประสาทรับรู้ผ่านสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติ เมื่อมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ คุณจะเรียนรู้คาถาเพิ่มเติมหากยังไม่รู้จักคาถาเหล่านั้น ดังที่แสดงในตารางคาถาญาณบรรพกาล คาถาเหล่านี้ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก

คาถาญาณบรรพกาล (Primal Awareness Spells)
เลเวลเรนเจอร์ คาถา
3rd คุยกับสัตว์ (Speak with Animals)
5th สัมผัสแห่งสัตว์ป่า (Beast Sense)
9th คุยกับต้นไม้ (Speak with Plants)
13th ระบุตำแหน่งสิ่งมีชีวิต (Locate Creature)
17th สื่อสารกับธรรมชาติ (Commune with Nature)

คุณสามารถร่ายคาถาแต่ละบทเหล่านี้ได้หนึ่งครั้งโดยไม่ต้องใช้สล็อตคาถา เมื่อร่ายคาถาด้วยวิธีนี้แล้ว คุณจะร่ายคาถาบทนั้นด้วยวิธีนี้อีกไม่ได้จนกว่าจะจบการพักยาว

ความยืดหยุ่นเชิงยุทธ์ (Martial Versatility)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 4 เมื่อใดก็ตามที่คุณมีเลเวลถึงระดับในคลาสนี้ซึ่งมอบความสามารถคะแนนความสามารถเพิ่ม (Ability Score Improvement) คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้หนึ่งแบบที่รู้จักเป็นรูปแบบการต่อสู้อื่นที่เรนเจอร์เลือกได้ การเปลี่ยนนี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนจุดเน้นในการฝึกฝนการต่อสู้ของคุณ

ม่านธรรมชาติ (Nature’s Veil)

ความสามารถเรนเจอร์เลเวล 10 ซึ่งใช้แทนความสามารถซ่อนในที่แจ้ง (Hide in Plain Sight)

คุณดึงพลังแห่งธรรมชาติมาใช้เพื่อซ่อนตัวจากสายตาชั่วขณะ ด้วยโบนัสแอ็คชัน คุณสามารถทำให้ตัวเองรวมถึงอุปกรณ์ทั้งหมดที่สวมใส่หรือถืออยู่เข้าสู่สภาวะล่องหน (Invisible) ด้วยเวทมนตร์จนถึงต้นเทิร์นถัดไปของคุณ

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว

ต้นแบบเรนเจอร์ (Ranger Archetypes)

อุดมคติของเรนเจอร์แสดงออกมาเป็นรูปแบบคลาสสิกสองแบบ: นักล่า (Hunter) และผู้ใช้สัตว์ (Beast Master)

ผู้ใช้สัตว์ (Beast Master)

แม่แบบผู้ใช้สัตว์ (Beast Master) เป็นการรวมกันจากมิตรภาพระหว่างเผ่าพันธุ์ที่เจริญกับสัตว์ป่าแห่งพงไพร เดินทางร่วมกันด้วยเป้าหมายเดียว สัตว์ป่าและเรนเจอร์ร่วมกันต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่รุกรานถิ่นเจริญและปกป้องดินแดนธรรมชาติ

คู่หูของเรนเจอร์ (Ranger’s Companion)

ที่เลเวล 3 คุณจะได้รับคู่หูสัตว์ป่า (beast) ที่จะร่วมผจญภัยไปกับคุณและจะได้รับการฝึกฝนการต่อสู้ร่วมกับคุณด้วย เลือกสัตว์ป่าที่มีขนาดไม่ใหญ่กว่าขนาดกลาง (Medium) และมีอัตราความท้าทาย (CR) 1/4 หรือต่ำกว่า (ภาคผนวก D แสดงข้อมูลของเหยี่ยว (hawk), สุนัขมัสทิฟ (mastiff) และเสือดำ (panther) เป็นต้น) เพิ่มโบนัสความชำนาญให้ AC ของคู่หู, การทอยโจมตี และการทอยความเสียหาย เพิ่มให้การทอยป้องกันและการทอยทดสอบที่มันมีความชำนาญด้วย ค่าฮิตพอยต์สูงสุดจะเท่ากับฮิตพอยต์ในสแต็ทบล็อกหรือเป็น 4 เท่าของเลเวลเรนเจอร์ ซึ่งก็มากพอสมควร เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มันสามารถใช้ฮิตไดซ์ (Hit dice) ระหว่างการพักสั้นเพื่อฟื้นฟูฮิตพอยต์ของมัน

คู่หูสัตว์ป่าจะฟังคำสั่งของคุณอย่างเต็มที่เท่าที่มันทำได้ มันจะใช้เทิร์นของมันตามค่าลำดับการต่อสู้ของคุณ ในเทิร์นของคุณ คุณสามารถสั่งด้วยเสียงให้คู่หูเคลื่อนที่ไปที่ตำแหน่งที่ต้องการ (ไม่ต้องใช้แอ็คชันของคุณ) คุณสามารถใช้แอ็คชันในการส่งเสียงสั่งมันให้ใช้แอ็คชัน, พุ่งตัว, ผละหนี หรือช่วยเหลือ ถ้าคุณไม่ได้สั่งคำสั่งใด สัตว์คู่หูจะใช้แอ็คชันหลบหลีก เมื่อคุณมีความสามารถ “การโจมตีพิเศษ (Extra Attack feature)” คุณสามารถโจมตีด้วยอาวุธ 1 ครั้งและสั่งให้สัตว์คู่หูโจมตีด้วย

ถ้าคุณไร้ความสามารถ (incapacitated) หรือหายตัวไป สัตว์คู่หูจะทำตามความคิดของตัวเอง โดยมุ่งไปที่การป้องกันคุณและตัวมันเอง สัตว์คู่หูจะไม่ต้องใช้คำสั่งของคุณในการใช้รีแอ็คชันของมัน เช่นการโจมตีแบบสบโอกาส (opportunity attack)

เมื่อคุณเดินทางบนพื้นที่ที่คุณชำนาญ (favored terrain) กับสัตว์คู่หูไปตามลำพัง คุณสามารถเคลื่อนที่แบบลอบเร้นได้ด้วยความเร็วปกติ

ถ้าสัตว์คู่หูตาย คุณสามารถได้สัตว์ตัวใหม่โดยใช้เวลา 8 ชั่วโมงในการผูกมิตรกับสัตว์ตัวใหม่ที่ไม่เป็นศัตรูกับคุณและตรงตามเงื่อนไข

การฝึกฝนแบบพิเศษ (Exceptional Training)

เริ่มที่เลเวล 7 ในเทิร์นใดก็ได้ของคุณเมื่อสัตว์คู่หูไม่ได้โจมตี คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในการสั่งให้สัตว์คู่หู พุ่งตัว, ผละหนี หรือช่วยเหลือได้ในเทิร์นของมัน

นอกจากนั้น การโจมตีของสัตว์คู่หูจะถือเป็นการโจมตีแบบเวทย์มนต์ (magical) โดยมีจุดประสงค์ให้เลี่ยงการต้านทานและภูมิคุ้มกันความเสียหายจากการโจมตีแบบไม่ติดเวทย์มนต์

ความโกรธเกรี้ยวของสัตว์ป่า (Bestial Fury)

เริ่มที่เลเวล 11 เมื่อคุณออกคำสั่งให้สัตว์คู่หูใช้แอ็คชันโจมตี สัตว์คู่หูสามารถโจมตีได้ 2 ครั้ง หรือมันสามารถใช้ “การโจมตีชุด (Multiattack)” ได้หากมันมีความสามารถนี้

ใช้คาถาร่วมกัน (Share Spells)

เริ่มที่เลเวล 15 เมื่อคุณใช้คาถาที่มีเป้าหมายเป็นตัวคุณเอง คุณสามารถให้ผลไปเกิดกับสัตว์คู่หูด้วยได้หากมันอยู่ในระยะ 30 ฟุตจากคุณ

ผู้พเนจรแห่งเฟย์ (Fey Wanderer)

หม้อต้มสารพัดของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)

มนตร์ลี้ลับแห่งเฟย์ห้อมล้อมตัวคุณ อาจเป็นเพราะพรจากอาร์ชเฟย์ ผลไม้เรืองแสงจากต้นไม้พูดได้ที่คุณเคยกิน น้ำพุวิเศษที่คุณเคยลงไปแหวกว่าย หรือเหตุการณ์มงคลอื่น ไม่ว่าจะได้รับเวทมนตร์แห่งเฟย์มาด้วยวิธีใด บัดนี้คุณคือผู้พเนจรแห่งเฟย์ เรนเจอร์ผู้เป็นตัวแทนของทั้งแดนมนุษย์และแดนเฟย์ ขณะเดินทางไปทั่วพหุจักรวาล เสียงหัวเราะอันเปี่ยมสุขของคุณปลุกปลอบผู้ถูกกดขี่ให้มีความหวัง ส่วนฝีมือการต่อสู้ของคุณก็ทำให้ศัตรูหวาดผวา เพราะความรื่นเริงของเหล่าเฟย์นั้นยิ่งใหญ่ และโทสะของพวกเขาก็น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กัน

การโจมตีสะพรึง (Dreadful Strikes)

ความสามารถผู้พเนจรแห่งเฟย์เลเวล 3

คุณสามารถเสริมการโจมตีด้วยอาวุธด้วยเวทมนตร์ที่ฝากบาดแผลไว้ในจิตใจ ซึ่งดึงมาจากหุบเหวมืดหม่นแห่งเฟย์ไวลด์ เมื่อคุณใช้อาวุธโจมตีสิ่งมีชีวิตโดน คุณสามารถสร้างความเสียหายทางพลังจิตเพิ่มเติม 1d4 แก่เป้าหมาย โดยเป้าหมายจะได้รับความเสียหายเพิ่มเติมนี้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อเทิร์น

ความเสียหายเพิ่มเติมเพิ่มเป็น 1d6 เมื่อคุณมีเลเวล 11 ในคลาสนี้

เวทมนตร์ผู้พเนจรแห่งเฟย์ (Fey Wanderer Magic)

ความสามารถผู้พเนจรแห่งเฟย์เลเวล 3

คุณเรียนรู้คาถาเพิ่มเติมเมื่อมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ ดังที่แสดงในตารางคาถาผู้พเนจรแห่งเฟย์ คาถาแต่ละบทนับเป็นคาถาเรนเจอร์สำหรับคุณ แต่ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก

คาถาผู้พเนจรแห่งเฟย์ (Fey Wanderer Spells)
เลเวลเรนเจอร์ คาถา
3rd มนต์มหาเสน่ห์ (Charm Person)
5th ก้าวย่างในสายหมอก (Misty Step)
9th เพิกถอนเวทย์มนต์ (Dispel Magic)
13th ประตูมิติ (Dimension Door)
17th หลอกลวง (Mislead)

นอกจากนี้ คุณยังได้รับพรเหนือธรรมชาติจากพันธมิตรชาวเฟย์หรือสถานที่ซึ่งเปี่ยมด้วยพลังแห่งเฟย์ เลือกพรของคุณจากตารางของขวัญแห่งเฟย์ไวลด์ หรือสุ่มด้วยการทอยเต๋า

ของขวัญแห่งเฟย์ไวลด์ (Feywild Gifts)
d6 รูปลักษณ์
1 ผีเสื้อมายาโบยบินรอบตัวคุณขณะพักสั้นหรือพักยาว
2 ดอกไม้สดตามฤดูกาลผลิบานจากเส้นผมของคุณทุกรุ่งอรุณ
3 ตัวคุณมีกลิ่นอบเชย ลาเวนเดอร์ จันทน์เทศ หรือสมุนไพรและเครื่องเทศอื่นที่ชวนให้สบายใจจาง ๆ
4 เงาของคุณเต้นรำยามไม่มีใครจ้องมองมันโดยตรง
5 เขาหรือเขากวางงอกออกมาจากศีรษะของคุณ
6 ผิวหนังและเส้นผมของคุณเปลี่ยนสีให้เข้ากับฤดูกาลทุกรุ่งอรุณ

เสน่ห์ต่างพิภพ (Otherworldly Glamour)

ความสามารถผู้พเนจรแห่งเฟย์เลเวล 3

คุณลักษณะแห่งเฟย์มอบเสน่ห์เหนือธรรมชาติแก่คุณ ด้วยเหตุนี้ เมื่อใดก็ตามที่ทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) คุณได้รับโบนัสให้การทอยเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (ขั้นต่ำ +1)

นอกจากนี้ คุณได้รับความชำนาญในหนึ่งทักษะต่อไปนี้ตามที่เลือก: การหลอกลวง (Deception)การแสดง (Performance) หรือ การโน้มน้าว (Persuasion)

พลิกมนตร์ลวง (Beguiling Twist)

ความสามารถผู้พเนจรแห่งเฟย์เลเวล 7

เวทมนตร์แห่งเฟย์ไวลด์คุ้มครองจิตใจของคุณ คุณทอยป้องกันแบบได้เปรียบเพื่อต้านสภาวะถูกเสน่ห์ (Charmed) หรือหวาดกลัว (Frightened)

นอกจากนี้ เมื่อใดก็ตามที่คุณหรือสิ่งมีชีวิตซึ่งคุณมองเห็นในระยะ 120 ฟุตทอยป้องกันสภาวะถูกเสน่ห์หรือหวาดกลัวผ่าน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันบังคับให้สิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่งที่คุณมองเห็นในระยะ 120 ฟุตทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) เทียบกับ DC ป้องกันคาถาของคุณ หากทอยไม่ผ่าน เป้าหมายจะถูกคุณทำให้เข้าสู่สภาวะถูกเสน่ห์หรือหวาดกลัว (คุณเลือก) เป็นเวลา 1 นาที เป้าหมายสามารถทอยป้องกันซ้ำเมื่อจบแต่ละเทิร์นของมัน และยุติผลที่มีต่อตัวเองเมื่อทอยผ่าน

กำลังเสริมแห่งเฟย์ (Fey Reinforcements)

ความสามารถผู้พเนจรแห่งเฟย์เลเวล 11

ราชสำนักแห่งเฟย์ไวลด์มอบพรให้เหล่าเฟย์มาช่วยเหลือคุณ คุณรู้จักคาถา อัญเชิญเฟย์ (Summon Fey) (คาถาใน บทที่ 3) คาถานี้ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก และคุณสามารถร่ายได้โดยไม่ต้องใช้วัตถุประกอบคาถา นอกจากนี้ คุณยังร่ายคาถานี้ได้หนึ่งครั้งโดยไม่ต้องใช้สล็อตคาถา และจะใช้วิธีนี้ได้อีกครั้งเมื่อจบการพักยาว

ทุกครั้งที่เริ่มร่ายคาถานี้ คุณสามารถปรับเปลี่ยนให้คาถาไม่ต้องใช้การเพ่งสมาธิ หากทำเช่นนั้น ระยะเวลาของคาถาสำหรับการร่ายครั้งนั้นจะกลายเป็น 1 นาที

ผู้พเนจรในสายหมอก (Misty Wanderer)

ความสามารถผู้พเนจรแห่งเฟย์เลเวล 15

คุณสามารถเข้าออกเฟย์ไวลด์เพื่อเคลื่อนที่ในชั่วพริบตา คุณร่ายคาถา ก้าวย่างในสายหมอก (Misty Step) ได้โดยไม่ต้องใช้สล็อตคาถา คุณทำเช่นนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (ขั้นต่ำหนึ่งครั้ง) และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ร่ายคาถาก้าวย่างในสายหมอก คุณสามารถพาสิ่งมีชีวิตที่เต็มใจหนึ่งตัวซึ่งมองเห็นในระยะ 5 ฟุตไปด้วย สิ่งมีชีวิตนั้นจะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ว่างที่คุณเลือกภายในระยะ 5 ฟุตจากพื้นที่ปลายทางของคุณ

นักล่าแห่งความมืด (Gloom Stalker)

คู่มือสารพัดของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)

นักล่าแห่งความมืดรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่อันมืดมิดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนลึกใต้พิภพ ตรอกซอกซอยอันหม่นมัว ป่าดึกดำบรรพ์ และทุกแห่งที่แสงสว่างเลือนราง คนทั่วไปก้าวเข้าสู่สถานที่เหล่านี้ด้วยความหวาดหวั่น แต่นักล่าแห่งความมืดกลับบุกเข้าไปอย่างกล้าหาญเพื่อซุ่มโจมตีภัยคุกคามก่อนที่มันจะล่วงล้ำออกไปสู่โลกภายนอก เรนเจอร์เหล่านี้มักพบได้ในอันเดอร์ดาร์ก แต่ไม่ว่าความชั่วร้ายจะแฝงกายในเงามืดแห่งใด พวกเขาก็พร้อมออกตามล่า

ความสามารถนักล่าแห่งความมืด (Gloom Stalker Features)

เลเวลเรนเจอร์ ความสามารถ
3rd เวทมนตร์นักล่าแห่งความมืด, จู่โจมสะพรึง, นัยน์ตาเงามืด
7th จิตใจแกร่งกล้า
11th กระหน่ำโจมตีของนักล่า
15th หลบหลีกในเงามืด

เวทมนตร์นักล่าแห่งความมืด (Gloom Stalker Magic)

เริ่มที่เลเวล 3 คุณเรียนรู้คาถาเพิ่มเติมเมื่อมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ ดังที่แสดงในตารางคาถานักล่าแห่งความมืด คาถานี้นับเป็นคาถาเรนเจอร์สำหรับคุณ แต่ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก

คาถานักล่าแห่งความมืด (Gloom Stalker Spells)

เลเวลเรนเจอร์ คาถา
3rd คาถาแปลงกาย (Disguise Self)
5th กลเชือก (Rope Trick)
9th หวาดกลัว (Fear)
13th การล่องหนขั้นสูง (Greater Invisibility)
17th พรางตา (Seeming)

จู่โจมสะพรึง (Dread Ambusher)

ที่เลเวล 3 คุณเชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการซุ่มโจมตี คุณสามารถมอบโบนัสให้การทอยจัดลำดับการต่อสู้ของตัวเองเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom)

เมื่อต้นเทิร์นแรกของคุณในการต่อสู้แต่ละครั้ง ความเร็วเดินของคุณเพิ่มขึ้น 10 ฟุตจนจบเทิร์นนั้น หากคุณใช้แอ็คชันโจมตี (Attack) ในเทิร์นนั้น คุณสามารถโจมตีด้วยอาวุธเพิ่มเติมหนึ่งครั้งโดยเป็นส่วนหนึ่งของแอ็คชันดังกล่าว หากการโจมตีนั้นโดน เป้าหมายได้รับความเสียหายเพิ่มเติม 1d8 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับความเสียหายของอาวุธ

นัยน์ตาเงามืด (Umbral Sight)

ที่เลเวล 3 คุณได้รับการมองเห็นในความมืด (Darkvision) ระยะ 60 ฟุต หากคุณมีการมองเห็นในความมืดจากเผ่าพันธุ์อยู่แล้ว ระยะของมันจะเพิ่มขึ้น 30 ฟุต

นอกจากนี้ คุณยังเชี่ยวชาญการหลบเลี่ยงสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาการมองเห็นในความมืด ขณะอยู่ในความมืด คุณอยู่ในสภาวะล่องหน (Invisible) สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกตัวที่ต้องพึ่งพาการมองเห็นในความมืด (Darkvision) เพื่อมองเห็นคุณในความมืดนั้น

จิตใจแกร่งกล้า (Iron Mind)

เมื่อถึงเลเวล 7 คุณฝึกฝนความสามารถในการต้านทานพลังเปลี่ยนแปลงจิตใจของเหยื่อจนเชี่ยวชาญ คุณได้รับความชำนาญในการทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากมีความชำนาญนี้อยู่แล้ว คุณจะได้รับความชำนาญในการทอยป้องกันความฉลาด (Intelligence) หรือเสน่ห์ (Charisma) แทน (คุณเลือก)

กระหน่ำโจมตีของนักล่า (Stalker’s Flurry)

ที่เลเวล 11 คุณเรียนรู้การโจมตีด้วยความเร็วเหนือความคาดหมาย จนสามารถพลิกการโจมตีที่พลาดให้กลายเป็นการจู่โจมอีกครั้ง หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อโจมตีด้วยอาวุธพลาด คุณสามารถโจมตีด้วยอาวุธอีกครั้งโดยเป็นส่วนหนึ่งของแอ็คชันเดิม

หลบหลีกในเงามืด (Shadowy Dodge)

เริ่มที่เลเวล 15 คุณสามารถหลบหลีกในแบบที่ไม่มีใครคาดเดา ท่ามกลางสายเงาเหนือธรรมชาติที่วนเวียนรอบตัว เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตทอยโจมตีคุณโดยไม่ได้ทอยแบบได้เปรียบ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อทำให้การทอยนั้นเป็นการทอยแบบเสียเปรียบ คุณต้องใช้ความสามารถนี้ก่อนจะรู้ผลของการทอยโจมตี

ผู้ท่องขอบภพ (Horizon Walker)

คู่มือสารพัดของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)

ผู้ท่องขอบภพพิทักษ์โลกจากภัยคุกคามที่มาจากภพภูมิอื่น หรือผู้ที่คิดทำลายแดนมนุษย์ด้วยเวทมนตร์ต่างพิภพ พวกเขาค้นหาประตูเชื่อมภพและเฝ้าระวังอยู่เสมอ พร้อมเดินทางสู่ภพภูมิชั้นในและภพภูมิชั้นนอกเมื่อจำเป็นต้องไล่ล่าศัตรู เรนเจอร์เหล่านี้ยังเป็นมิตรกับทุกฝ่ายในพหุจักรวาล โดยเฉพาะมังกรผู้เมตตา เหล่าเฟย์ และวิญญาณธาตุ ซึ่งช่วยกันธำรงชีวิตและระเบียบแห่งภพภูมิ

ความสามารถผู้ท่องขอบภพ (Horizon Walker Features)

เลเวลเรนเจอร์ ความสามารถ
3rd เวทมนตร์ผู้ท่องขอบภพ, ตรวจจับประตูเชื่อมภพ, นักรบข้ามภพ (1d8)
7th ย่างก้าวสู่ภพวิญญาณ
11th จู่โจมข้ามระยะ, นักรบข้ามภพ (2d8)
15th การป้องกันต่างภพ

เวทมนตร์ผู้ท่องขอบภพ (Horizon Walker Magic)

เริ่มที่เลเวล 3 คุณเรียนรู้คาถาเพิ่มเติมเมื่อมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ ดังที่แสดงในตารางคาถาผู้ท่องขอบภพ คาถานี้นับเป็นคาถาเรนเจอร์สำหรับคุณ แต่ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก

คาถาผู้ท่องขอบภพ (Horizon Walker Spells)

เลเวลเรนเจอร์ คาถา
3rd ป้องกันจากความชั่วร้ายและความดี (Protection from Evil and Good)
5th ก้าวย่างในสายหมอก (Misty Step)
9th เพิ่มความว่องไว (Haste)
13th ขับไล่ (Banishment)
17th วงเวทย์เคลื่อนย้าย (Teleportation Circle)

ตรวจจับประตูเชื่อมภพ (Detect Portal)

ที่เลเวล 3 คุณได้รับความสามารถในการสัมผัสถึงประตูเชื่อมภพด้วยเวทมนตร์ ด้วยแอ็คชันหนึ่งครั้ง คุณตรวจจับระยะทางและทิศทางไปยังประตูเชื่อมภพที่ใกล้ที่สุดภายในระยะ 1 ไมล์จากคุณ

เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะใช้มันอีกไม่ได้จนกว่าจะจบการพักสั้นหรือพักยาว

ดูตัวอย่างประตูเชื่อมภพในหัวข้อ “การเดินทางข้ามภพ (Planar Travel)” ในบทที่ 2 ของ คู่มือดันเจียนมาสเตอร์ (Dungeon Master’s Guide)

นักรบข้ามภพ (Planar Warrior)

ที่เลเวล 3 คุณเรียนรู้การดึงพลังงานจากพหุจักรวาลมาเสริมการโจมตี

ด้วยโบนัสแอ็คชัน เลือกสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณมองเห็นในระยะ 30 ฟุต ครั้งถัดไปที่คุณใช้อาวุธโจมตีสิ่งมีชีวิตนั้นโดนในเทิร์นนี้ ความเสียหายทั้งหมดจากการโจมตีจะเปลี่ยนเป็นความเสียหายพลังงาน (Force) และสิ่งมีชีวิตนั้นได้รับความเสียหายพลังงานเพิ่มเติม 1d8 จากการโจมตี เมื่อคุณมีเลเวล 11 ในคลาสนี้ ความเสียหายเพิ่มเติมจะเพิ่มเป็น 2d8

ย่างก้าวสู่ภพวิญญาณ (Ethereal Step)

ที่เลเวล 7 คุณเรียนรู้การก้าวผ่านภพภูมิวิญญาณ (Ethereal Plane) ด้วยโบนัสแอ็คชัน คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ร่ายคาถา เดินทางในภพภูมิวิญญาณ (Etherealness) โดยไม่ต้องใช้สล็อตคาถา แต่คาถาจะสิ้นสุดเมื่อจบเทิร์นปัจจุบัน

เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะใช้มันอีกไม่ได้จนกว่าจะจบการพักสั้นหรือพักยาว

จู่โจมข้ามระยะ (Distant Strike)

ที่เลเวล 11 คุณได้รับความสามารถในการข้ามผ่านระหว่างภพภูมิในชั่วพริบตา เมื่อใช้แอ็คชันโจมตี (Attack) คุณสามารถเคลื่อนย้ายได้ไกลไม่เกิน 10 ฟุตก่อนการโจมตีแต่ละครั้ง ไปยังพื้นที่ว่างที่คุณมองเห็น

หากคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตต่างกันอย่างน้อยสองตัวด้วยแอ็คชันนี้ คุณสามารถโจมตีเพิ่มเติมอีกหนึ่งครั้งต่อสิ่งมีชีวิตตัวที่สามด้วยแอ็คชันเดียวกัน

การป้องกันต่างภพ (Spectral Defense)

ที่เลเวล 15 ความสามารถในการเคลื่อนที่ระหว่างภพภูมิทำให้คุณแทรกผ่านรอยต่อของภพเพื่อลดอันตรายที่ได้รับในการต่อสู้ เมื่อได้รับความเสียหายจากการโจมตี คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อมอบความต้านทานต่อความเสียหายทั้งหมดจากการโจมตีนั้นให้ตัวเองในเทิร์นนี้

นักล่า (Hunter)

การฝึกฝนตามแม่แบบของนักล่า (Hunter) หมายถึงการรับเอาหน้าที่ในการเป็นด่านหน้าระหว่างความเจริญกับความน่าสะพรึงของแดนเถื่อน เมื่อคุณก้าวเดินในทางเดินของนักล่า คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคพิเศษในการสู้กับอันตรายที่คุณต้องเผชิญ ตั้งแต่โอเกอร์คลั่งอาละวาดและกองทัพออร์ค ไปจนถึงยักษ์ร่างสูงตระหง่านและมังกรอันน่าสะพรึงกลัว

เหยื่อของนักล่า (Hunter’s Prey)

ที่เลเวล 3 คุณจะสามารถเลือกความสามารถหนึ่งอย่างจากรายการดังนี้

นักฆ่าสัตว์ยักษ์ (Colossus Slayer). ความดื้อรั้นของคุณสามารถโค่นศัตรูที่มีพลังได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อคุณโจมตีโดนสิ่งมีชีวิตด้วยอาวุธ สิ่งมีชีวิตจะได้รับความเสียหายพิเศษเพิ่ม 1d8 หากมันมีฮิตพอยต์ต่ำกว่าค่าสูงสุด คุณสามารถทำความเสียหายนี้ได้ครั้งเดียวในแต่ละเทิร์น

นักฆ่ายักษ์ (Giant Killer). เมื่อมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ (Large) หรือใหญ่กว่านั้นในระยะ 5 ฟุต โจมตีโดนคุณหรือโจมตีพลาด คุณสามารถใช้รีแอ็คชันในการโจมตีสวนสิ่งมีชีวิตนั้นได้ทันทีหลังจากการโจมตีของมัน โดยคุณต้องสามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตนั้นได้

นักทำลายฝูงสัตว์ (Horde Breaker). ครั้งหนึ่งในเทิร์นของคุณเมื่อคุณใช้อาวุธโจมตี คุณสามารถโจมตีอีกครั้งได้ด้วยอาวุธเดิมโดยโจมตีศัตรูตัวอื่นในระยะ 5 ฟุตจากเป้าหมายแรกและอยู่ในระยะอาวุธของคุณ

กลยุทธการป้องกัน (Defensive Tactics)

ที่เลเวล 7 คุณจะสามารถเลือกความสามารถหนึ่งอย่างจากรายการดังนี้

หนีจากฝูงสัตว์ (Escape the Horde). การโจมตีโดยสบโอกาส (Opportunity attacks) ที่โจมตีคุณจะเป็นการทอยแบบเสียเปรียบ

การป้องกันการโจมตีชุด (Multiattack Defense). เมื่อสิ่งมีชีวิตโจมตีถูกคุณด้วยแอ็คชันโจมตี คุณจะได้โบนัส +4 ให้ AC ต่อการโจมตีที่ตามมาหลังจากนั้นที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตนั้นจนจบเทิร์น

ใจเหล็ก (Steel Will). คุณจะได้ทอยป้องกันแบบได้เปรียบเมื่อต้องทอยป้องกันความกลัว (frightened)

การโจมตีชุด (Multiattack)

ที่เลเวล 11 คุณจะสามารถเลือกความสามารถหนึ่งอย่างจากรายการดังนี้

ยิงสะท้อน (Volley). คุณสามารถใช้แอ็คชันในการโจมตีด้วยอาวุธยิงระยะไกล โจมตีสิ่งมีชีวิตจำนวนเท่าใดก็ตามที่อยู่ในระยะ 10 ฟุตจากจุดที่คุณมองเห็น ภายในระยะอาวุธของคุณ คุณต้องมีกระสุนพอสำหรับทุกเป้าหมาย และเหมือนกับการโจมตีปกติ คุณต้องทอยโจมตีแยกกันในแต่ละเป้าหมาย

โจมตีแบบพายุหมุน (Whirlwind Attack). คุณสามารถใช้แอ็คชันของคุณในการโจมตีแบบประชิดตัว โจมตีศัตรูทุกตัวในระยะ 5 ฟุตรอบตัวคุณ โดยทอยโจมตีแยกตามเป้าหมาย

การป้องกันของนักล่าแบบเหนือชั้น (Superior Hunter’s Defense)

ที่เลเวล 15 คุณจะสามารถเลือกความสามารถหนึ่งอย่างจากรายการดังนี้

การหลบหลีก (Evasion). เมื่อคุณตกเป็นเป้าจากผลของการโจมตี เช่นลมหายใจเพลิงของมังกรแดงหรือคาถาสายฟ้าฟาด (lightning bolt) ที่ต้องให้คุณทอยป้องกันด้านความคล่องแคล่ว (Dexterity) เพื่อรับความเสียหายครึ่งหนึ่ง คุณจะไม่ได้รับความเสียหายเลยถ้าคุณทอยป้องกันผ่าน และได้รับครึ่งเดียวหากทอยไม่ผ่าน

ยืนขวางคลื่น (Stand Against the Tide). เมื่อศัตรูโจมตีคุณในประยะประชิดพลาด คุณสามารถใช้รีแอ็คชันในการบังคับให้สิ่งมีชีวิตนั้นโจมตีแบบเดิมอีกครั้ง แต่เป็นการโจมตีศัตรูตัวอื่น (ที่ไม่ใช่ตัวมันเอง) ตามที่คุณเลือก

การหลบหลีกได้อย่างประหลาด (Uncanny Dodge). เมื่อคุณถูกโจมตีโดนโดยศัตรูที่คุณมองเห็นได้ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันลดความเสียหายลงได้ครึ่งหนึ่ง

นักล่ามอนสเตอร์ (Monster Slayer)

คู่มือสารพัดของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)

คุณอุทิศตนเพื่อตามล่าสิ่งมีชีวิตแห่งรัตติกาลและผู้ใช้เวทมนตร์อันชั่วร้าย นักล่ามอนสเตอร์ออกตามหาแวมไพร์ มังกร เฟย์ชั่วร้าย ฟีนด์ และภัยคุกคามทางเวทมนตร์อื่น ๆ ด้วยการฝึกฝนเทคนิคเหนือธรรมชาติเพื่อพิชิตมอนสเตอร์เหล่านี้ นักล่าจึงเชี่ยวชาญในการตามหาและปราบศัตรูลี้ลับอันทรงพลัง

ความสามารถนักล่ามอนสเตอร์ (Monster Slayer Features)

เลเวลเรนเจอร์ ความสามารถ
3rd เวทมนตร์นักล่ามอนสเตอร์, ญาณนักล่า, เหยื่อของนักล่า
7th การป้องกันเหนือธรรมชาติ
11th ศัตรูคู่แค้นของผู้ใช้เวทมนตร์
15th นักล่าโต้กลับ

เวทมนตร์นักล่ามอนสเตอร์ (Monster Slayer Magic)

เริ่มที่เลเวล 3 คุณเรียนรู้คาถาเพิ่มเติมเมื่อมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ ดังที่แสดงในตารางคาถานักล่ามอนสเตอร์ คาถานี้นับเป็นคาถาเรนเจอร์สำหรับคุณ แต่ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก

คาถานักล่ามอนสเตอร์ (Monster Slayer Spells)

เลเวลเรนเจอร์ คาถา
3rd ป้องกันจากความชั่วร้ายและความดี (Protection from Evil and Good)
5th อาณาเขตสัจจะ (Zone of Truth)
9th วงเวทย์มนต์ (Magic Circle)
13th ขับไล่ (Banishment)
17th ตรึงมอนสเตอร์ (Hold Monster)

ญาณนักล่า (Hunter’s Sense)

ที่เลเวล 3 คุณได้รับความสามารถในการเพ่งมองสิ่งมีชีวิตและใช้เวทมนตร์หยั่งรู้วิธีทำร้ายมันได้ดีที่สุด ด้วยแอ็คชันหนึ่งครั้ง เลือกสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณมองเห็นในระยะ 60 ฟุต คุณรู้ทันทีว่าสิ่งมีชีวิตนั้นมีภูมิคุ้มกัน ความต้านทาน หรือความเปราะบางต่อความเสียหายหรือไม่ และมีต่อสิ่งใดบ้าง หากสิ่งมีชีวิตถูกซ่อนเร้นจากเวทมนตร์พยากรณ์ คุณจะสัมผัสได้ว่ามันไม่มีภูมิคุ้มกัน ความต้านทาน หรือความเปราะบางต่อความเสียหาย

คุณใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (ขั้นต่ำหนึ่งครั้ง) และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว

เหยื่อของนักล่า (Slayer’s Prey)

เริ่มที่เลเวล 3 คุณสามารถมุ่งความพิโรธไปยังศัตรูหนึ่งตัวเพื่อเพิ่มอันตรายที่สร้างแก่มัน ด้วยโบนัสแอ็คชัน คุณกำหนดสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่มองเห็นในระยะ 60 ฟุตให้เป็นเป้าหมายของความสามารถนี้ ครั้งแรกในแต่ละเทิร์นที่คุณใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายนั้นโดน มันได้รับความเสียหายเพิ่มเติม 1d6 จากอาวุธ

ประโยชน์นี้คงอยู่จนกว่าคุณจะจบการพักสั้นหรือพักยาว และจะสิ้นสุดก่อนกำหนดหากคุณกำหนดสิ่งมีชีวิตตัวอื่นแทน

การป้องกันเหนือธรรมชาติ (Supernatural Defense)

ที่เลเวล 7 คุณได้รับความทรหดเพิ่มเติมเพื่อต้านทานการจู่โจมทั้งกายและใจจากเหยื่อ เมื่อใดก็ตามที่เป้าหมายของเหยื่อของนักล่าบังคับให้คุณทอยป้องกัน หรือเมื่อคุณทอยทดสอบความสามารถเพื่อหนีจากการจับยึดของเป้าหมายนั้น ให้เพิ่ม 1d6 ในผลทอย

ศัตรูคู่แค้นของผู้ใช้เวทมนตร์ (Magic-User’s Nemesis)

ที่เลเวล 11 คุณได้รับความสามารถในการขัดขวางเวทมนตร์ของผู้อื่น เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตร่ายคาถาหรือเคลื่อนย้ายในระยะ 60 ฟุต คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อพยายามทำให้การกระทำนั้นล้มเหลวด้วยเวทมนตร์ สิ่งมีชีวิตต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) เทียบกับ DC ป้องกันคาถาของคุณผ่าน มิฉะนั้นคาถาหรือการเคลื่อนย้ายของมันจะล้มเหลวและสูญเปล่า

เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะใช้มันอีกไม่ได้จนกว่าจะจบการพักสั้นหรือพักยาว

นักล่าโต้กลับ (Slayer’s Counter)

ที่เลเวล 15 คุณได้รับความสามารถในการโจมตีสวนเมื่อเหยื่อพยายามทำร้ายคุณ หากเป้าหมายของเหยื่อของนักล่าบังคับให้คุณทอยป้องกัน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อโจมตีเหยื่อด้วยอาวุธหนึ่งครั้ง คุณทำการโจมตีนี้ทันทีก่อนทอยป้องกัน หากการโจมตีโดน การทอยป้องกันของคุณจะผ่านโดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากผลปกติของการโจมตี

ผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณ (Swarmkeeper)

หม้อต้มสารพัดของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)

เรนเจอร์บางคนสัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว จึงใช้สายสัมพันธ์ทางเวทมนตร์ที่มีต่อโลกเชื่อมจิตเข้ากับฝูงวิญญาณธรรมชาติ ฝูงวิญญาณนี้เป็นทั้งพลังอันแข็งแกร่งในการต่อสู้และเพื่อนร่วมทางผู้ช่วยเหลือเรนเจอร์ ผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณบางคนเป็นผู้ถูกขับไล่หรือฤๅษีที่เลือกอยู่กับฝูงบริวารตามลำพัง แทนที่จะทนรับความอึดอัดเมื่อต้องคบหาผู้อื่น ส่วนบางคนชื่นชอบการสร้างชุมชนอันมีชีวิตชีวา ซึ่งทุกคนที่พวกเขานับเป็นส่วนหนึ่งของฝูงต่างร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

ฝูงวิญญาณและคาถาของผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับวิญญาณธรรมชาติ ใช้โอกาสนี้บรรยายรูปลักษณ์ของฝูงและเวทมนตร์ของเรนเจอร์ระหว่างเล่น ตัวอย่างเช่น เมื่อเรนเจอร์ร่ายคาถา ร่างแก๊ส (Gaseous Form) เขาอาจดูเหมือนหลอมรวมเข้าไปในฝูงแทนที่จะกลายเป็นหมอก หรือคาถา ดวงตาเวทย์มนต์ (Arcane Eye) อาจสร้างส่วนหนึ่งของฝูงออกไปสอดแนมให้คุณ คำบรรยายเหล่านี้ไม่เปลี่ยนผลของคาถา แต่เป็นโอกาสอันน่าตื่นเต้นในการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครผ่านความสามารถประจำคลาส ดูคำแนะนำเพิ่มเติมในการปรับแต่งคาถาได้ในหัวข้อ “ปรับแต่งคาถา (Personalizing Spells)” ในบทที่ 3 ของ หม้อต้มสารพัดของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)

อย่าลืมว่าคุณปรับแต่งรูปลักษณ์ของฝูงได้เอง และไม่จำเป็นต้องจำกัดไว้เพียงแบบเดียว รูปลักษณ์ของเหล่าวิญญาณอาจเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเรนเจอร์หรือตามฤดูกาลก็ได้ คุณเป็นผู้ตัดสินใจ!

ฝูงวิญญาณรวมตัว (Gathered Swarm)

ความสามารถผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณเลเวล 3

ฝูงวิญญาณธรรมชาติไร้รูปกายได้ผูกสายสัมพันธ์กับคุณและสามารถช่วยเหลือคุณในการต่อสู้ ตราบใดที่คุณยังมีชีวิต ฝูงนี้จะอยู่ในพื้นที่ของคุณ โดยไต่ไปตามร่างหรือบินวนและเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว คุณกำหนดรูปลักษณ์ของฝูงเอง หรือทอยสุ่มจากตารางรูปลักษณ์ของฝูงก็ได้

รูปลักษณ์ของฝูง (Swarm Appearance)
d4 รูปลักษณ์
1 ฝูงแมลงบินว่อน
2 ทวิกไบลต์ตัวจิ๋ว
3 ฝูงนกกระพือปีก
4 พิกซีแสนซน

หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ ทันทีหลังจากโจมตีสิ่งมีชีวิตโดน คุณสามารถให้ฝูงช่วยเหลือด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้:

  • เป้าหมายของการโจมตีได้รับความเสียหายแทง (Piercing) 1d6 จากฝูง
  • เป้าหมายของการโจมตีต้องทอยป้องกันความแข็งแกร่ง (Strength) เทียบกับ DC ป้องกันคาถาของคุณผ่าน มิฉะนั้นฝูงจะเคลื่อนย้ายมันในแนวราบไปได้ไกลไม่เกิน 15 ฟุตในทิศทางที่คุณเลือก
  • ฝูงเคลื่อนย้ายคุณในแนวราบ 5 ฟุตในทิศทางที่คุณเลือก

เวทมนตร์ผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณ (Swarmkeeper Magic)

ความสามารถผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณเลเวล 3

คุณเรียนรู้คาถาไม่ใช้สล็อต มือนักเวทย์ (Mage Hand) หากยังไม่รู้จัก เมื่อร่ายคาถานี้ มือจะปรากฏในรูปลักษณ์ของฝูงวิญญาณธรรมชาติของคุณ

นอกจากนี้ คุณยังเรียนรู้คาถาเลเวล 1 หรือสูงกว่าเพิ่มเติมเมื่อมีเลเวลถึงระดับที่กำหนดในคลาสนี้ ดังที่แสดงในตารางคาถาผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณ คาถาแต่ละบทนับเป็นคาถาเรนเจอร์สำหรับคุณ แต่ไม่นับรวมในจำนวนคาถาเรนเจอร์ที่คุณรู้จัก

คาถาผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณ (Swarmkeeper Spells)
เลเวลเรนเจอร์ คาถา
3rd เพลิงแห่งแฟรี่ (Faerie Fire)มือนักเวทย์ (Mage Hand)
5th ใยแมงมุม (Web)
9th ร่างแก๊ส (Gaseous Form)
13th ดวงตาเวทย์มนต์ (Arcane Eye)
17th ฝูงแมลงมรณะ (Insect Plague)

คลื่นฝูงโหม (Writhing Tide)

ความสามารถผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณเลเวล 7

คุณสามารถรวมส่วนหนึ่งของฝูงให้เป็นมวลหนาแน่นที่พยุงตัวคุณขึ้น ด้วยโบนัสแอ็คชัน คุณได้รับความเร็วบิน 10 ฟุตและสามารถลอยตัว ผลนี้คงอยู่นาน 1 นาที หรือจนกว่าคุณจะอยู่ในสภาวะไร้ความสามารถ (Incapacitated)

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว

ฝูงทรงพลัง (Mighty Swarm)

ความสามารถผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณเลเวล 11

ฝูงวิญญาณรวมตัวของคุณทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยวิธีต่อไปนี้:

  • ความเสียหายของฝูงวิญญาณรวมตัวเพิ่มเป็น 1d8
  • หากสิ่งมีชีวิตทอยป้องกันการถูกฝูงวิญญาณรวมตัวเคลื่อนย้ายไม่ผ่าน คุณยังสามารถให้ฝูงทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ในสภาวะล้ม (Prone) ได้
  • เมื่อฝูงวิญญาณรวมตัวเคลื่อนย้ายคุณ มันมอบที่กำบังครึ่งหนึ่งให้คุณจนถึงต้นเทิร์นถัดไปของคุณ

สลายกายเป็นฝูง (Swarming Dispersal)

ความสามารถผู้พิทักษ์ฝูงวิญญาณเลเวล 15

คุณสามารถสลายร่างเข้าไปในฝูงเพื่อหลบเลี่ยงอันตราย เมื่อได้รับความเสียหาย คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อมอบความต้านทานต่อความเสียหายนั้นให้ตัวเอง จากนั้นคุณหายเข้าไปในฝูงและเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ว่างที่มองเห็นในระยะ 30 ฟุต ก่อนจะปรากฏตัวพร้อมฝูงอีกครั้ง

คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว