เนินสุสานมังกร (Dragon Barrow)
“เนินสุสานมังกร” ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับตัวละครเลเวล 5 แต่ตัวละครเลเวล 4 ก็สามารถเอาชีวิตรอดในการทำภาระกิจนี้ได้ถ้าพวกเขาระแวดระวังและหยุดพักระหว่างการเผชิญหน้า ตัวละคนเลเวล 6 หรือสูงกว่าจะสำรวจสุสานและเอาชีวิตรอดได้โดยไม่ยาก
ภาพรวมสถานที่ (Location Overview)
ท่านหญิง ทานาเมีย อลากอนดาร์ (Lady Tanamere Alagondar) เป็นทายาทราชวงศ์ของเนเวอร์วินเทอร์เมื่อสมัยศตวรรษที่แล้ว เธอและนักผจญภัยอีกสองกลุ่มร่วมกันต่อสู้และได้ฆ่า อาสดรากา มังกรเขียวที่สร้างความหวาดกลัวในพื้นที่ถนนใหญ่ ท่านหญิงอลากอนดาร์เสียชีวิตในการต่อสู้และได้รับการฝังร่างไว้ใต้เนินสุสานใกล้กับบริเวณที่มังกรตาย ร่างของสหายร่วมศึกและศพของอาสดรากาถูกปิดผนิกไว้ใต้เนินสุสานร่วมกับร่างของท่านหญิงด้วย โดยเป็นการปฏิบัติตามคำขอสุดท้ายของท่านหญิงอลากอนดาร์
เป้าหมายภารกิจ (Quest Goals)
ในการทำให้ภารกิจ เนินสุสานมังกร สำเร็จ เหล่านักผจญภัยต้องค้นหา ดาบยาวดรากอนสเลเยอร์ (dragon slayer longsword) ของท่านหญิงอลากอนดาร์ให้เจอ ซึ่งตามตำนานแล้วมันถูกฝังอยู่กับร่างของท่านหญิง
การเดินทางมายังสุสาน (Travel to the Barrow)
เนินสุสานนี้อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแฟนดูลินประมาณ 40 ไมล์ อยู่ท่ามกลางเนินเขาไล่ระดับและพื้นทุ่งหญ้าระหว่างถนนใหญ่ (High Road) และป่าเนเวอร์วินเทอร์ (Neverwinter Wood) เนื่องจากตัวละครจะเดินทางได้เร็วสุดประมาณ 24 ไมล์ต่อวัน พวกเขาควรจะต้องพักยาวหนึ่งครั้งระหว่างทางก่อนที่จะมาถึงเนินสุสานในวันที่สองของการเดินทาง ลมเย็นพัดมาจากชายฝั่งตลอดระยะเวลาเดินทาง ทำให้บางครั้งก็มีฝนตกด้วย
เซนทอร์ผู้เป็นจุดสนใจ (Centaur of Attention)
หลังจากถูกขับไล่ออกจากบ้านของตนในป่าเนเวอร์วินเทอร์โดยพวกออร์ค เซ็นทอร์แซนท์ (Xanth the centaur) ก็ได้หนีมาอาศัยอยู่ในบริเวณเนินเขารอบเนินสุสาน เมื่อเขามองเห็นตัวละคร แซนท์ก็เข้ามาหาอย่างสันติและแบ่งปันคำเตือนดังนี้:
- “มีดวงไฟแม่มดแปลก ๆ ลอยอยู่เหนือเนินสุสานมังกรในยามค่ำ เนินเขานี้ถูกวิญญาณคนตายสิงอยู่เป็นแน่”
- “ป่าเนเวอร์วินเทอร์กลายเป็นที่อยู่ของพวกออร์คและพวกผู้ใช้เวทย์ฮาล์ฟออร์คไปแล้ว ลึกเข้าไปในป่า ที่ยอดเนินที่มีระบบถ้ำพิลึกข้างใต้อยู่นั้น มีหมู่กองหินที่พวกฮาล์ฟออร์คชั่วร้ายกำลังทำพิธีมนต์ดำอยู่”
แซนท์จะพยายามหลีกเลี่ยงเนินสุสานมังกรและอยากจะเห็นพวกผู้ใช้เวทย์ฮาล์ฟออร์คชั่วร้ายในป่าเนเวอร์วินเทอร์ ถูกขับไล่หรือกำจัดไป เขาจะเสนอพาตัวละครไปที่ วงเสาหินอัสนี (Circle of Thunder) ถ้าพวกเขาอยากไปพบกับพวกฮาล์ฟออร์คที่นั่น และยินดีจะรออยู่ที่นี่จนกว่าตัวละครจะจบการสำรวจเนินสุสาน วงเสาหินอัสนีจะอยู่ห่างไปราว 40 ไมล์ ลึกเข้าไปในป่า
ลักษณะของสุสาน (CATACOMBS FEATURES)
ห้องโถงและอุโมงค์ที่ทอดตัวอยู่ในระดับพื้นดิน ก่อร่างสร้างเป็นสุสานใต้ดินซ่อนเร้นอยู่ใต้เนินฝังศพแห่งนี้ กลิ่นดินชื้นแฉะและอากาศอึมครึมอันตายซากลอยอบอวลอยู่ทั่ว
เพดาน เพดานสูง 8 ฟุตและเรียบ
งานก่อสร้างจากดิน ทางเดินและห้องต่าง ๆ มีผนัง, พื้น และหลังคาทำจากดินอัด
แสง จะไม่มีแสงภายในสุสาน นักผจญภัยต้องมี ดาร์กวิชัน (darkvision) หรือมีแหล่งกำเนิดแสงของตัวเองเพื่อให้เห็นพื้นที่ภายใน
หีบศพ หีบศพ (sarcophagi) ที่จะพบได้ตลอดพื้นที่สุสานแกะสลักจากหินแกรนิตและมีฝาแผ่นหินแกรนิตหนัก ฝาปิดสนิทอากาศเข้าไม่ได้ การยกฝาโลงต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ พละกำลัง (Athletics) DC 20 ฝาโลงแต่ละฝาเป็นวัตถุขนาดกลาง (Medium) มี AC 17, ฮิตพอยต์ 12 และมีภูมิคุ้มกันต่อพิษและความเสียหายจากพลังจิต
เมื่อมาถึง (Arrival)
เมื่อนักผจญภัยเข้ามาถึงบริเวณสุสาน อ่านข้อความในกล่องนี้ออกเสียง:
มีเนินดินสูง 30 ฟุตเบื้องหน้าของคุณ ด้านบนของมันเรียบเกินกว่าจะเป็นเนินตามธรรมชาติ ถัดจากทุ่งหญ้าที่ราบสูงมีแถวของหินสีขาวดั่งกระดูก สูงราว 10 ฟุ่ตเรียงโค้งลงจรดท้องฟ้าเทาหม่นคล้ายดั่งกรงเล็บที่เหยียดออก
ตัวละครที่ไต่ขึ้นไปด้านบนของสุสานและสำรวจโดยรอบจะพบว่ามันมีลักษณะเหมือนมังกร โดยทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การมองทะลุ (Insight) หินสีขาวพวกนั้นเรียงตัวกันเหมือนกระดูกสันหลังของมังกร
ในยามค่ำ จะมี ดวงไฟวิญญาณ (will-o’-wisps) ใน พื้นที่ D2 โผล่ออกมาจากเนินดินโดยใช้ การเคลื่อนที่แทรกมิติ (Incorporeal Movement) และลอยอยู่เหนือเนินดินโดยหวังว่าจะล่อหลอกให้เหยื่อเข้ามาหาได้โดยใช้แสงไฟของมัน ถ้ามันพบตัวละครอยู่ใกล้ ๆ พวกมันจะ ล่องหน และถอยกลับเข้าไปในเนินสุสาน
พื้นที่ภายในบริเวณสุสาน (Barrow Locations)
พื้นที่ดังต่อไปนี้มีระบุไว้ในแผนที่ของสุสานมังกร
แผนที่: สุสานมังกร (Dragon Barrow) ดูเวอร์ชันสำหรับผู้เล่น
D1. ทางเข้าลับ (Secret Entrance)
หนึงในหินสีขาวด้านบนของเนินดินทำหน้าที่เป็นตัวปิดทางเข้าที่ฝังอยู่กับพื้นดิน ตัวละครที่ค้นหาด้านบนเนินสามารถค้นพบช่องเปิดใต้ฐานของก้อนหินได้โดยทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10 และโดยผูกเชือกเข้ากับด้านบนของก้อนหิน ตัวละครสามารถล้มก้อนหินลงได้โดยทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ พละกำลัง (Athletics) DC 19 คาถา เคาะสะเดาะกุญแจ (knock) ก็สามารถทำให้หินล้มออกไปได้ ช่องเปิดใต้ก้อนหินจะเผยให้เห็นบันไดวนขนาดกว้าง 2 ฟุต มีขั้นบันไดเป็นหินเรียบ ลงไปที่พื้นที่ D2 ลึกลงไป 30 ฟุต
D2. ดวงไฟวิญญาณ (Will-o’-Wisps)
ช่องทางเดินรอบบันไดวนจะมี ลูกไฟวิญญาณ (will-o’-wisps) 3 ดวงสิงสู่อยู่ ลูกไฟจะ ล่องหน จนกว่าพวกมันจะได้ยินผู้บุกรุกลงมาตามบันได โดยมันจะเรืองแสงออกมาและเคลื่อนที่ออกห่างไปทางที่มีหลุมกับดักอยู่ (พื้นที่ D3) โดยหวังจะให้ผู้บุกรุกตามพวกมันไปตกหลุมตาย ดวงไฟแต่ละดวงจะมีหลุมกับดักของพวกมันเองและจะโจมตีตัวละครใด ๆ ที่ตกลงไปในหลุม เมื่อฮิตพอยต์ของดวงไฟลดลงเหลือ 7 หรือน้อยกว่า มันจะ ล่องหน ในเทิร์นถัดไปของมัน และจะหนีไปซ่อนจนกว่าตัวละครจะออกจากสุสานไป
D3. หลุมกับดัก (Concealed Pit Traps)
หลุมกับดักจะกว้าง 5 ฟุต ลึก 10 ฟุต เป็นหลุมขุดลงไปในพื้นดิน มีดาบขึ้นสนิมฝังอยู่ที่พื้นในแต่ละหลุม ฝาด้านบนเป็นไม้ผุเปื่อยซ่อนอยู่ใต้ผิวดินบาง ๆ สิ่งมีชีวิตที่ใช้ไม้ยาว (pole) หรือเครื่องมือที่คล้ายกันลองเคาะสำรวจไปตามพื้นเพื่อหากับดักจะพบได้โดยทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10
สิ่งมีชีวิตใดที่เหยียบลงบนกับฝาหลุมจะตกลงไปด้านล่าง ได้รับความเสียหายจากการกระแทก (bludgeoning) 1d6 และถูกแทงด้วยดาบ 1d4 เล่ม แต่ละเล่มจะสร้างความเสียหายแบบแทง (piercing) 1d6
D4. โครงกระดูกอันน่าประหลาดใจ (Skeletal Surprise)
กองกระดูกและอานม้าเปื่อยเป็นของม้าของท่านหญิงอลากอนดาร์กองอยู่ในโถงของถ้ำนี้ เมื่อมีสิ่งมีชีวิตเข้าใกล้กองกระดูกในระยะ 5 ฟุต กระดูกจะเคลื่อนไหวและประกอบเข้าด้วยกันและยืนขึ้นเป็นม้าโครงกระดูก ม้าขี่นี้ใช้สแต็ทบล็อคของ ม้าขี่ (riding horse) เว้นแต่ว่ามันเป็นอันเดด มันจะผูกพันกับสิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่ต้องการจะขี่มัน
D5. อุโมงค์แคบ (Narrow Tunnel)
อุโมงค์แคบนี้กว้างเพียง 2 ฟุต เมื่อเข้าไปได้ครึ่งทางจะมีแผ่นตรวจจับน้ำหนักขนาด 5 ฟุต ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นดินหนา 2 นิ้ว สิ่งมีชีวิตที่เคาะสำรวจก่อนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยไม้ยาว (pole) หรือเครื่องมือที่คล้ายกันสามารถตรวจจับแผ่นตรวจจับน้ำหนักนี้ได้โดยการทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10 ตัวละครแรกที่เหยียบลงบนแผ่นตรวจน้ำหนักจะทำให้ผนังอุโมงค์ถล่มลงมาจากปากทางเข้ามา ฝังสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ภายในอุโมงค์จะถูกผัง สิ่งมีชีวิตที่ถูกฝังจะติดสภาวะ ตาบอด (blinded) และ ถูกจับมัด (restrained) ได้รับ การกำบังเต็ม (total cover) ต่อการโจมตี และจะเริ่มขาดอากาศหายใจ (suffocate) เมื่ออากาศหมด (ดู “การขาดอากาศหายใจ (Suffocation)” ใน กฏพื้นฐาน) มีเพียงสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ติดอยู่ในอุโมงค์ที่จะสามารถช่วยขุดดินที่ถล่มลงมาได้ โดยใช้แอ็คชันในการขุดเปิดช่องในบริเวณใกล้เคียงขนาดลึก 5 ฟุต จะทำให้สิ่งมีชีวิตในพื้นที่นั้นไม่ถูกฝังอีกต่อไป
D6. สุสานหลอก (False Tomb)
มีโลงหินสองโลงบรรจุอยู่ในช่องขุดในผนังด้านทิศใต้ของโถงนี้ โลงหินแต่ละโลงจะปล่อยไอฝุ่นมีฤทธิ์กัดกร่อนออกมาเมื่อเปิดฝาออก ฝุ่นจะฟุ้งไปทั่วบริเวณ 10 ฟุต x 10 ฟุต เต็มบริเวณด้านเหนือของโลงศพ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่นต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 15 ได้รับความเสียหายจากกรด 14 (4d6) หากทอยป้องกันไม่ผ่าน และครึ่งเดียวหากทอยผ่าน ไอฝุ่นพิษจะหายไปหลังจากนั้น ในโลงไม่มีสิ่งใดมีค่า
D7. โลงหินของนักผจญภัย (Adventurers’ Sepulcher)
โลงหิน 4 โลงบรรจุในช่องขุดที่ผนังมีโครงกระดูกขึ้นราของเหล่านักผจญภัย (บาร์ด, เคลริก, ไฟท์เตอร์ และวิซาร์ด) ผู้ที่เสียชีวิตไปในการต่อสู้กับอาสดรากา (Azdraka)
สมบัติ โลงทางตะวันตกเฉียงเหนือมีร่างของบาร์ด ผู้ที่ถูกฝังพร้อมกับ ลูทมายา (lute of illusions) และในโลงของวิซาร์ดทางตะวันออกเฉียงใต้มี สร้อยคอแห่งคาถาลูกเพลิงโลกันต์ (necklace of fireballs)
D8. ดาบฆ่ามังกร (Dragon Slayer)
โลงหินสองโลงในช่องขุดที่ผนังมีโครงกระดูกขึ้นราและเกราะขึ้นสนิมของ ทานาเมีย อลากอนดาร์ และผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ของเธอ แต่ไม่มีของมีค่าอะไร พื้นที่ทางเหนือของโลงหินมีโครงกระดูกของอาสดรากา มังกรขนาดมหึมา (Huge) ฝังอยู่ในผนังถ้ำ กะโหลกของมังกรวางอยู่บนพื้นและมีดาบยาวปักอยู่
สมบัติ ดาบนี้คือ ดาบฆ่ามังกร (dragon slayer) เป็นของท่านหญิงอลากอนดาร์ ถ้าดาบถูกดึงออก นักล่าล่องหน (invisible stalker) จะปรากฏตัวขึ้นและโจมตีทุกคนที่อยู่ในพื้นที่จนกว่าดาบจะถูกเสียบกลับที่เดิม หรือจนกว่าผู้พิทักษ์จะถูกทำลาย
