บาร์บาเรียน (Barbarian)

มนุษย์ชาวเผ่าสูงใหญ่เดินฝ่าพายุหิมะ ร่างคลุมด้วยขนสัตว์และแบกขวานของเขา เขาหัวเราะเสียงดังในขณะที่พุ่งเข้าปะทะกับยักษ์น้ำแข็งที่กล้ามายุ่มย่ามกับฝูงกวางเอลค์สมบัติของเผ่า
ฮาล์ฟออร์คคำรามใส่คู่ต่อสู้คนล่าสุดที่กล้ามาท้าชิงอำนาจในเผ่าของเธอ พร้อมเต็มที่ที่จะหักคอมันด้วยมือเปล่าเหมือนกับที่ 6 คนที่แล้วโดนไป
ด้วยความเมามันน้ำลายแตกฟอง ดวอร์ฟฟาดหมวกเหล็กของเขาเข้าที่หน้าของศัตรูชาวดราว และหันไปพุ่งศอกใส่เข้าท้องของอีกคนอย่างจัง
คนเถื่อนเหล่านี้ แม้แตกต่างกันตามแต่จะเป็น ก็เหมือนกันที่ความคลั่งของพวกเขา: ไร้การควบคุม ความโกรธที่ยากจะดับ และความเดือดดาลไร้การควบคุม มันมากกว่าแค่อารมณ์ ความโกรธของพวกเขาเป็นดั่งความดุร้ายของสัตว์นักล่าที่จนมุม เป็นความรุนแรงเหมือนพายุ ถาโถมดั่งคลื่นทะเลคลั่ง
กับบางคน ความคลั่งเกิดจากการเชื่อมต่อกับวิญญาณสัตว์ร้าย และบางคนดึงพลังมาจากความโกรธแค้นต่อโลกที่มีแต่ความเจ็บปวด สำหรับบาบาเรียนทุกคน โทสะคลั่ง (rage) เป็นพลังที่เป็นเชื้อไฟไม่ใช่แค่ความรุนแรงในการต่อสู้แต่ยังใช้ในการตอบสนอง ความอดทน และเพิ่มความแข็งแกร่ง
สัญชาตญาณสัตว์ป่า
คนทั่วไปที่อาศัยในหมู่บ้านและในเมืองมีความทรนงในวิถีการสร้างบ้านแปงเมือง เหมือนจะเป็นการตัดขาดจากธรรมชาติรอบนอกให้เห็นว่าตนอยู่เหนือกว่า แต่สำหรับคนเถื่อนบาบาเรียนแล้ววิถีชีวิตเช่นนั้นกลับไม่มีคุณค่าใด ๆ หากแต่เป็นเครื่องหมายของความอ่อนแอ ผู้เข้มแข็งจะโอบรับธรรมชาติและน้อมรับสัญชาตญาณดั้งเดิม ร่างกายที่แข็งแรงดุจสัตว์ป่าและความดุร้ายเดือดดาล บาบาเรียนจะรู้สึกไม่ชอบเมื่อต้องอยู่หลังกำแพงหรือในหมู่ชน พวกเขารักอิสระในพงไพรบ้านเกิด พื้นที่หนาวเหน็บทางเหนือ ในป่าลึก หรือทุ่งหญ้าที่ชาวเผ่าของพวกเขาจะอาศัยอยู่และล่าสัตว์ได้
บาบาเรียนจะมีชีวิตชีวาเมื่ออยู่ท่ามกลางสงครามการต่อสู้ พวกเขาสามารถเข้าสถานะบ้าคลั่งเมื่อความคลั่งเข้าครอบงำ ทำให้พวกเขามีพลังและความทนทานเหนือมนุษย์ บาบาเรียนจะสามารถดึงเอาพลังความคลุ้มคลั่งออกมาใช้ได้ไม่กี่ครั้งเท่านั้นหากไม่ได้พัก แต่แค่ไม่กี่ครั้งก็มักจะเพียงพอในการจัดการภัยอันตรายที่ต้องต่อสู้ด้วย
ชีวิตอันตราย
บาบาเรียนจะเป็นกำลังหลักในการปกป้องผู้คนของพวกเขาและเป็นผู้นำในช่วงเวลาที่มีสงคราม ชีวิตในดินแดนเถื่อนในโลกนี้เต็มไปด้วยตัวปัญหามากมาย ศัตรูของเผ่า อากาศที่โหดร้าย และมอนสเตอร์ที่น่ากลัว บาบาเรียนจะเป็นด่านหน้าเข้าต่อสู้กับอันตรายเสมอเพื่อไม่ให้ผู้คนของพวกเขาต้องเผชิญกับมัน
ความกล้าหาญในการเผชิญกับอันตรายทำให้บาบาเรียนเหมาะกับการออกผจญภัย การเร่ร่อนมักจะเป็นวิถีชีวิตของเผ่าของพวกเขาอยู่แล้ว และชีวิตที่ไร้สิ่งยึดติดของนักผจญภัยก็เหมาะกับบาบาเรียนเป็นอย่างมาก บาบาเรียนบางคนไม่ได้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนในเผ่านัก แต่ก็มักจะพบว่ามันชดเชยได้จากสายสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมคณะผจญภัย
การสร้างบาบาเรียน
ในการสร้างตัวละครบาบาเรียน ให้นึกถึงว่าตัวละครของคุณมาจากที่ไหนหรือเกิดที่ไหนในโลก ลองปรึกษา DM เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมของบาบาเรียนของคุณ มาจากดินแดนห่างไกลเลยทำให้เป็นคนต่างถิ่นในพื้นที่การผจญภัยหรือไม่ หรือแคมเปญที่จะเล่นมีพื้นที่อยู่ในบริเวณที่รกร้างที่มีบาบาเรียนอยู่กันเป็นปกติ
อะไรที่นำให้คุณมาใช้ชีวิตเป็นนักผจญภัย คุณถูกล่อหลอกด้วยเงินทองความร่ำรวย? คุณเข้าร่วมกับกองกำลังเพื่อต่อต้านภัยอันตรายในพื้นที่ร่วมกันหรือ? มีมอนสเตอร์หรือกลุ่มสัตว์ประหลาดมารุกรานดินแดนบ้านเกิด จึงทำให้กลายเป็นผู้ลี้ภัย? หรือบางทีคุณอาจจะเป็นนักโทษสงคราม โดนจับล่ามมาจนถึงดินแดนนี้และสามารถหลุดรอดมาได้ หรือคุณอาจจะถูกเนรเทศโดยคนในเผ่าเพราะความผิดที่ทำลงไป ข้อห้ามที่คุณละเมิด หรือการกบฏที่ทำให้คุณหลุดจากตำแหน่งอำนาจที่เคยมี
การสร้างอย่างไว
คุณสามารถสร้างบาบาเรียนได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้คำแนะนำดังนี้ อย่างแรก ให้ใส่ค่าคะแนนความสามารถที่มากที่สุดในความแข็งแกร่ง (Strength) ตามด้วยค่าความอดทน (Constitution) อย่างที่สอง ให้เลือกภูมิหลังเป็น “คนต่างถิ่น” (outlander background)
ตารางความสามารถบาร์บาเรียน
ความสามารถของคลาส (Class Features)
เมื่อเป็นบาบาเรียน คุณจะได้รับความสามารถประจำคลาสดังนี้
ฮิตพอยต์
ฮิทไดซ์: 1d12 ต่อเลเวลของบาบาเรียน
ฮิตพอยต์ที่เลเวล 1: 12 + ค่าโมดิไฟเออร์ของคะแนนความอดทน (Constitution modifier)
ฮิตพอยต์เมื่อเลเวลสูงขึ้น: 1d12 (หรือ 7) + ค่าโมดิไฟเออร์ของคะแนนความอดทน (Constitution modifier) ต่อเลเวลของบาบาเรียนหลังเลเวล 1
*เช่น เมื่อเลเวลขึ้นเป็น 2 ทอย 1d12 ได้ 8 + 3 (ค่าโมดิไฟเออร์ของคะแนนความอดทน) = 11 ให้เพิ่มฮิตพอยต์เป็น 12 + 11 = 23 เป็นต้น
ความชำนาญ (Proficiencies)
เกราะ: เกราะเบา (light armor), เกราะกลาง (medium armor), โล่ (shields)
อาวุธ: อาวุธอย่างง่าย (simple weapons), อาวุธประชิดตัว (martial weapons)
เครื่องมือ: ไม่มี
ทอยป้องกัน: ความแข็งแกร่ง (Strength), ความอดทน (Constitution)
ทักษะ: เลือก 2 ทักษะจาก การจัดการสัตว์ (Animal Handling), พละกำลัง (Athletics), การข่มขู่ (Intimidation), การรู้ธรรมชาติ (Nature), การรับรู้ (Perception), และ การเอาตัวรอด (Survival)
อุปกรณ์ (Equipment)
คุณจะเริ่มเกมด้วยอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้รับจากภูมิหลัง
- ขวานใหญ่ (greataxe) หรือ อาวุธประชิดตัว (martial melee weapon) ใด ๆ หนึ่งชิ้น
- ขวานมือ (handaxe) 2 เล่ม หรือ อาวุธเบื้องต้น (simple weapon)
- ชุดของใช้นักสำรวจ (explorer’s pack) และหอกซัด (javelin) 4 เล่ม
โทสะคลั่ง (Rage)
ในการต่อสู้ คุณจะต่อสู้ด้วยความดุร้ายแบบสัตว์ป่า ในเทิร์นของคุณ คุณสามารถเข้าสู่สภาพวะโทสะคลั่งโดยใช้โบนัสแอ็คชัน
ในขณะใช้โทสะคลั่ง คุณจะได้รับผลประโยชน์หากไม่ได้สวมใส่เกราะหนักดังนี้:
- คุณจะได้ทอยเช็คความสามารถและทอยป้องกันด้านความแข็งแกร่งแบบได้เปรียบ
- คุณจะได้รับโบนัสต่อการทอยความเสียหาย เมื่อโจมตีด้วยอาวุธประชิดตัวโดยใช้คะแนนความแข็งแกร่ง (Strength) โดยโบนัสจะเพิ่มขึ้นตามเลเวลของบาบาเรียน ดังที่ระบุในคอลัมน์ “ความเสียหายจากโทสะคลั่ง (Rage Damage)” ในตารางบาบาเรียน
- คุณจะมีความต้านทาน (Resistance) ต่อความเสียหายแบบกระแทก (Bludgeoning) ของมีคม (Slashing) และแทง (Piercing)
ถ้าคุณสามารถใช้คาถาได้ คุณจะร่ายคาถาไม่ได้หรือไม่สามารถเพ่งสมาธิได้ในขณะคลุ้มคลั่ง
โทสะคลั่งของคุณจะคงอยู่ 1 นาที (10 ราวนด์) จะจบเร็วกว่านั้นหากคุณถูกน็อคจนสลบ (unconscious) หรือถ้าคุณจบเทิร์นและคุณไม่ได้โจมตีใครตั้งแต่เทิร์นที่แล้วหรือไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ คุณสามารถจะจบโทสะคลั่งได้โดยใช้โบนัสแอ็คชัน
เมื่อคุณใช้โทสะคลั่งไปเป็นจำนวนที่มีระบุในแต่ละเลเวลในคอลัมน์ “จำนวนครั้งของโทสะคลั่ง (Rages)” แล้ว คุณต้องได้รับการพักผ่อนยาว (Long Rest) ก่อนถึงจะกลับมาใช้ได้อีก
โจมตีแบบสุดตัว (Reckless Attack)
เริ่มที่เลเวล 2 คุณสามารถเลิกคิดเกี่ยวกับการป้องกันแล้วทุ่มสุดตัวไปกับการโจมตีได้ เมื่อคุณทำการโจมตีครั้งแรกในเทิร์นของคุณ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะโจมตีแบบทุ่มสุดตัว โดยคุณจะได้ทอยโจมตีแบบได้เปรียบโดยใช้อาวุธประชิดตัวโดยใช้คะแนนความแข็งแกร่ง (Strength) ในเทิร์นนี้ แต่การทอยโจมตีที่จะโจมตีคุณจะเป็นการทอยแบบได้เปรียบจนกว่าจะถึงเทิร์นถัดไปของคุณ
สัมผัสถึงอันตราย (Danger Sense)
เริ่มที่เลเวล 2 คุณจะมีสัมผัสเฉียบคมถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวที่ไม่น่าจะอยู่ตรงนั้น ทำให้คุณสามารถหลบหลีกจากอันตรายได้อย่างฉิวเฉียด
คุณจะได้ทอยป้องกันด้วยคะแนนความคล่องแคล่ว (Dexterity saving throws) แบบได้เปรียบ เมื่อคุณต้องเจอกับกับดักและคาถา แต่ในการได้ผลประโยชน์นี้คคุณต้องไม่อยู่ในสถานะมืดบอด (blinded) หูหนวก (deafened) หรือไร้ความสามารถ (incapacitated)
วิถีพลังดึกดำบรรพ์ (Primal Path)
เมื่อถึงเลเวล 3 คุณจะได้เลือกวิถีที่จะระบุธรรมชาติของความคลุ้มคลั่งของคุณ เลือก “วิถีแห่งนักรบคลั่ง” หรือ “วิถีนักรบโทเทม” ทั้งสองมีรายละเอียดอยู่ด้านล่าง สิ่งที่เลือกจะให้ความสามารถเพิ่มเมื่อเลเวล 3 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 6, 10 และ 14
เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement)
เมื่อถึงเลเวล 4 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 8, 12, 16 และ 19 คุณจะสามารถเพิ่มคะแนนความสามารถตามที่คุณเลือกได้ 2 คะแนน หรืออาจจะเลือกเพิ่มความสามารถ 2 อย่าง อย่างละ 1 คะแนนก็ได้ โดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถเพิ่มคะแนนความสามารถใด ๆ ได้เกิน 20 เมื่อใช้ฟีเจอร์นี้
โจมตีเพิ่มพิเศษ (Extra Attack)
เริ่มที่เลเวล 5 คุณสามารถโจมตีได้ 2 ครั้งแทนที่จะเป็นครั้งเดียวในการใช้แอ็คชันโจมตี ในเทิร์นของคุณ
เคลื่อนที่รวดเร็ว (Fast Movement)
เริ่มที่เลเวล 5 ความเร็วของคุณจะเพิ่มขึ้น 10 ฟุต เมื่อคุณไม่ได้สวมใส่เกราะหนัก
สัญขาตญาณสัตว์ป่า (Feral Instinct)
เมื่อเลเวล 7 สัญชาตญาณของคุณจะเฉียบคมมากทำให้คุณได้ทอยจัดลำดับต่อสู้แบบได้เปรียบ (initiative roll)
ยิ่งกว่านั้น ถ้าคุณตกใจในช่วงเริ่มต้นการต่อสู้และไม่ติดสถานะไร้ความสามารถ (incapacitated) คุณสามารถทำเป็นปกติได้ในเทิร์นแรกของคุณเพียงแต่คุณต้องเข้าสถานะคลุ้มคลั่งก่อนที่จะทำอะไรในเทิร์นนั้น
ถล่มภูผา (Brutal Critical)
เริ่มที่เลเวล 9 คุณสามารถเพิ่มลูกเต๋าอีก 1 ลูกในการทอยความเสียหายเมื่อต้องทอยเวลาได้โจมตีแบบคริติคัลในการโจมตีประชิดตัว
คุณจะเพิ่มได้ 2 ลูกเมื่อเลเวล 13 และ 3 ลูกเมื่อเลเวล 17
โทสะคลั่งทรหด (Relentless Rage)
เริ่มที่เลเวล 11 โทสะคลั่งของคุณจะทำให้คุณยังต่อสู้ต่อไปได้แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง ถ้าคุณเลือดลดจนเป็น 0 ในขณะที่อยู่ในสภาวะโทสะคลั่งและไม่ได้ตายในทันที คุณสามารถทอยป้องกันด้วยความอดทน (CON saving) ระดับความยาก (DC) 10 ถ้าทอยผ่านเลือดคุณจะเป็น 1
ในแต่ละครั้งที่คุณใช้ความสามารถนี้หลังจากใช้ไปแล้วครั้งแรก DC จะเพิ่มขึ้นทีละ 5 เมื่อคุณพักแบบสั้นหรือแบบยาวเสร็จ DC จะกลับมาเป็น 10
โทสะคลั่งไร้ประมาณ (Persistent Rage)
เริ่มที่เลเวล 15 ความคุ้มคลั่งของคุณมันรุนแรงจนมันจะจบได้ก็ต่อเมื่อคุณสลบหรือคุณเลือกจากจบเท่านั้น
พลังไร้พ่าย (Indomitable Might)
เริ่มที่เลเวล 18 ถ้าผลจากการทอยทดสอบความแข็งแกร่งออกมาได้ค่าน้อยกว่าคะแนนความแข็งแกร่งของคุณ คุณสามารถใช้คะแนนความแข็งแกร่งแทนได้เลย
แชมเปียนแห่งสัตว์ป่า (Primal Champion)
เมื่อเลเวล 20 คุณสวมวิญญาณสัตว์ป่า คะแนนความแข็งแกร่ง (STR) และความอดทน (CON) ของคุณจะเพิ่มขึ้นอีก 4 ค่าสูงสุดของคะแนนทั้งสองจะเป็น 24
ความสามารถทางเลือกประจำคลาส (Optional Class Features)
ความรู้ดึกดำบรรพ์ (Primal Knowledge)
ความสามารถประจำคลาสบาบาเรียน เลเวล 3
เมื่อคุณถึงเลเวล 3 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 10 คุณจะได้รับความชำนาญในทักษะหนึ่งอย่างที่คุณเลือกจากรายการทักษะที่บาบาเรียนสามารถเลือกได้ในเลเวล 1
กระโจนตามสัญชาตญาณ (Instinctive Pounce)
ความสามารถประจำคลาสบาบาเรียน เลเวล 7
ในส่วนหนึ่งของโบนัสแอ็คชัน (Bonus Action) ที่คุณใช้เพื่อเข้าสู่โทสะคลั่ง (Rage) คุณสามารถเคลื่อนที่ได้สูงสุดเท่ากับครึ่งหนึ่งของความเร็วของคุณ
ความรู้ดึกดำบรรพ์ (Primal Knowledge)
ความสามารถประจำคลาสบาบาเรียน เลเวล 10
เมื่อคุณถึงเลเวล 3 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 10 คุณจะได้รับความชำนาญในทักษะหนึ่งอย่างที่คุณเลือกจากรายการทักษะที่บาบาเรียนสามารถเลือกได้ในเลเวล 1
วิถีพลังดึกดำบรรพ์ (Primal Paths)
ความคลุ้มคลั่งลุกโชนอยู่ในหัวใจของบาบาเรียนทุกคน เป็นเตาหลอมที่ผลักดันให้เขาหรือเธอมุ่งไปข้างหน้า ต่างคนต่างมีแหล่งกำเนิดโทสะคลั่งต่างกันไป อย่างไรก็ตาม บางคนมันออกมาจากข้างในจากความเจ็บปวด ความคับแค้นและความโกรธที่หล่อหลอมให้ความเดือดดาลแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า บางคนก็มองว่าเป็นพรจากวิญญาณ เป็นของขวัญจากเหล่าสรรพสัตว์
วิถีแห่งผู้พิทักษ์บรรพชน (Path of the Ancestral Guardian)
Xanathar’s Guide to Everything
บาร์บาเรียนบางคนมาจากวัฒนธรรมที่เคารพบูชาบรรพชน ชนเผ่าเหล่านี้สั่งสอนว่านักรบในอดีตยังคงสถิตอยู่ในโลกในฐานะวิญญาณอันทรงพลัง ผู้คอยนำทางและปกป้องผู้มีชีวิต เมื่อบาร์บาเรียนผู้ดำเนินตามวิถีนี้เข้าสู่โทสะคลั่ง (Rage) เขาจะเชื่อมต่อกับโลกแห่งวิญญาณและร้องขอความช่วยเหลือจากวิญญาณผู้พิทักษ์เหล่านี้
บาร์บาเรียนผู้ดึงพลังจากผู้พิทักษ์บรรพชนจะสามารถต่อสู้เพื่อปกป้องชนเผ่าและพันธมิตรของตนได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อกระชับสายสัมพันธ์กับผู้พิทักษ์บรรพชน บาร์บาเรียนผู้ดำเนินตามวิถีนี้จะสักลวดลายอันวิจิตรประณีตตามร่างกายเพื่อเชิดชูเกียรติยศการศึกของบรรพชน รอยสักเหล่านี้บอกเล่ามหากาพย์แห่งชัยชนะเหนือมอนสเตอร์ร้ายและคู่ปรับอันน่าสะพรึงกลัวอื่น ๆ
ความสามารถประจำวิถีแห่งผู้พิทักษ์บรรพชน (Path of the Ancestral Guardian Features)
| เลเวลบาร์บาเรียน | ความสามารถ |
|---|---|
| เลเวล 3 | ผู้ปกป้องแห่งบรรพชน (Ancestral Protectors) |
| เลเวล 6 | โล่วิญญาณ (Spirit Shield) (2d6) |
| เลเวล 10 | สื่อสารกับวิญญาณ (Consult the Spirits), โล่วิญญาณ (Spirit Shield) (3d6) |
| เลเวล 14 | บรรพชนผู้ทวงแค้น (Vengeful Ancestors), โล่วิญญาณ (Spirit Shield) (4d6) |
ผู้ปกป้องแห่งบรรพชน (Ancestral Protectors)
เริ่มต้นเมื่อคุณเลือกวิถีนี้ในเลเวล 3 นักรบวิญญาณจะปรากฏกายขึ้นเมื่อคุณเข้าสู่โทสะคลั่ง (Rage) ในขณะที่คุณอยู่ในโทสะคลั่ง สิ่งมีชีวิตแรกที่คุณโจมตีโดนในเทิร์นของคุณจะตกเป็นเป้าหมายของเหล่านักรบวิญญาณ ซึ่งพวกมันจะคอยเข้าขัดขวางการโจมตีของเป้าหมายนั้น จนกว่าจะเริ่มเทิร์นถัดไปของคุณ เป้าหมายดังกล่าวจะ ทอยแบบเสียเปรียบ (Disadvantage) ใน การทอยโจมตี (Attack Roll) ใด ๆ ที่ไม่ได้เล็งเป้ามาที่คุณ และเมื่อเป้าหมายนั้นโจมตีโดนสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่คุณ สิ่งมีชีวิตนั้นจะมี ความต้านทาน (Resistance) ต่อความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีนั้น ผลลัพธ์ที่มีต่อเป้าหมายจะสิ้นสุดลงก่อนกำหนดหากโทสะคลั่งของคุณจบลง
โล่วิญญาณ (Spirit Shield)
เริ่มต้นที่เลเวล 6 วิญญาณผู้พิทักษ์ที่คอยช่วยเหลือคุณจะสามารถมอบการปกป้องอันทรงพลังเหนือธรรมชาติให้แก่เพื่อนพ้องที่คุณปกป้อง หากคุณอยู่ในโทสะคลั่ง (Rage) และสิ่งมีชีวิตอื่นที่คุณมองเห็นได้ในระยะ 30 ฟุตได้รับความเสียหาย คุณสามารถใช้รีแอ็คชัน (Reaction) ของคุณเพื่อลดความเสียหายนั้นลง 2d6
เมื่อคุณมีเลเวลสูงขึ้นในคลาสนี้ คุณจะสามารถลดความเสียหายได้มากขึ้น: เป็น 3d6 ที่เลเวล 10 และเป็น 4d6 ที่เลเวล 14
สื่อสารกับวิญญาณ (Consult the Spirits)
ที่เลเวล 10 คุณจะได้รับความสามารถในการหารือกับวิญญาณบรรพชนของคุณ เมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณจะร่ายคาถา พิธีพยากรณ์ (Augury) หรือ หูทิพย์ตาทิพย์ (Clairvoyance) โดยไม่ต้องใช้ช่องสะกดคาถา (spell slot) หรือวัตถุประกอบคาถาใด ๆ การใช้คาถา หูทิพย์ตาทิพย์ (Clairvoyance) ในลักษณะนี้จะอัญเชิญวิญญาณบรรพชนของคุณตนหนึ่งไปยังตำแหน่งที่เลือกโดยไม่มีผู้ใดมองเห็น แทนที่จะสร้างเป็นตัวรับรู้ทรงกลม (spherical sensor) ขึ้นมา ทั้งนี้ ความรอบรู้ (Wisdom) คือความสามารถในการร่ายคาถาเหล่านี้ของคุณ
หลังจากที่คุณร่ายคาถาบทใดบทหนึ่งด้วยวิธีนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ได้อีกจนกว่าคุณจะพักผ่อนแบบสั้นหรือแบบยาวเสร็จสิ้น
บรรพชนผู้ทวงแค้น (Vengeful Ancestors)
ที่เลเวล 14 วิญญาณบรรพชนของคุณจะเติบโตจนทรงพลังพอที่จะทำการโต้ตอบกลับ เมื่อคุณใช้โล่วิญญาณ (Spirit Shield) เพื่อลดทอนความเสียหายจากการโจมตี ผู้โจมตีจะได้รับความเสียหายแบบพลังงาน (Force damage) เป็นจำนวนเท่ากับความเสียหายที่โล่วิญญาณของคุณป้องกันไว้ได้
วิถีแห่งนักรบคลั่งศึก (Path of the Battlerager)
Sword Coast Adventurer’s Guide
นักรบคลั่งศึก (Battlerager) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม คูลด์ยาร์ก (Kuldjargh) (แปลตรงตัวว่า “คนเขลาขวาน”) ในภาษาคนแคระ คือเหล่าคนแคระผู้ศรัทธาในทวยเทพแห่งสงครามและเลือกเดินตามวิถีแห่งนักรบคลั่งศึก (Path of the Battlerager) พวกเขาเชี่ยวชาญการสวมเกราะติดหนามขนาดใหญ่เทอะทะและโถมตัวเข้าสู่การต่อสู้ เข้าจู่โจมด้วยร่างกายของตนเอง และปล่อยใจไปกับความบ้าคลั่งของการรบ
ข้อจำกัด: เฉพาะคนแคระเท่านั้น
เฉพาะคนแคระเท่านั้นที่สามารถดำเนินตามวิถีแห่งนักรบคลั่งศึกได้ เนื่องจากนักรบคลั่งศึกเป็นบทบาทเฉพาะทางในสังคมและวัฒนธรรมของคนแคระ
DM ของคุณสามารถยกเลิกข้อจำกัดนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแคมเปญได้ ข้อจำกัดนี้ตั้งขึ้นสำหรับแคมเปญในดินแดนฟอร์ก็อตเทนเรลมส์ (Forgotten Realms) แต่อาจไม่มีผลต่อโลกจำลองของ DM ของคุณ หรือฟอร์ก็อตเทนเรลมส์ในเวอร์ชันของ DM ของคุณเอง
เกราะนักรบคลั่งศึก (Battlerager Armor)
เมื่อคุณเลือกวิถีนี้ในเลเวล 3 คุณจะได้รับความสามารถในการใช้เกราะติดหนาม (ดูที่แถบข้อมูล “เกราะติดหนาม”) เป็นอาวุธได้
ในขณะที่คุณสวมใส่ เกราะติดหนาม (Spiked Armor) และอยู่ในโทสะคลั่ง (Rage) คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชัน (Bonus Action) เพื่อทำการโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิดหนึ่งครั้งด้วยหนามเกราะของคุณใส่เป้าหมายที่อยู่ในระยะ 5 ฟุตจากตัวคุณ หากการโจมตีโดน หนามเกราะจะสร้างความเสียหายแบบแทง (Piercing damage) 1d4 โดยคุณจะใช้ค่าโมดิไฟเออร์ความแข็งแกร่ง (Strength modifier) ในการทอยโจมตีและการทอยความเสียหาย
นอกจากนี้ เมื่อคุณใช้แอ็คชัน โจมตี (Attack) เพื่อทำการ คว้าจับ (Grapple) สิ่งมีชีวิต เป้าหมายจะได้รับความเสียหายแบบแทง (Piercing damage) 3 หน่วย หากคุณทอยตรวจสอบการจับยึด (Grapple check) สำเร็จ
เกราะติดหนาม (SPIKED ARMOR)
เกราะติดหนามเป็นเกราะระดับกลาง (Medium armor) ประเภทหายาก (rare) ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยคนแคระ ประกอบด้วยเสื้อโค้ทหนังและกางเกงเลกกิ้งที่ปกคลุมด้วยหนามซึ่งมักทำจากโลหะ
ราคา (Cost): 75 gp
ระดับการป้องกัน (AC): 14 + ค่าโมดิไฟเออร์ความคล่องแคล่ว (Dexterity modifier) (สูงสุด 2)
การลอบเร้น (Stealth): ทอยแบบเสียเปรียบ (Disadvantage)
น้ำหนัก (Weight): 45 ปอนด์ (lb.)
การสลัดความกังวล (Reckless Abandon)
เริ่มต้นที่เลเวล 6 เมื่อคุณใช้ความสามารถ โจมตีแบบสุดตัว (Reckless Attack) ในขณะที่อยู่ในโทสะคลั่ง (Rage) คุณจะได้รับ ฮิตพอยต์ชั่วคราว (Temporary Hit Points) เท่ากับค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution modifier) ของคุณ (ขั้นต่ำ 1 หน่วย) ซึ่งหากยังมีฮิตพอยต์ชั่วคราวเหลืออยู่เมื่อโทสะคลั่งของคุณสิ้นสุดลง ฮิตพอยต์เหล่านั้นจะมลายหายไปทันที
การพุ่งชนของนักรบคลั่งศึก (Battlerager Charge)
เริ่มต้นที่เลเวล 10 คุณสามารถใช้แอ็คชัน พุ่งตัว (Dash) เป็นโบนัสแอ็คชัน (Bonus Action) ได้ในขณะที่คุณอยู่ในโทสะคลั่ง (Rage)
หนามลงทัณฑ์ (Spiked Retribution)
เริ่มต้นที่เลเวล 14 เมื่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระยะ 5 ฟุตจากตัวคุณโจมตีโดนคุณด้วยการโจมตีระยะประชิด (Melee attack) ผู้โจมตีจะได้รับความเสียหายแบบแทง (Piercing damage) 3 หน่วย หากคุณกำลังอยู่ในโทสะคลั่ง (Rage) รวมถึงสวมใส่เกราะติดหนาม และไม่ได้อยู่ในสภาวะ ไร้ความสามารถ (Incapacitated)
วิถีแห่งสัตว์ร้าย (Path of the Beast)
หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)
บาบาเรียนผู้เดินบนวิถีแห่งสัตว์ร้ายดึงพลังโทสะคลั่งจากประกายแห่งสัตว์ป่าที่ลุกโชนอยู่ในดวงวิญญาณ เมื่อโทสะเข้าครอบงำ สัตว์ร้ายตนนั้นจะปะทุออกมาและเปลี่ยนแปลงร่างกายของบาบาเรียน
บาบาเรียนเช่นนี้อาจมีวิญญาณดึกดำบรรพ์สถิตอยู่ในร่าง หรือสืบเชื้อสายมาจากผู้แปลงกาย คุณสามารถเลือกต้นกำเนิดของพลังสัตว์ป่านี้เอง หรือทอยบนตารางต้นกำเนิดแห่งสัตว์ร้ายเพื่อกำหนดก็ได้
ต้นกำเนิดแห่งสัตว์ร้าย (Origin of the Beast)
| d4 | ต้นกำเนิด |
|---|---|
| 1 | บิดาหรือมารดาคนหนึ่งของคุณเป็นไลแคนโทรป และคุณได้รับคำสาปบางส่วนสืบทอดมา |
| 2 | คุณสืบเชื้อสายจากอาร์ชดรูอิดและได้รับพลังในการแปลงกายบางส่วนสืบทอดมา |
| 3 | วิญญาณเฟย์มอบพลังให้คุณแสดงลักษณะของสัตว์ร้ายได้หลากหลายรูปแบบ |
| 4 | วิญญาณสัตว์โบราณสถิตอยู่ในตัวคุณ ทำให้คุณเดินบนวิถีนี้ได้ |
ร่างแห่งสัตว์ร้าย (Form of the Beast)
ความสามารถวิถีแห่งสัตว์ร้ายเลเวล 3
เมื่อคุณเข้าสู่โทสะคลั่ง คุณสามารถแปลงกายเพื่อเผยพลังสัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใน จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด คุณจะสร้างอาวุธธรรมชาติขึ้นมา อาวุธนี้นับเป็นอาวุธประชิดอย่างง่ายสำหรับคุณ และเมื่อใช้มันโจมตี คุณจะเพิ่มค่าโมดิไฟเออร์ความแข็งแกร่งในการทอยโจมตีและทอยความเสียหายตามปกติ
ทุกครั้งที่เข้าสู่โทสะคลั่ง คุณเลือกหนึ่งรูปแบบของอาวุธดังต่อไปนี้:
กัด (Bite). ปากของคุณแปรเปลี่ยนเป็นปากยื่นของสัตว์ร้ายหรือกรามขนาดใหญ่ (คุณเลือก) เมื่อโจมตีโดนจะสร้างความเสียหายแบบแทง 1d8 หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณสร้างความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตด้วยการกัดนี้ คุณจะฟื้นฮิตพอยต์เท่ากับโบนัสความชำนาญของคุณ หากขณะโจมตีโดนคุณมีฮิตพอยต์เหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของฮิตพอยต์สูงสุด
กรงเล็บ (Claws). มือแต่ละข้างของคุณแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ ซึ่งคุณใช้เป็นอาวุธได้หากมือนั้นว่าง เมื่อโจมตีโดนจะสร้างความเสียหายแบบของมีคม 1d6 หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อใช้กรงเล็บโจมตีด้วยแอ็คชัน โจมตี (Attack) คุณสามารถโจมตีด้วยกรงเล็บเพิ่มอีกหนึ่งครั้งโดยเป็นส่วนหนึ่งของแอ็คชันเดียวกัน
หาง (Tail). คุณงอกหางติดหนามที่ใช้ฟาดได้ เมื่อโจมตีโดนจะสร้างความเสียหายแบบแทง 1d8 และมีคุณสมบัติ ระยะเอื้อม (Reach) หากสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นในระยะ 10 ฟุตโจมตีคุณโดนด้วยการทอยโจมตี คุณสามารถใช้รีแอ็คชันฟาดหางและทอย d8 เพื่อเพิ่มโบนัสให้ AC เท่ากับผลที่ทอยได้ ซึ่งอาจทำให้การโจมตีนั้นพลาด
วิญญาณสัตว์ร้าย (Bestial Soul)
ความสามารถวิถีแห่งสัตว์ร้ายเลเวล 6
พลังสัตว์ป่าในตัวคุณแข็งแกร่งขึ้น อาวุธธรรมชาติจากร่างแห่งสัตว์ร้ายของคุณจึงนับเป็นอาวุธเวทมนตร์เมื่อต้องเอาชนะความต้านทานและภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีและความเสียหายที่ไม่ใช่เวทมนตร์
นอกจากนี้ คุณยังปรับเปลี่ยนร่างกายให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ เมื่อจบการพักระยะสั้นหรือการพักระยะยาว ให้เลือกผลประโยชน์หนึ่งอย่างต่อไปนี้ ซึ่งจะคงอยู่จนกว่าคุณจะจบการพักระยะสั้นหรือการพักระยะยาวครั้งถัดไป:
ปีนป่าย (Climbing)
คุณมีความเร็วปีนป่ายเท่ากับความเร็วเดิน และปีนพื้นผิวที่ยากต่อการปีนได้โดยไม่ต้องทอยทดสอบความสามารถ รวมถึงห้อยตัวปีนบนเพดาน
กระโดด (Jumping)
เมื่อกระโดด คุณสามารถทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ พละกำลัง (Athletics) และเพิ่มระยะกระโดดเป็นจำนวนฟุตเท่ากับผลรวมของการทอย คุณทอยทดสอบพิเศษนี้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อเทิร์น
ว่ายน้ำ (Swimming)
คุณมีความเร็วว่ายน้ำเท่ากับความเร็วเดินและหายใจใต้น้ำได้
โทสะระบาด (Infectious Fury)
ความสามารถวิถีแห่งสัตว์ร้ายเลเวล 10
เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธธรรมชาติขณะอยู่ในโทสะคลั่ง สัตว์ร้ายในตัวคุณสามารถสาปเป้าหมายด้วยโทสะอันบ้าคลั่ง เป้าหมายต้องทอยป้องกันความรอบรู้ให้ผ่าน (DC เท่ากับ 8 + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทนของคุณ + โบนัสความชำนาญของคุณ) มิฉะนั้นจะได้รับผลอย่างหนึ่งต่อไปนี้ (คุณเลือก):
- เป้าหมายต้องใช้รีแอ็คชันโจมตีระยะประชิดใส่สิ่งมีชีวิตอื่นหนึ่งตัวที่คุณมองเห็นและเป็นผู้เลือก
- เป้าหมายได้รับความเสียหายแบบพลังจิต 2d12
คุณใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักระยะยาว
เรียกระดมล่า (Call the Hunt)
ความสามารถวิถีแห่งสัตว์ร้ายเลเวล 14
สัตว์ร้ายในตัวคุณทรงพลังขึ้นจนคุณแผ่ความดุร้ายของมันไปสู่ผู้อื่นได้ และยังได้รับความทรหดจากผู้ที่เข้าร่วมการล่ากับคุณ เมื่อเข้าสู่โทสะคลั่ง คุณสามารถเลือกสิ่งมีชีวิตอื่นที่เต็มใจและคุณมองเห็นในระยะ 30 ฟุตได้เป็นจำนวนเท่ากับค่าโมดิไฟเออร์ความอดทนของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งตัว) คุณได้รับฮิตพอยต์ชั่วคราว 5 หน่วยต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่ยอมรับความสามารถนี้ จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่เลือกสามารถใช้ผลประโยชน์ต่อไปนี้ได้หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของตน: เมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นทอยโจมตีโดนเป้าหมายและสร้างความเสียหาย มันสามารถทอย d6 และเพิ่มโบนัสให้ความเสียหายเท่ากับผลที่ทอยได้
คุณใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักระยะยาว
วิถีแห่งนักรบคลั่ง (Path of the Berserker)
ในบาบาเรียนบางคน ความคลุ้มคลั่งคือหนทางสู่จุดจบ - ซึ่งจุดจบคือความรุนแรง วิถีแห่งนักรบคลั่งเป็นเส้นทางแห่งโทสะคลั่งที่ไร้จุดจบ ฉาบไปด้วยเลือด เมื่อคุณเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งคุณจะตื่นเต้นกับความสับสนวุ่นวายในการต่อสู้ โดยไม่ใส่ใจชีวิตของตัวเอง
ความบ้าระห่ำ (Frenzy)
เริ่มต้นเมื่อคุณเลือกวิถีนี้เมื่อเลเวล 3 คุณสามารถเข้าสภาวะบ้าระห่ำเมื่อคุณใช้โทสะคลั่ง เมื่อคุณเข้าสภาวะนี้ ในช่วงที่คลุ้มคลั่ง คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในการโจมตีด้วยอาวุธประชิดตัวในแต่ละเทิร์นของคุณหลังจากเทิร์นนี้ เมื่อโทสะคลั่งจบลง คุณจะติดสภาวะ เหนื่อยล้า (exhaustion) 1 ระดับ
โทสะคลั่งไร้ใจ (Mindless Rage)
เริ่มที่เลเวล 6 คุณจะไม่ติดสถานะหลงใหล (charmed) หรือตื่นกลัว (frightened) เมื่ออยู่ในสภาวะโทสะคลั่ง ถ้าคุณติดสถานะหลงใหล (charmed) หรือตื่นกลัว (frightened) ก่อนเขาสภาวะโทสะคลั่ง ผลเหล่านั้นจะถูกหยุดไว้ในระหว่างใช้โทสะคลั่ง
การปรากฏตัวอย่างน่าเกรงขาม (Intimidating Presence)
เริ่มที่เลเวล 10 คุณสามารถใช้แอ็คชันในการทำให้ใครสักคนกลัวจากรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขามของคุณ เมื่อคุณทำดังนั้น เลือกสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่คุณสามารถมองเห็นได้ในระยะ 30 ฟุต ถ้าสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถมองเห็นหรือได้ยินคุณ มันต้องทอยป้องกันเสน่ห์ (Wisdom saving throw) ให้ผ่าน โดยระดับความยาก (DC) เท่ากับ 8 + โบนัสความชำนาญของคุณ + ค่าโมดิไฟเออร์คะแนนเสน่ห์ (Wisdom modifier) หรือต้องติดสภาวะตื่นกลัว (frightened) จนถึงสิ้นสุดเทิร์นต่อไปของคุณ ในเทิร์นต่อไป คุณสามารถใช้แอ็คชันในการยืดระยะเวลาของสภาวะตื่นกลัวออกไปได้จนถึงสิ้นสุดเทิร์นต่อไป ผลกระทบนี้จะจบลงหากสิ่งมีชีวิตจบเทิร์นของตนโดยออกจากเส้นทางการมองเห็นหรืออยู่ห่างจากคุณเกิน 60 ฟุต
ถ้าสิ่งมีชีวิตทอยป้องกันผ่าน คุณจะไม่สามารถใช้ความสามารถนี้กับสิ่งมีชีวิตนั้นได้อีกเป็นระยะเวลา 24 ชม.
ตอบโต้ทันควัน (Retaliation)
เริ่มที่เลเวล 14 เมื่อคุณได้รับความเสียหายจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระยะ 5 ฟุตของคุณ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันในการโจมตีกลับสิ่งมีชีวิตนั้นด้วยอาวุธประชิดตัว
วิถีแห่งผู้นำสารพายุ (Path of the Storm Herald)
คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)
บาบาเรียนทุกคนเก็บงำความเดือดดาลไว้ภายใน โทสะคลั่งมอบพละกำลัง ความทรหด และความรวดเร็วเหนือธรรมดาให้พวกเขา ส่วนบาบาเรียนผู้เดินบนวิถีแห่งผู้นำสารพายุเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนโทสะนั้นเป็นม่านเวทมนตร์ดึกดำบรรพ์ที่หมุนวนรอบกาย เมื่อความเดือดดาลปะทุ พวกเขาจะดึงพลังธรรมชาติมาสร้างผลทางเวทมนตร์อันทรงพลัง
ผู้นำสารพายุมักเป็นยอดนักรบผู้ฝึกฝนเคียงข้างดรูอิด เรนเจอร์ และผู้ที่สาบานตนว่าจะพิทักษ์ธรรมชาติ บ้างก็ขัดเกลาวิชาตามสำนักในดินแดนที่พายุโหมกระหน่ำ ณ เขตน้ำแข็งสุดขอบโลก หรือลึกเข้าไปในทะเลทรายอันร้อนระอุที่สุด
ความสามารถประจำวิถีแห่งผู้นำสารพายุ (Path of the Storm Herald Features)
| เลเวลบาบาเรียน | ความสามารถ |
|---|---|
| 3rd | ออร่าพายุ (Storm Aura) |
| 6th | วิญญาณพายุ (Storm Soul) |
| 10th | พายุคุ้มครอง (Shielding Storm) |
| 14th | พายุคลั่ง (Raging Storm) |
ออร่าพายุ (Storm Aura)
เริ่มต้นที่เลเวล 3 ขณะอยู่ในโทสะคลั่ง คุณจะแผ่ออร่าเวทมนตร์ดุจพายุออกไปจากตัว 10 ฟุตในทุกทิศทาง แต่ออร่านี้ไม่แผ่ทะลุการกำบังเต็ม
ออร่าของคุณจะเกิดผลเมื่อคุณเข้าสู่โทสะคลั่ง และในแต่ละเทิร์นของคุณ คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันเพื่อให้ผลนั้นทำงานอีกครั้งได้ เลือกทะเลทราย ทะเล หรือทุนดรา ผลของออร่าจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เลือกดังรายละเอียดด้านล่าง คุณเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เลือกได้ทุกครั้งที่ได้รับเลเวลในคลาสนี้
หากผลของออร่ากำหนดให้ทอยป้องกัน DC จะเท่ากับ 8 + โบนัสความชำนาญของคุณ + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทนของคุณ
ทะเลทราย (Desert)
เมื่อผลนี้ทำงาน สิ่งมีชีวิตอื่นทุกตัวในออร่าของคุณจะได้รับความเสียหายแบบไฟตัวละ 2 หน่วย ความเสียหายเพิ่มเป็น 3 หน่วยที่เลเวล 5, 4 หน่วยที่เลเวล 10, 5 หน่วยที่เลเวล 15 และ 6 หน่วยที่เลเวล 20 ในคลาสนี้
ทะเล (Sea)
เมื่อผลนี้ทำงาน คุณสามารถเลือกสิ่งมีชีวิตอื่นหนึ่งตัวที่มองเห็นในออร่าของคุณ เป้าหมายต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว หากทอยไม่ผ่านจะได้รับความเสียหายแบบสายฟ้า 1d6 หรือครึ่งหนึ่งหากทอยผ่าน ความเสียหายเพิ่มเป็น 2d6 ที่เลเวล 10, 3d6 ที่เลเวล 15 และ 4d6 ที่เลเวล 20 ในคลาสนี้
ทุนดรา (Tundra)
เมื่อผลนี้ทำงาน สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกในออร่าจะได้รับฮิตพอยต์ชั่วคราว 2 หน่วย ขณะที่วิญญาณน้ำแข็งช่วยให้พวกมันชินชาต่อความเจ็บปวด ฮิตพอยต์ชั่วคราวเพิ่มเป็น 3 หน่วยที่เลเวล 5, 4 หน่วยที่เลเวล 10, 5 หน่วยที่เลเวล 15 และ 6 หน่วยที่เลเวล 20 ในคลาสนี้
วิญญาณพายุ (Storm Soul)
ที่เลเวล 6 พายุมอบผลประโยชน์ให้คุณแม้ออร่าจะไม่ได้ทำงาน ผลประโยชน์จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คุณเลือกสำหรับออร่าพายุ
ทะเลทราย (Desert)
คุณมีความต้านทานต่อความเสียหายแบบไฟ และไม่ได้รับผลจากความร้อนจัดตามที่อธิบายไว้ใน คู่มือดันเจียนมาสเตอร์ (Dungeon Master’s Guide) นอกจากนี้ คุณสามารถใช้แอ็คชันสัมผัสวัตถุไวไฟที่ไม่มีผู้ใดสวมหรือถืออยู่เพื่อจุดไฟให้วัตถุนั้น
ทะเล (Sea)
คุณมีความต้านทานต่อความเสียหายแบบสายฟ้า หายใจใต้น้ำได้ และมีความเร็วว่ายน้ำ 30 ฟุต
ทุนดรา (Tundra)
คุณมีความต้านทานต่อความเสียหายแบบความเย็น และไม่ได้รับผลจากความหนาวจัดตามที่อธิบายไว้ใน คู่มือดันเจียนมาสเตอร์ (Dungeon Master’s Guide) นอกจากนี้ คุณสามารถใช้แอ็คชันสัมผัสน้ำและเปลี่ยนน้ำขนาด 5 ฟุตลูกบาศก์ให้กลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งจะละลายหลังผ่านไป 1 นาที แอ็คชันนี้ล้มเหลวหากมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในลูกบาศก์นั้น
พายุคุ้มครอง (Shielding Storm)
ที่เลเวล 10 คุณเรียนรู้ที่จะใช้ความเชี่ยวชาญเหนือพายุเพื่อปกป้องผู้อื่น ขณะที่อยู่ในออร่าพายุของคุณ สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกจะได้รับความต้านทานต่อความเสียหายชนิดเดียวกับที่คุณได้รับจากความสามารถวิญญาณพายุ
พายุคลั่ง (Raging Storm)
ที่เลเวล 14 พลังพายุที่คุณถ่ายทอดทวีความรุนแรงและโหมกระหน่ำใส่ศัตรู ผลที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คุณเลือกสำหรับออร่าพายุ
ทะเลทราย (Desert)
ทันทีหลังจากสิ่งมีชีวิตในออร่าโจมตีคุณโดน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันบังคับให้สิ่งมีชีวิตนั้นทอยป้องกันความคล่องแคล่ว หากทอยไม่ผ่าน มันจะได้รับความเสียหายแบบไฟเท่ากับครึ่งหนึ่งของเลเวลบาบาเรียนของคุณ
ทะเล (Sea)
เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตในออร่าโดน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันบังคับให้สิ่งมีชีวิตนั้นทอยป้องกันความแข็งแกร่ง หากทอยไม่ผ่าน มันจะติดสภาวะล้มคว่ำราวกับถูกคลื่นซัด
ทุนดรา (Tundra)
ทุกครั้งที่ผลของออร่าพายุทำงาน คุณสามารถเลือกสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่มองเห็นในออร่า สิ่งมีชีวิตนั้นต้องทอยป้องกันความแข็งแกร่งให้ผ่าน มิฉะนั้นความเร็วของมันจะลดเหลือ 0 จนถึงต้นเทิร์นถัดไปของคุณ ขณะที่น้ำแข็งเวทมนตร์เกาะคลุมร่าง
วิถีนักรบโทเทม (Path of the Totem Warrior)
PHB
วิถีแห่งนักรบโทเทมเป็นเส้นทางสายจิตวิญญาณ เมื่อบาบาเรียนได้รับเอาวิญญาณสรรพสัตว์มาเป็นผู้นำทาง ผู้ปกป้องและแรงบันดาลใจ ในการต่อสู้ สัญลักษณ์โทเทมวิญญาณจะมอบพลังเหนือมนุษย์ให้ เพิ่มพลังทางเวทย์มนต์ให้กับความคลุ้มคลั่งของคุณ
ในเผ่าของบาบาเรียน โทเทมสัตว์ถือเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของแต่ละเผ่า ดังนั้นหากใครมีโทเทมมากกว่าหนึ่งจะถือเป็นเรื่องแปลก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี
ผู้ตามหาวิญญาณ (Spirit Seeker)
เส้นทางของคุณคือการรวมผสานกับโลกของธรรมชาติ ทำให้คุณเป็นพวกพ้องกับเหล่าสัตว์ ที่เลเวล 3 เมื่อคุณเลือกวิถีนี้ คุณจะได้รับความสามารถในการใช้คาถา สัมผัสแห่งสัตว์ป่า bease sense และ คุยกับเหล่าสัตว์ speak with animals แต่จะทำได้โดยผ่านพิธีกรรมเท่านั้น มีอธิบายในบนที่ 10 “การใช้เวทย์มนต์คาถา”
โทเทมวิญญาณ (Totem Spirit)
ที่เลเวล 3 เมื่อคุณเลือกวิถีนี้ คุณจะได้เลือกโทเทมวิญญาณและได้รับความสามารถจากมัน คุณต้องสร้างหรือไปหาโทเทมที่เป็นวัตถุจริงให้ได้ก่อน เป็นเครืองรางหรือเครื่องประดับที่คล้ายกัน ที่มีส่วนประกอบเป็นขนสัตว์หรือขนนก, กรงเล็บ, เขี้ยว, หรือกระดูกของสัตว์ที่จะเป็นวิญญาณของโทเทม คุณสามารถเลือกได้ว่าคคุณจะได้รับผลทางกายภาพพิเศษเล็กน้อยจากการเชื่อมต่อกับโทเทมนี้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีโทเทมวิญญาณหมี คุณอาจจะมีขนดกหรือมีผิวหนังหนา หรือถ้าโทเทมเป็นนกอินทรี ดวงตาคุณจะมีสีเหลืองแวววาว
สัตว์โทเทมของคุณอาจจะเป็นสัตว์ที่มีในลิสด้านล่างแต่อาจจะเหมาะสมกว่าหากเป็นสัตว์จากพื้นที่บ้านเกิดของคุณ ตัวอย่างเช่นคุณอาจจะเลือกเป็นเหยี่ยวหรือนกแร้งแทนที่นกอินทรี
หมี เมื่อใช้โทสะคลั่ง คุณจะมีความต้านทาน (resistance) ต่อความเสียหายทั้งหมดยกเว้นความเสียหายทางจิต วิญญาณหมีทำให้คุณอึดถึกต่อความเสียหายทั้งมวล
นกอินทรี เมื่อคุณใช้โทสะคลั่ง สิ่งมีชีวิตอื่นจะต้องทอยแบบเสียเปรียบเมื่อจะทอยโจมตีคุณแบบสบโอกาส (opportunity attack) และคุณสามารถใช้แอ็คชัน แดช ด้วยโบนัสแอ็คชันในเทิร์นของคุณ วิญญาณของนกอินทรีทำให้คุณเป็นสัตว์นักล่าที่เคลื่อนที่อย่างพริ้วไหวในการโจมตีเหยื่อ
หมาป่า เมื่อใช้โทสะคลั่ง เพื่อนของคุณจะได้ทอยโจมตีประชิดตัวแบบได้เปรียบต่อศัตรูที่อยู่ในระยะ 5 ฟุตของคุณ วิญญาณหมาป่าทำให้คุณเป็นผู้นำในกลุ่มล่า
ภาพสะท้อนของสัตว์ป่า (Aspect of the Beast)
เมื่อเลเวล 6 คุณจะได้รับผลประโยชน์ทางเวทย์มนต์ตามโทเทมสัตว์ที่คุณเลือก คุณสามารถเลือกสัตว์ชนิดเดิมที่เลือกตั้งแต่เลเวล 3 หรือจะเปลี่ยนก็ได้
หมี คุณได้รับพลังของหมี น้ำหนักของที่คุณสามารถแบกได้จะเพิ่มเป็น 2 เท่า และคุณจะได้ทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (STR check) แบบได้เปรียบ (advantage) เมื่อต้องทดสอบการดัน ดึง ยก หรือทำลายข้าวของ
นกอินทรี คุณจะได้รับสายตาของนกอินทรี คุณสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะ 1 ไมล์ สามารถแยกแยะรายละเอียดเล็กน้อยได้เมื่อมองดูสิ่งที่อยู่ในระยะ 100 ฟุตจากตำแหน่งของคุณ ยิ่งกว่านั้น ภาวะแสงน้อย (dim light) จะไม่ทำให้เกิดความเสียเปรียบ (disadvantage) เมื่อคุณต้องทอยทดสอบทักษะการรับรู้ (Perception check)
หมาป่า คุณได้ประสาทสัมผัสในการล่าของหมาป่า คุณสามารถตามรอยสัตว์ในขณะเดินทางด้วยความเร็วสูง (fast pace) และคุณสามารถซ่อนตัว (stealth) ในขณะเดินทางด้วยความเร็วปกติ (ดูบทที่ 8 “การผจญภัย” สำหรับกฏในการเดินทาง)
ถอดจิต (Spirit Walker)
ที่เลเวล 10 คุณสามารถใช้คาถา “สื่อสารกับธรรมชาติ” (commune with nature) แต่ต้องใช้ผ่านพิธีกรรมเท่านั้น เมื่อคุณถอดจิต ร่างวิญญาณของสัตว์โทเทมที่คุณเลือกจะปรากฏตัวต่อหน้าคุณเพื่อตอบคำถามที่คุณสงสัย
การเชื่อมประสานกับโทเทม (Totemic Attunement)
ที่เลเวล 14 คุณจะได้รับผลพิเศษทางเวทย์มนต์จากโทเทมวิญญาณที่คุณเลือก คุณสามารถเลือกสัตว์ชนิดเดิมที่เลือกไว้หรือจะเปลี่ยนก็ได้
หมี เมื่อคุณใช้โทสะคลั่ง ศัตรูที่อยู่ในระยะ 5 ฟุตของคุณจะต้องทอยโจมตีแบบเสียเปรียบเมื่อโจมตีเป้าหมายอื่นนอกเหนือจากคุณหรือตัวละครอื่นที่มีความสามารถนี้ ศัตรูจะไม่ได้รับผลนี้ (immune) ถ้ามันไม่สามารถมองเห็นหรือได้ยินคุณหรือมันไม่สามารถจะถูกทำให้ตื่นกลัวได้
นกอินทรี เมื่อคุณใช้โทสะคลั่ง คุณสามารถจะบินได้ด้วยความเร็วเท่ากับการเดินปกติ ผลพิเศษนี้จะอยู่ได้ชั่วคราว คุณจะตกลงมาถ้าคุณจบเทิร์นเมื่ออยู่ในอากาศและไม่มีสิ่งใดทำให้คุณลอยอยู่ได้
หมาป่า เมื่อคุณใช้โทสะคลั่ง คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในเทิร์นของคุณในการน็อคสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ (Large) หรือที่ขนาดเล็กกว่า ให้นอนลงพื้น (prone) ได้ เมื่อคุณโจมตีมันด้วยอาวุธประชิดตัว
วิถีแห่งผู้ศรัทธาแรงกล้า (Path of the Zealot)
คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)
เทพบางองค์ดลใจให้สาวกโถมเข้าสู่สนามรบด้วยโทสะอันดุร้าย บาบาเรียนเหล่านี้คือผู้ศรัทธาแรงกล้า นักรบผู้ถ่ายทอดโทสะคลั่งออกมาเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์อันเกรียงไกร
เทพมากมายทั่วโลกต่าง ๆ ของ D&D ชักนำสาวกให้เลือกเดินบนวิถีนี้ ตัวอย่างสำคัญได้แก่เทมพัส (Tempus) แห่งฟอร์ก็อตเทนเรลมส์ ตลอดจนเฮ็กซ์เตอร์ (Hextor) และเอริธนัล (Erythnul) แห่งเกรย์ฮอว์ก โดยทั่วไป เทพผู้อุปถัมภ์เหล่าผู้ศรัทธาแรงกล้ามักเป็นเทพแห่งการต่อสู้ การทำลายล้าง และความรุนแรง เทพเหล่านี้ไม่ได้ชั่วร้ายทุกองค์ แต่มีเพียงน้อยองค์ที่เป็นฝ่ายดี
ความสามารถประจำวิถีแห่งผู้ศรัทธาแรงกล้า (Path of the Zealot Features)
| เลเวลบาบาเรียน | ความสามารถ |
|---|---|
| 3rd | โทสะศักดิ์สิทธิ์ (Divine Fury), นักรบแห่งทวยเทพ (Warrior of the Gods) |
| 6th | สมาธิแห่งศรัทธา (Fanatical Focus) |
| 10th | รัศมีแห่งศรัทธา (Zealous Presence) |
| 14th | โทสะเหนือความตาย (Rage beyond Death) |
โทสะศักดิ์สิทธิ์ (Divine Fury)
เริ่มตั้งแต่เลือกวิถีนี้ที่เลเวล 3 คุณสามารถถ่ายทอดโทสะศักดิ์สิทธิ์ลงในการโจมตีด้วยอาวุธ ขณะอยู่ในโทสะคลั่ง สิ่งมีชีวิตตัวแรกที่คุณโจมตีโดนด้วยอาวุธในแต่ละเทิร์นของคุณจะได้รับความเสียหายเพิ่มเติมเท่ากับ 1d6 + ครึ่งหนึ่งของเลเวลบาบาเรียนของคุณ ความเสียหายเพิ่มเติมนี้เป็นแบบเน่าสลายหรือแสงรัศมี โดยคุณเลือกชนิดความเสียหายเมื่อได้รับความสามารถนี้
นักรบแห่งทวยเทพ (Warrior of the Gods)
ที่เลเวล 3 ดวงวิญญาณของคุณถูกประทับตราไว้เพื่อการต่อสู้อันไม่มีที่สิ้นสุด หากคาถาอย่าง คืนชีพ (Raise Dead) มีผลเพียงชุบชีวิตคุณกลับมา (แต่ไม่ใช่คืนสู่สภาพอันเดด) ผู้ใช้คาถาไม่จำเป็นต้องใช้องค์ประกอบวัตถุเพื่อร่ายคาถานั้นใส่คุณ
สมาธิแห่งศรัทธา (Fanatical Focus)
เริ่มต้นที่เลเวล 6 พลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งหล่อเลี้ยงโทสะคลั่งจะช่วยปกป้องคุณ หากทอยป้องกันไม่ผ่านขณะอยู่ในโทสะคลั่ง คุณสามารถทอยใหม่ได้และต้องใช้ผลทอยใหม่ คุณใช้ความสามารถนี้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อการใช้โทสะคลั่งหนึ่งครั้ง
รัศมีแห่งศรัทธา (Zealous Presence)
ที่เลเวล 10 คุณเรียนรู้ที่จะถ่ายทอดพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อปลุกศรัทธาอันแรงกล้าในผู้อื่น คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันเปล่งเสียงคำรามศึกที่อัดแน่นด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ สิ่งมีชีวิตอื่นที่คุณเลือกได้สูงสุดสิบตัวภายในระยะ 60 ฟุตซึ่งได้ยินคุณ จะทอยโจมตีและทอยป้องกันแบบได้เปรียบจนถึงต้นเทิร์นถัดไปของคุณ
เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะใช้ซ้ำไม่ได้จนกว่าจะจบการพักระยะยาว
โทสะเหนือความตาย (Rage beyond Death)
เริ่มต้นที่เลเวล 14 พลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งหล่อเลี้ยงโทสะคลั่งทำให้คุณยืนหยัดต่อการโจมตีที่อาจคร่าชีวิตได้
ขณะอยู่ในโทสะคลั่ง การมีฮิตพอยต์ 0 จะไม่ทำให้คุณ สลบ (Unconscious) คุณยังต้องทอยป้องกันความตายและยังได้รับผลตามปกติเมื่อได้รับความเสียหายขณะที่มีฮิตพอยต์ 0 อย่างไรก็ตาม หากคุณควรตายเพราะทอยป้องกันความตายไม่ผ่าน คุณจะยังไม่ตายจนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด และเมื่อนั้นคุณจะตายก็ต่อเมื่อยังมีฮิตพอยต์ 0
วิถีแห่งเวทมนตร์พยศ (Path of Wild Magic)
หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)
สถานที่มากมายในพหุจักรวาลเปี่ยมด้วยความงาม อารมณ์อันเข้มข้น และเวทมนตร์ที่พลุ่งพล่าน เฟย์ไวลด์ (Feywild) ภพภูมิเบื้องบน (Upper Planes) และดินแดนแห่งพลังเหนือธรรมชาติอื่น ๆ ล้วนแผ่พลังเหล่านี้ออกมาและอาจเปลี่ยนแปลงผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง บาบาเรียนเป็นผู้ที่มีอารมณ์แรงกล้า จึงอ่อนไหวต่ออิทธิพลอันพยศนี้เป็นพิเศษ และบางคนก็ถูกเวทมนตร์เปลี่ยนแปลงไป บาบาเรียนผู้เปี่ยมด้วยพลังเวทเหล่านี้เดินบนวิถีแห่งเวทมนตร์พยศ เอลฟ์ ทีฟลิง อาซิมาร์ และเจนาซีที่เป็นบาบาเรียนมักแสวงหาวิถีนี้ เพราะปรารถนาจะสำแดงเวทมนตร์ต่างพิภพของบรรพชน
สัมผัสเวทมนตร์ (Magic Awareness)
ความสามารถวิถีแห่งเวทมนตร์พยศเลเวล 3
คุณสามารถใช้แอ็คชันเปิดประสาทสัมผัสรับรู้พลังเวทมนตร์ที่รวมตัวกัน จนถึงจบเทิร์นถัดไปของคุณ คุณจะรู้ตำแหน่งของคาถาหรือไอเท็มเวทมนตร์ทุกชิ้นในระยะ 60 ฟุตที่ไม่ได้อยู่หลังการกำบังเต็ม เมื่อสัมผัสถึงคาถา คุณจะรู้ว่าคาถานั้นอยู่ในสำนักเวทมนตร์ใด
คุณใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักระยะยาว
พลังพยศปะทุ (Wild Surge)
ความสามารถวิถีแห่งเวทมนตร์พยศเลเวล 3
บางครั้งพลังเวทมนตร์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในจะปะทุออกจากร่าง เมื่อคุณเข้าสู่โทสะคลั่ง ให้ทอยบนตารางเวทมนตร์พยศเพื่อกำหนดผลทางเวทมนตร์ที่เกิดขึ้น
หากผลนั้นกำหนดให้ทอยป้องกัน DC จะเท่ากับ 8 + โบนัสความชำนาญของคุณ + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทนของคุณ
เวทมนตร์พยศ (Wild Magic)
| d8 | ผล |
|---|---|
| 1 | หนวดเงาตวัดฟาดไปรอบตัวคุณ สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกและมองเห็นในระยะ 30 ฟุตต้องทอยป้องกันความอดทนให้ผ่าน มิฉะนั้นจะได้รับความเสียหายแบบเน่าสลาย 1d12 นอกจากนี้ คุณยังได้รับฮิตพอยต์ชั่วคราว 1d12 |
| 2 | คุณเทเลพอร์ตได้ไกลสูงสุด 30 ฟุตไปยังพื้นที่ว่างที่มองเห็น จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในแต่ละเทิร์นเพื่อใช้ผลนี้อีกครั้งได้ |
| 3 | วิญญาณไร้ตัวตนที่มีรูปลักษณ์เหมือนฟลัมฟ์หรือพิกซี (คุณเลือก) ปรากฏขึ้นในระยะ 5 ฟุตจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณเลือกและมองเห็นในระยะ 30 ฟุต เมื่อจบเทิร์นปัจจุบัน วิญญาณจะระเบิด สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวในระยะ 5 ฟุตจากมันต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่วให้ผ่าน มิฉะนั้นจะได้รับความเสียหายแบบพลังงาน 1d6 จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในแต่ละเทิร์นเพื่อใช้ผลนี้อีกครั้งและเรียกวิญญาณตนใหม่ออกมาได้ |
| 4 | เวทมนตร์แทรกซึมเข้าสู่อาวุธหนึ่งชิ้นที่คุณเลือกและกำลังถืออยู่ จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด ชนิดความเสียหายของอาวุธจะเปลี่ยนเป็นพลังงาน และอาวุธได้รับคุณสมบัติ เบา (Light) และ ขว้าง (Thrown) โดยมีระยะปกติ 20 ฟุตและระยะไกล 60 ฟุต หากอาวุธหลุดจากมือ มันจะกลับมาปรากฏในมือคุณเมื่อจบเทิร์นปัจจุบัน |
| 5 | ทุกครั้งที่สิ่งมีชีวิตทอยโจมตีคุณโดนก่อนโทสะคลั่งจะสิ้นสุด สิ่งมีชีวิตนั้นจะได้รับความเสียหายแบบพลังงาน 1d6 เมื่อเวทมนตร์ตอบโต้กลับ |
| 6 | จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด แสงหลากสีที่ช่วยปกป้องจะโอบล้อมตัวคุณ คุณได้รับโบนัส +1 ให้ AC และพันธมิตรที่อยู่ในระยะ 10 ฟุตจากคุณจะได้รับโบนัสเดียวกัน |
| 7 | ดอกไม้และเถาวัลย์งอกขึ้นรอบตัวคุณชั่วคราว จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด พื้นดินในระยะ 15 ฟุตจากคุณเป็นพื้นที่ทุรกันดารสำหรับศัตรู |
| 8 | ลำแสงพุ่งออกจากอกของคุณ สิ่งมีชีวิตอื่นหนึ่งตัวที่คุณเลือกและมองเห็นในระยะ 30 ฟุตต้องทอยป้องกันความอดทนให้ผ่าน มิฉะนั้นจะได้รับความเสียหายแบบแสงรัศมี 1d6 และติดสภาวะ ตาบอด (Blinded) จนถึงต้นเทิร์นถัดไปของคุณ จนกว่าโทสะคลั่งจะสิ้นสุด คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในแต่ละเทิร์นเพื่อใช้ผลนี้อีกครั้งได้ |
เวทมนตร์เสริมกำลัง (Bolstering Magic)
ความสามารถวิถีแห่งเวทมนตร์พยศเลเวล 6
คุณควบคุมเวทมนตร์พยศเพื่อเสริมกำลังตนเองหรือสหายได้ คุณสามารถใช้แอ็คชันสัมผัสสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัว (รวมถึงตัวคุณเอง) และมอบผลประโยชน์หนึ่งอย่างต่อไปนี้ที่คุณเลือกให้สิ่งมีชีวิตนั้น:
- เป็นเวลา 10 นาที ทุกครั้งที่สิ่งมีชีวิตนั้นทอยโจมตีหรือทอยทดสอบความสามารถ มันสามารถทอย d3 และบวกผลที่ทอยได้ในการทอย d20
- ทอย d3 สิ่งมีชีวิตนั้นได้รับช่องคาถาที่ใช้ไปแล้วหนึ่งช่องคืนมา โดยช่องคาถามีเลเวลเท่ากับหรือต่ำกว่าผลที่ทอยได้ (สิ่งมีชีวิตเป็นผู้เลือก) เมื่อสิ่งมีชีวิตได้รับผลประโยชน์นี้แล้ว มันจะรับผลนี้อีกไม่ได้จนกว่าจะจบการพักระยะยาว
คุณใช้แอ็คชันนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญ และจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักระยะยาว
พลังสะท้อนอันไม่แน่นอน (Unstable Backlash)
ความสามารถวิถีแห่งเวทมนตร์พยศเลเวล 10
เมื่อคุณตกอยู่ในอันตรายระหว่างใช้โทสะคลั่ง เวทมนตร์ภายในจะสะท้อนออกมาโจมตี ทันทีหลังจากได้รับความเสียหายหรือทอยป้องกันไม่ผ่านขณะอยู่ในโทสะคลั่ง คุณสามารถใช้รีแอ็คชันทอยบนตารางเวทมนตร์พยศและทำให้ผลที่ทอยได้เกิดขึ้นทันที ผลใหม่นี้จะแทนที่ผลเวทมนตร์พยศปัจจุบันของคุณ
ควบคุมการปะทุ (Controlled Surge)
ความสามารถวิถีแห่งเวทมนตร์พยศเลเวล 14
ทุกครั้งที่ทอยบนตารางเวทมนตร์พยศ คุณสามารถทอยลูกเต๋าสองครั้งและเลือกว่าจะปลดปล่อยผลใดจากสองผลนั้น หากลูกเต๋าทั้งสองได้เลขเดียวกัน คุณสามารถเพิกเฉยต่อเลขนั้นและเลือกผลใดก็ได้จากตาราง