เคลอริก (Cleric)

ด้วยสองแขนและสองตาที่ยกขึ้นไปสู่ดวงอาทิตย์และการสวดภาวนาจากปากของเขา เอลฟ์ผู้หนึ่งเริ่มจะมีแสงเรืองจากภายในและกระจายออกมาเพื่อรักษาบาดแผลของเหล่าเพื่อนร่วมรบ
ร้องสวดเพลงแห่งชัยชนะไปด้วย ดวอร์ฟกวัดแกว่งขวานในมือเข้าห้ำหั่นกับกลุ่มออร์คที่ประจันหน้ากับเขา พร้อมตะโกนสรรเสริญถึงเหล่าทวยเทพในทุก ๆ ศัตรูที่ร่วงล้มตาย
เรียกคำสาปลงมาสู่กองกำลังอันเดด มนุษย์ผู้หนึ่งชูสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นพร้อมกับลำแสงที่พุ่งออกมาจากมัน ขับไล่พวกซอมบี้ที่รุมกินโต๊ะพวกพ้องอยู่
เคลอริกเป็นตัวกลางระหว่างโลกคนเป็นและมิติที่ห่างไกลของเหล่าทวยเทพ แม้จะมีความหลากหลายดั่งเทพที่พวกเขารับใช้ เคลอริกมุ่งมั่นที่จะเป็นดั่งตัวแทนเจตนาของเหล่าเทพที่พวกเขาบูชา ไม่ใช่เป็นแค่นักบวชทั่วไปแต่เคลอริกได้ผสานเข้ากับเวทย์มนต์อันศักดิ์สิทธิ์
เป็นผู้เยียวยาและเป็นนักรบ
เวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์ ดังเช่นความหมายของชื่อ เป็นพลังของเทพเจ้าที่ส่งมอบมาจากพวกเขาโดยตรงมาสู่โลก เคลอริกเป็นเหมือนเส้นทางส่งพลังนั้น นำมาใช้สร้างปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เหล่าทวยเทพมิได้ให้พลังนี้แก่ทุกคนที่ร้องขอ จะมีแต่ผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะได้รับ
การควบคุมเวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ต้องใช้การเรียนหรือการฝึกฝน เคลอริกต้องเรียนรูปแบบการสวดภาวนาและพิธีกรรมโบราณ แต่ความสามารถในการใช้คาถานั้นจะขึ้นอยู่กับความอุทิตตนและการหยั่งรู้ถึงความต้องการของเหล่าเทพ
เคลอริกผสมผสานเวทย์มนต์ช่วยเหลือและสร้างแรงบันดาลใจแก่พันธมิตรด้วยคาถาที่สร้างความเสียหายและขัดขวางศัตรู พวกเขาสร้างความน่าเกรงขามและความหวาดกลัว ใช้คำสาปโรคร้ายหรือพิษ และแม้แต่เรียกเปลวไปจากสวรรค์มาเผาผลาญศัตรูได้ และสำหรับพวกชั่วที่จะใช้ได้ผลแค่คทาฟาดที่หัว เคลอริกก็ฝึกฝนการต่อสู้ประชิดตัวเตรียมรับพวกนี้ไว้แล้วโดยมีพลังของเหล่าเทพอยู่เคียงข้างพวกเขา
ตัวแทนศักดิ์สิทธิ์
ไม่ใช่สาวกหรือผู้ประกอบพิธีกรรมในวิหารหรือศาลเจ้าจะเป็นเคลอริก นักบวชบางคนก็เพียงต้องการชีวิตเรียบง่ายในการรับใช้ชุมชนในวิหาร ส่งผ่านพระประสงค์ของเทพเจ้าผ่านการสวนภาวนาและการบัดพลีบูชา ไม่ใช่โดยการใช้เวทย์มนต์และการต่อสู้ ในบางเมือง การออกบวชเป็นกิจกรรมทางการเมือง ถูกมองว่าเป็นบันไดสู่ตำแหน่งและอำนาจที่สูงขึ้นโดยไม่มีการติดต่อกับเทพแต่อย่างใด เคลอริกที่แท้จริงนั้นหาได้ยากยิ่งในสังคมเช่นนั้น
เมื่อเคลอริกหันหน้าเข้าสู่ชีวิตนักผจญภัย มันมักจะเป็นเพราะเทพเจ้าของเขาหรือเธอเรียกร้องให้เป็นไป การไล่ตามเป้าหมายจากเหล่าเทพมักจะต้องอาศัยความกล้าในการฝ่าฟันอันตรายนอกพื้นที่ถิ่นเจริญ ลงทัณฑ์ความชั่วร้ายหรือค้นหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ในสุสานโบราณ เคลอริกมากมายยังมีเป้าหมายในการปกป้องผู้นับถือเทพเจ้าของพวกเขา ซึ่งอาจจะหมายถึงต้องต่อสู้กับพวกออร์ค เจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศ หรือปิดผนึกประตูมิติป้องกันเจ้าชายปีศาจไม่ให้ขึ้นมาบนพื้นโลก
เคลอริกนักผจญภัยส่วนใหญ่จะมีสายสัมพันธ์กับเหล่าวิหารและลัทธิของตน วิหารอาจจะร้องขอความช่วยเหลือจากเคลอริก หรือนักบวชอาวุโสอาจจะเป็นผู้ร้องขอ
การสร้างเคลอริก
ในการสร้างเคลอริก คำถามที่สำคัญที่ต้องพิจารณาคือคุณรับใช้เทพองค์ใด และหลักการใดที่คุณต้องการให้ตัวละครยึดถือ ภาคผนวก B มีรายการของเทพเจ้ามากมายในมัลติเวอร์ส ลองสอบถาม DM ของคุณเพื่อเรียนรู้ว่าเทพองค์ใดมีอยู่ในแคมเปญ
เมื่อคุณเลือกเทพที่คุณนับถือแล้ว ให้พิจารณาถึงความสัมพันธ์ของเคลอริกของคุณกับเทพเจ้าองค์นั้น คุณเข้ามารับใช้ด้วยความสมัครใจหรือไม่? หรือเทพเจ้าเป็นคนเลือกคุณมา ดึงคุณมาใช้งานโดยไม่ได้สนใจความต้องการของคุณหรือไม่? เหล่านักบวชในวิหารของลัทธิที่คุณศรัทธารู้สึกและปฏิบัติต่อคุณอย่างไร? เป็นแชมเปี้ยนหรือเป็นตัวปัญหา อะไรเป็นเป้าหมายสูงสุดของคุณ เทพเจ้าของคุณมีงานสำคัญเตรียมจะให้คุณทำหรือเปล่า? หรือคุณพยายามจะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าคุณเหมาะกับงานสำคัญที่กำลังจะมา?
สร้างอย่างเร็ว
คุณสามารถสร้างเคลอริกอย่างรวดเร็วโดยทำตามคำแนะนำดังนี้ อย่างแรก ความรอบรู้ (Wisdom) ควรจะเป็นคะแนนความสามารถที่มากที่สุด ตามมาด้วยความแข็งแกร่ง (Strength) หรือความอดทน (Constitution) อย่างที่สอง เลือกภูมิหลังเป็น สาวก (acolyte)
ความสามารถของคลาส (Class Features)
เมื่อเป็นเคลอริก คุณจะได้รับคุณสมบัติประจำคลาสดังนี้
ฮิตพอยต์ (Hit Points)
ฮิทไดซ์: 1d8 ต่อเลเวลเคลอริก
ฮิตพอยต์ที่เลเวล 1: 8 + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution)
ฮิตพอยต์เมื่อเลเวลสูงขึ้น: 1d8 (หรือ 5) + ค่าโมดิไฟเออร์ความอดทน (Constitution) ต่อเลเวลเคลอริกหลังเลเวล 1
ความชำนาญ (Proficiencies)
เกราะ: เกราะเบา, เกราะกลาง, โล่
อาวุธ: อาวุธพื้นฐาน (Simple weapons)
เครื่องมือ: ไม่มี
ทอยป้องกัน: ความรอบรู้ (Wisdom), เสน่ห์ (Charisma)
ทักษะ: เลือก 2 ทักษะจาก ประวัติศาสตร์ (History), การมองทะลุ (Insight), การรักษาพยาบาล (Medicine), การชักจูงใจ (Persuasion), and ศาสนา (Religion)
อุปกรณ์ (Equipment)
คุณจะเริ่มเกมด้วยอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้รับจากภูมิหลัง:
- (a) คทา (mace) 1 ด้าม หรือ (b) ฆ้อนสงคราม (warhammer) 1 ด้าม (ถ้ามีความชำนาญในการใช้)
- (a) เกราะเกล็ด (scale mail), (b) เกราะหนัง (leather armor), หรือ (c) เกราะโซ่ (chain mail) (ถ้ามีความชำนาญในการใช้)
- (a) หน้าไม้เบา (light crossbow) และ ลูกดอก 20 (bolt) ดอก หรือ (b) อาวุธพื้นฐานใด ๆ (simple weapon)
- (a) ชุดอุปกรณ์นักบวช (priest’s pack) หรือ (b) ชุดอุปกรณ์นักสำรวจ (explorer’s pack)
- โล่และสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ (shield and a holy symbol)
การใช้คาถา (Spellcasting)
เมื่อเป็นทางผ่านของพลังศักดิสิทธิ์ คุณสามารถใช้คาถาของเคลอริกได้ ดู บทที่ 10 สำหรับกฏทั่วไปของการใช้คาถา และ บทที่ 11 สำหรับรายการคาถาของเคลอริก
แคนทริป (Cantrips) คาถาที่ใช้ได้โดยไม่ต้องเสียสล็อตคาถา (spell slot)
ที่เลเวล 1 คุณจะรู้แคนทริป 3 คาถาตามที่คุณเลือกจากรายการคาถาเคลอริก คุณจะเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเลเวลสูงขึ้นตามจำนวนที่ระบุในคอลัมน์ “แคนทริปที่รู้” ในตารางความสามารถเคลอริก
การเตรียมและการร่ายคาถา
ตารางเคลอริกแสดงจำนวนสล็อตคาถาที่คุณมีเพื่อใช้ในการร่ายคาถาเลเวล 1 และมากกว่า การจะร่ายคาถาเหล่านี้คุณต้องจ่ายเป็นสล็อตคาถาตามเลเวลของมันหรือเลเวลสูงกว่า คุณจะได้รับสล็อตทั้งหมดที่ใช้ไปกลับคืนมาเมื่อคุณจบการพักยาว
คุณสามารถเตรียมรายการคาถาที่จะใช้ในการร่ายโดยเลือกจากรายการคาถาเคลอริก โดยจำนวนที่เตรียมได้จะได้มากจากค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) + เลเวลเคลอริก (น้อยที่สุด 1 คาถา) โดยคาถาจะต้องมีเลเวลเดียวกับสล็อตคาถาที่คุณมี
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นเคลอริกเลเวล 3 คุณจะมีสล็อตคาถาเลเวล 1 จำนวน 4 ช่อง และเลเวล 2 จำนวน 2 ช่อง คุณมีค่าความรอบรู้ 16 (ค่าโมดิไฟเออร์เป็น 3) ฉะนั้นรายการคาถาของคุณจะมี 6 คาถา โดยเป็นคาถาเลเวล 1 และ 2 รวมกัน ถ้าคุณเตรียมคาถารักษาบาดแผล (cure wounds) เลเวล 1 มา คุณสามารถร่ายคาถาโดยใช้สล็อตเลเวล 1 หรือ 2 ก็ได้ การร่ายคาถาไม่ได้เป็นการเสียคาถาไปจากรายการที่เตรียมมา
คุณสามารถจะปรับเปลี่ยนรายการคาถาที่เตรียมมาได้หลังการพักยาว การเตรียมรายการใหม่ต้องใช้เวลาในการสวดภาวนาและการทำสมาธิ อย่างน้อย 1 นาทีต่อเลเวลคาถาในแต่ละคาถาในรายการ
ความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถา (Spellcasting Ability)
ความรอบรู้ (Wisdom) เป็นความสามารถที่ใช้ในการใช้คาถาสำหรับคาถาเคลอริกของคุณ พลังของคาถาของคุณจะมาจากการอุทิตตนให้กับเทพเจ้า คุณจะใช้ค่าความรอบรู้เมื่อไรก็ตามที่คาถาระบุถึงความสามารถที่ใช้ในการร่ายคาถา นอกจากนั้นแล้วคุณยังจะใช้ค่าโมดิไฟเออร์ของความรอบรู้เพื่อกำหนดค่าความยากในการทอยป้องกันคาถา (Spell save DC) และเมื่อคุณต้องทอยโจมตีด้วยคาถา
ค่าความยากในการทอยป้องกันคาถา (Spell save DC) = 8 + ค่าโบนัสความชำนาญ + ค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้
ค่าโมดิไฟเออร์การทอยโจมตีด้วยคาถา (Spell attack modifier) = ค่าโบนัสความชำนาญ + ค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้
การประกอบพิธีกรรม (Ritual Casting)
คุณสามารถร่ายคาถาเคลอริกแบบพิธีกรรมได้ หากคาถานั้นมีแท็ก “พิธีกรรม (ritual)” และคุณเตรียมคาถานั้นมา
สิ่งรวมสมาธิในการร่ายคาถา (Spellcasting Focus)
คุณสามารถใช้เครื่องดนตรี (ดูบทที่ 5 “อุปกรณ์”) เป็นสิ่งรวมสมาธิในการร่ายคาถาของเคลอริกได้
เขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domain)
เลือกหนึ่งในเขตอำนาจที่เกี่ยวเนื่องกับเทพเจ้าของคุณ ความรู้ (Knowledge), ชีวิต (Life), แสง (Light), ธรรมชาติ (Nature), พายุพิโรธ (Tempest), กลอุบาย (Trickery) หรือสงคราม (War) แต่ละเขตอำนาจมีคำอธิบายในส่วนท้ายของคำธิบายคลาส และแต่ละอย่างจะมีตัวอย่างของเทพเจ้าที่ผูกโยงกับเขตอำนาจต่าง ๆ นี้ ตัวเลือกที่คุณเลือกจะให้คาถาประจำเขตอำนาจและคุณลักษณะอื่น ๆ เมื่อคุณเลือกตั้งแต่เลเวล 1 และจะเพิ่มทางเลือกให้คุณใช้งาน การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เมื่อคุณได้รับความสามารถนี้เมื่อเลเวล 2 และมีคุณลักษณะเพิ่มเติมอีกเมื่อเลเวล 6, 8 และ 17
คาถาประจำเขตอำนาจ (Domain Spells)
แต่ละเขตอำนาจจะมีรายการคาถาประจำเขตอำนาจที่คุณจะได้รับและใช้ได้ มีรายละเอียดในคำอธิบายเขตอำนาจ เมื่อคุณได้รับคาถาประจำเขตอำนาจ คุณจะมีมันประจำอยู่ในรายการเสมอและมันจะไม่ถูกนับรวมกับจำนวนคาถาที่คุณสามารถเตรียมได้ในแต่ละวัน
ถ้าคุณมีคาถาประจำเขตอำนาจที่ไม่ได้อยู่ในรายการคาถาของเคลอริก ให้ถือว่าคาถานั้นเป็นคาถาของเคลอริกโดยปริยาย
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity)
เมื่อคุณเลเวล 2 คุณจะได้รับความสามารถในการเชื่อมต่อพลังศักดิสิทธิ์โดยตรงจากเทพเจ้าของคุณ ใช้พลังนั้นในการสร้างผลของคาถา คุณจะเริ่มใช้ได้ 2 อย่างคือ ขับไล่ผีดิบ (Turn Undead) และอีกอย่างจากเขตอำนาจที่คุณเลือก เขตอำนาจบางอย่างจะให้ผลพิเศษเพิ่มขึ้นเมื่อคุณเลเวลสูงขึ้น ตามที่มีระบุในคำอธิบายเขตอำนาจ
เมื่อคุณใช้ความสามารถผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ คุณเลือกผลที่เกิดขึ้น คุณต้องจบการพักสั้นหรือพักยาวก่อนที่จะใช้ได้อีกครั้ง
ผลจากการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์บางอย่างต้องมีการทอยป้องกัน เมื่อคุณเลือกใช้ผลดังนั้น ระดับความยากในการป้องกันจะเท่ากับระดับความยากในการทอยป้องกันคาถาของเคลอริก (Spell save DC)
เริ่มที่เลเวล 6 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ 2 ครั้งต่อการพัก 1 ครั้ง และเริ่มที่เลเวล 18 คุณจะสามารถใช้ได้ 3 ครั้ง เมื่อคุณจบการพักสั้นหรือพักยาวแล้วคุณจะได้รับส่วนที่ใช้ไปคืนกลับมา
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity): ขับไล่ผีดิบ (Turn Undead)
ใช้ 1 แอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณขึ้นมาและสวดขับไล่ผีดิบอันเด๊ด ผีดิบแต่ละตัวที่สามารถเห็นหรือได้ยินคุณในระยะ 30 ฟุตต้องทอยป้องกันด้วยค่าความรอบรู้ ถ้าทอยไม่ผ่าน มันจะถูกขับไล่ไปเป็นเวลา 1 นาที หรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย
สิ่งมีชีวิตที่ถูกขับไล่จะต้องใช้เทิร์นของมันในการพยายามออกห่างจากคุณเท่าที่สามารถทำได้ และมันจะไม่สามารถเข้าใกล้ได้ในระยะ 30 ฟุต และยังไม่สามารถใช้รีแอ็คชันได้ด้วย ในแอ็คชันของมัน มันจะสามารถใช้ได้เพียง “การวิ่งเร็ว (Dash)” หรือพยายามหนีจากสิ่งที่ยับยั้งไม่ให้มันเคลื่อนที่ได้เท่านั้น ถ้าไม่มีที่ให้ไปไหนได้ สิ่งมีชีวิตนั้นจะใช้ได้เพียง “การหลบหลีก (Dodge)”
เพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement)
เมื่อคุณถึงเลเวล 4 และอีกครั้งเมื่อเลเวล 8, 12, 16 และ 19 คุณสามารถเพิ่มคะแนนความสามารถหนึ่งอย่างตามที่คุณเลือกได้ 2 คะแนน หรือเพิ่ม 1 คะแนนให้กับสองทักษะก็ได้ โดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถเพิ่มคะแนนความสามารถได้มากกว่า 20 หากใช้คุณลักษณะนี้
ทำลายผีดิบ (Destroy Undead)
เริ่มที่เลเวล 5 เมื่อผีดิบทอยป้องกันการขับไล่ผีดิบ (Turn Undead) ของคุณไม่ผ่าน พวกมันจะถูกทำลายทันทีถ้าระดับความท้าทาย (challenge rate) ของมันมีระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าที่ระบุในตารางด้านล่างนี้
ตารางการทำลายผีดิบ (Destroy Undead)
| เลเวลเคลอริก | สามารถทำลายผีดิบได้ที่ CR . . . |
|---|---|
| 5th | 1/2 or ต่ำกว่า |
| 8th | 1 or ต่ำกว่า |
| 11th | 2 or ต่ำกว่า |
| 14th | 3 or ต่ำกว่า |
| 17th | 4 or ต่ำกว่า |
การแทรกแซงจากเทพเจ้า (Divine Intervention)
เริ่มที่เลเวล 10 เมื่อเข้าตาจนคุณสามารถอ้อนวอนเพื่ออัญเชิญเทพเจ้าของคุณให้มาแทรกแซงเหตุการณ์เบื้องหน้าได้
ในการอัญเชิญเทพเจ้าต้องใช้แอ็คชัน อธิบายสิ่งที่คุณอยากให้เทพเจ้าช่วยเหลือ และทอยลูกเต๋าเปอเซ็นไทล์ ถ้าคุณทอยได้เท่ากับหรือน้อยกว่าเลเวลเคลอริกของคุณ เทพเจ้าจะลงมาช่วยเหลือ โดย DM จะเลือกลักษณะการช่วยเหลือนั้นจากคาถาเคลอริกหรือจากคาถาประจำเขตอำนาจที่เหมาะสม
ถ้าเทพเจ้าของคนช่วยเหลือแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ได้อีกเป็นเวลา 7 วัน หรือสามารถใช้ได้อีกครั้งเมื่อจบการพักยาว
ที่เลเวล 20 คุณสามารถอัญเชิญสำเร็จได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทอยลูกเต๋าใด ๆ
ความสามารถทางเลือกประจำคลาส (Optional Class Features)
คาถาเคลอริกเพิ่มเติม (Additional Cleric Spells)
ความสามารถประจำคลาสเคลอริก เลเวล 1
คาถาในรายการต่อไปนี้เป็นการขยายรายการคาถาของเคลอริกใน คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook) โดยจัดเรียงตามเลเวลของคาถา ไม่ใช่เลเวลของตัวละคร หากคาถาสามารถร่ายแบบพิธีกรรมได้ แท็กพิธีกรรม (ritual) จะปรากฏหลังชื่อคาถา คาถาแต่ละบทอยู่ใน คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook) เว้นแต่จะมีเครื่องหมายดอกจัน (ซึ่งเป็นคาถาใน บทที่ 3 ของ หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)) นอกจากนี้ หนังสือ คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything) ก็มีคาถาเพิ่มเติมอีกเช่นกัน
| เลเวล | คาถาเพิ่มเติม (Additional Spells) |
|---|---|
| เลเวล 3 | ออร่าแห่งพลังชีวิต (Aura of Vitality), ภูษาวิญญาณ (Spirit Shroud) * |
| เลเวล 4 | ออร่าแห่งชีวิต (Aura of Life), ออร่าแห่งความบริสุทธิ์ (Aura of Purity) |
| เลเวล 5 | อัญเชิญเซเลสเทียล (Summon Celestial) * |
| เลเวล 6 | รังสีตะวัน (Sunbeam) |
| เลเวล 8 | ระเบิดตะวัน (Sunburst) |
| เลเวล 9 | วาจานุภาพ ฟื้นคืน (Power Word Heal) |
ดึงพลังศักดิ์สิทธิ์มาใช้ (Harness Divine Power)
ความสามารถประจำคลาสเคลอริก เลเวล 2
คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) หนึ่งครั้งเพื่อเติมพลังให้คาถาของคุณ โดยใช้โบนัสแอ็คชัน (Bonus Action) สัมผัสสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกล่าวคำสวดภาวนา แล้วรับสล็อตคาถาที่ใช้ไปแล้วหนึ่งสล็อตคืนมา สล็อตนั้นต้องมีเลเวลไม่เกินครึ่งหนึ่งของโบนัสความชำนาญของคุณ (ปัดขึ้น) จำนวนครั้งที่คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ขึ้นอยู่กับเลเวลในคลาสนี้ โดยใช้ได้หนึ่งครั้งที่เลเวล 2 สองครั้งที่เลเวล 6 และสามครั้งที่เลเวล 18 คุณจะได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว (Long Rest)
ปรับเปลี่ยนแคนทริป (Cantrip Versatility)
ความสามารถประจำคลาสเคลอริก เลเวล 4
เมื่อใดก็ตามที่คุณบรรลุเลเวลในคลาสนี้ที่ได้รับความสามารถเพิ่มคะแนนความสามารถ (Ability Score Improvement) คุณสามารถเปลี่ยนแคนทริปหนึ่งบทที่เรียนรู้จากความสามารถการใช้คาถา (Spellcasting) ของคลาสนี้เป็นแคนทริปบทอื่นจากรายการคาถาของเคลอริก
ประสาทพรโจมตี (Blessed Strikes)
ความสามารถประจำคลาสเคลอริก เลเวล 8 ซึ่งใช้แทนความสามารถการโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike) หรือเพิ่มอานุภาพคาถา (Potent Spellcasting)
พลังศักดิ์สิทธิ์เสริมพลังให้คุณในการต่อสู้ เมื่อสิ่งมีชีวิตได้รับความเสียหายจากแคนทริปหรือการโจมตีด้วยอาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งของคุณ คุณสามารถสร้างความเสียหายด้วยแสงรัศมี (radiant damage) เพิ่มเติม 1d8 แก่สิ่งมีชีวิตนั้น เมื่อคุณสร้างความเสียหายนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ได้อีกจนกว่าจะเริ่มเทิร์นถัดไปของคุณ
เขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domains)
ในบรรดาเหล่าเทพทั้งหลาย เทพทุกองค์จะมีอิทธิพลที่แตกต่างกันต่อการดำเนินชีวิตของเหล่าสิ่งมีชีวิตและอารยธรรมต่าง ๆ สิ่งนี้เรียกว่า เขตอำนาจแห่งทวยเทพ เขตอำนาจทั้งหมดที่เทพองค์หนึ่งจะมีอิทธิพลได้จะเรียกว่า อาณาเขตอำนาจของเทพเจ้า ตัวอย่างเช่น อาณาเขตอำนาจของเทพเจ้ากรีก อพอลโล่ จะรวมถึงเขตอำนาจด้านความรู้, ชีวิต และแสงสว่าง เมื่อเป็นเคลอริก คุณได้เลือกหนึ่งในอาณาเขตอำนาจนี้เป็นพลังหลักของคุณ และคุณจะได้รับพลังที่เกี่ยวเนื่องกับเขตอำนาจนั้น
ตัวเลือกของคุณอาจจะเป็นลัทธิหนึ่งที่อุทิตตนแก่เทพเจ้าของคุณ ตัวอย่างเช่น อพอลโล่ อาจจะได้รับการบูชาในภาคหนึ่งชื่อ ฟีบัส อพอลโล่ (Phoebus แปลว่าแสงรัศมี) ซึ่งเน้นไปในอิทธิพลของเขาที่มีในเขตอำนาจแห่งแสงสว่าง และในพื้นที่อื่นจะถูกบูชาในชื่อ อพอลโล่ เอเซียส (Apollo Acesus การรักษาพยาบาล) โดยเน้นไปในอิทธิพลในเขตอำนาจแห่งชีวิต หรือคุณอาจจะเลือกเขตอำนาจใด ๆ ที่คุณถูกใจที่เทพของคุณมีอำนาจอยู่ก็ได้
คำอธิบายของแต่ละเขตอำนาจจะให้ตัวอย่างของเทพเจ้าที่มีอิทธิพลในเขตอำนาจนั้น ๆ โดยจะรวมเอาเทพเจ้าทั้งในโลกของอาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms), เกรย์ฮ็อค (Greyhawk), ดรากอนแลนซ์ (Dragonlance), และเอเบอรอน (Eberron) และยังมีจากเคลติก กรีก นอร์ส และเทพอียิปต์ อีกด้วย
เขตอำนาจแห่งอาคม (Arcana Domain)
คู่มือนักผจญภัยในซอร์ดโคสท์ (Sword Coast Adventurer’s Guide)
เวทมนตร์คือพลังงานที่แผ่ซ่านไปทั่วพหุจักรวาล เป็นขุมพลังแห่งทั้งการทำลายและการสร้างสรรค์ ทวยเทพแห่งเขตอำนาจอาคมล่วงรู้ถึงความลับและศักยภาพของเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง เทพบางองค์มองว่าความรู้ทางเวทมนตร์คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ซึ่งมาพร้อมความเข้าใจเป็นพิเศษต่อธรรมชาติของความเป็นจริง ส่วนเทพองค์อื่นมองว่าเวทมนตร์คือพลังอำนาจบริสุทธิ์ที่ผู้ครอบครองจะนำไปใช้อย่างไรก็ได้ตามใจตน
ทวยเทพแห่งเขตอำนาจนี้มักเกี่ยวข้องกับความรู้ เพราะการศึกษาและพลังอาคมมักดำเนินควบคู่กันไป ในอาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) เทพแห่งเขตอำนาจนี้ประกอบด้วย อาซูธ (Azuth), มิสตร้า (Mystra) และคอเรลลอน ลาเรเธียน (Corellon Larethian) แห่งเทวสภาเอลฟ์ ส่วนในโลกอื่น ๆ มีทั้ง เฮคาที (Hecate), แมธ มาธอนวีย์ (Math Mathonwy) และไอซิส (Isis); เทพจันทราทั้งสามแห่งโลกครินน์ (Krynn) ได้แก่ โซลินารี (Solinari), ลูนิตารี (Lunitari) และนูอิทารี (Nuitari); ตลอดจนบ็อคค็อบ (Boccob), เวคนา (Vecna) และวี แจส (Wee Jas) แห่งเกรย์ฮ็อค (Greyhawk)
คาถาประจำเขตอำนาจอาคม (Arcana Domain Spells)
ผู้เริ่มศึกษาอาคม (Arcane Initiate)
เมื่อคุณเลือกเขตอำนาจนี้ที่เลเวล 1 คุณจะได้รับความชำนาญในทักษะ เวทย์อาคมลี้ลับ (Arcana) และได้รับแคนทริปสองบทที่คุณเลือกจากรายการคาถาของวิซาร์ด สำหรับคุณ แคนทริปเหล่านี้ถือเป็นแคนทริปของเคลอริก
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: ขับไล่ด้วยอาคม (Channel Divinity: Arcane Abjuration)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อขับไล่สิ่งมีชีวิตจากต่างภพ
โดยใช้แอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ และเลือกเซเลสเทียล (Celestial), วิญญาณธาตุ (Elemental), เฟย์ (Fey) หรือฟีนด์ (Fiend) หนึ่งตัวภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณ หากสิ่งมีชีวิตนั้นมองเห็นหรือได้ยินคุณ มันต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยไม่ผ่าน มันจะถูกขับไล่เป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย
สิ่งมีชีวิตที่ถูกขับไล่ต้องใช้แต่ละเทิร์นพยายามเคลื่อนที่ออกห่างจากคุณให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และไม่สามารถจบการเคลื่อนที่โดยสมัครใจในพื้นที่ภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณ นอกจากนี้ มันยังไม่สามารถใช้รีแอ็คชันได้ สำหรับแอ็คชันของมัน มันทำได้เพียงใช้แอ็คชัน พุ่งตัว (Dash) หรือพยายามหลุดพ้นจากผลที่ขัดขวางไม่ให้มันเคลื่อนที่ หากไม่มีที่ให้เคลื่อนที่ มันสามารถใช้แอ็คชัน หลบหลีก (Dodge) ได้
หลังจากคุณบรรลุเลเวล 5 เมื่อสิ่งมีชีวิตทอยป้องกันความสามารถขับไล่ด้วยอาคม (Arcane Abjuration) ของคุณไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะถูกเนรเทศเป็นเวลา 1 นาที (เช่นเดียวกับคาถา ขับไล่ (Banishment) แต่ไม่ต้องเพ่งสมาธิ) หากมันไม่ได้อยู่ในภพภูมิต้นกำเนิดของตน และมีระดับความท้าทายเท่ากับหรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ดังที่แสดงในตารางการเนรเทศด้วยอาคม
การเนรเทศด้วยอาคม (Arcane Banishment)
| เลเวลเคลอริก | เนรเทศสิ่งมีชีวิตที่มี CR … |
|---|---|
| เลเวล 5 | 1/2 หรือต่ำกว่า |
| เลเวล 8 | 1 หรือต่ำกว่า |
| เลเวล 11 | 2 หรือต่ำกว่า |
| เลเวล 14 | 3 หรือต่ำกว่า |
| เลเวล 17 | 4 หรือต่ำกว่า |
ยับยั้งคาถา (Spell Breaker)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 6 เมื่อคุณใช้คาถาเลเวล 1 หรือสูงกว่าเพื่อฟื้นฟูฮิตพอยต์ให้แก่พวกพ้อง คุณสามารถทำให้ผลของคาถาหนึ่งบทที่คุณเลือกบนสิ่งมีชีวิตนั้นจบลงได้ เลเวลของคาถาที่คุณทำให้จบลงต้องเท่ากับหรือต่ำกว่าเลเวลของสล็อตคาถาที่คุณใช้ร่ายคาถาฟื้นฟูนั้น
เพิ่มอานุภาพคาถา (Potent Spellcasting)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 8 ให้นำค่าโมดิไฟเออร์ความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณไปบวกกับความเสียหายที่คุณสร้างด้วยแคนทริปของเคลอริกบทใดก็ได้
เชี่ยวชาญอาคม (Arcane Mastery)
ที่เลเวล 17 คุณเลือกคาถาสี่บทจากรายการคาถาของวิซาร์ด โดยเลือกอย่างละหนึ่งบทจากคาถาเลเวล 6, 7, 8 และ 9 แล้วเพิ่มคาถาเหล่านั้นลงในรายการคาถาประจำเขตอำนาจของคุณ เช่นเดียวกับคาถาประจำเขตอำนาจบทอื่น คาถาเหล่านี้จะถูกเตรียมไว้เสมอและถือเป็นคาถาของเคลอริกสำหรับคุณ
เขตอำนาจแห่งความตาย (Death Domain)
คู่มือดันเจียนมาสเตอร์ (Dungeon Master’s Guide 2014)
เขตอำนาจแห่งความตายครอบคลุมทั้งพลังที่นำมาซึ่งความตาย และพลังงานด้านลบที่ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตอันเดด เทพอย่างเคมอช (Chemosh), เมอร์คูล (Myrkul) และวี แจส (Wee Jas) เป็นเทพอุปถัมภ์ของผู้ใช้เวทเรียกผีและวิญญาณ (Necromancers), อัศวินมรณะ (Death Knights), ลิช (Liches), มัมมี่ลอร์ด (Mummy Lords) และแวมไพร์ (Vampires) ทวยเทพแห่งเขตอำนาจนี้ยังเป็นตัวแทนของการฆาตกรรม เช่น อานูบิส (Anubis), บาอัล (Bhaal) และไพรีมิอัส (Pyremius); ความเจ็บปวด เช่น ไอยูซ (Iuz) หรือโลเวียทาร์ (Loviatar); โรคภัยหรือพิษ เช่น อินคาบูลอส (Incabulos), ทาโลนา (Talona) หรือมอร์กิออน (Morgion); ตลอดจนโลกใต้บาดาล เช่น ฮาเดส (Hades) และเฮล (Hel)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งความตาย (Death Domain Spells)
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiency)
เมื่อเคลอริกเลือกเขตอำนาจนี้ที่เลเวล 1 เคลอริกจะได้รับความชำนาญในการใช้อาวุธสงคราม (Martial Weapon)
ยมทูต (Reaper)
ที่เลเวล 1 เคลอริกจะเรียนรู้แคนทริปสำนักการเรียกผีและวิญญาณ (Necromancy) หนึ่งบทที่เลือกจากรายการคาถาใดก็ได้ เมื่อเคลอริกร่ายแคนทริปสำนักการเรียกผีและวิญญาณซึ่งตามปกติมีสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งตัวเป็นเป้าหมาย คาถานั้นสามารถเลือกสิ่งมีชีวิตสองตัวที่อยู่ในระยะและอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 5 ฟุตเป็นเป้าหมายแทนได้
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: สัมผัสแห่งความตาย (Channel Divinity: Touch of Death)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 เคลอริกสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อทำลายพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นด้วยการสัมผัส
เมื่อเคลอริกโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยการโจมตีระยะประชิด เคลอริกสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างความเสียหายจากการเน่าสลาย (Necrotic damage) เพิ่มเติมแก่เป้าหมาย ความเสียหายนี้เท่ากับ 5 + สองเท่าของเลเวลเคลอริก
การทำลายที่มิอาจหลีกหนี (Inescapable Destruction)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 6 ความสามารถของเคลอริกในการถ่ายทอดพลังงานด้านลบจะทรงอานุภาพยิ่งขึ้น ความเสียหายจากการเน่าสลายที่เกิดจากคาถาเคลอริกและตัวเลือกการผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ของเคลอริกจะไม่สนใจความต้านทานต่อความเสียหายจากการเน่าสลาย
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 เคลอริกจะได้รับความสามารถในการผสานพลังงานเน่าสลายเข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของเคลอริก เมื่อเคลอริกโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ เคลอริกสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายจากการเน่าสลายเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย เมื่อเคลอริกบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
ยมทูตขั้นสูง (Improved Reaper)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 17 เมื่อเคลอริกร่ายคาถาสำนักการเรียกผีและวิญญาณเลเวล 1 ถึง 5 ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งตัวเป็นเป้าหมาย คาถานั้นสามารถเลือกสิ่งมีชีวิตสองตัวที่อยู่ในระยะและอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 5 ฟุตเป็นเป้าหมายแทนได้ หากคาถานั้นใช้วัตถุประกอบคาถาแล้วหมดไป เคลอริกต้องจัดเตรียมวัตถุประกอบคาถาสำหรับเป้าหมายแต่ละตัว
เขตอำนาจแห่งการหลอมตีโลหะ (Forge Domain)
คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)
เทพแห่งเตาหลอมเป็นเทพอุปถัมภ์ของเหล่าช่างฝีมือผู้ทำงานกับโลหะ ตั้งแต่ช่างตีเหล็กธรรมดาที่สร้างเกือกม้าและใบไถให้คนทั้งหมู่บ้าน ไปจนถึงช่างฝีมือเอลฟ์ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งใช้ลูกธนูมิธรัลปลายเพชรสังหารจ้าวปีศาจมาแล้ว เทพเหล่านี้สอนว่า หากมีความอดทนและพากเพียร แม้แต่โลหะที่ตีขึ้นรูปยากที่สุดก็เปลี่ยนจากก้อนแร่ให้กลายเป็นผลงานอันวิจิตรได้ เคลอริกของเทพเหล่านี้ออกตามหาวัตถุที่สูญหายไปในเงื้อมมือของฝ่ายมืด กอบกู้เหมืองที่ถูกพวกออร์คยึดครอง และเสาะหาวัสดุหายากน่าอัศจรรย์ที่จำเป็นต่อการสร้างไอเท็มเวทย์มนต์อันทรงพลัง เหล่าสาวกภาคภูมิใจในฝีมือของตนอย่างยิ่ง และพร้อมสร้างเกราะหนักกับอาวุธทรงพลังไว้ใช้ปกป้องตนเอง เทพในเขตอำนาจนี้ประกอบด้วย กอนด์ (Gond), รีออร์กซ์ (Reorx), โอนาทาร์ (Onatar), โมราดิน (Moradin), เฮเฟสตัส (Hephaestus) และกอยฟ์นิว (Goibhniu)
ความสามารถประจำเขตอำนาจแห่งการหลอมตีโลหะ (Forge Domain Features)
| เลเวลเคลอริก | ความสามารถ |
|---|---|
| เลเวล 1 | คาถาประจำเขตอำนาจ, โบนัสความชำนาญ, พรแห่งเตาหลอม |
| เลเวล 2 | การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: พรแห่งช่างฝีมือ |
| เลเวล 6 | จิตวิญญาณแห่งเตาหลอม |
| เลเวล 8 | การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (1d8) |
| เลเวล 14 | การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (2d8) |
| เลเวล 17 | นักบุญแห่งเตาหลอมและเปลวไฟ |
คาถาประจำเขตอำนาจ (Domain Spells)
คุณได้รับคาถาประจำเขตอำนาจเมื่อบรรลุเลเวลเคลอริกตามที่ระบุในตารางคาถาประจำเขตอำนาจแห่งการหลอมตีโลหะ ดูวิธีการทำงานของคาถาเหล่านี้ได้จากความสามารถประจำคลาสเขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domain)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งการหลอมตีโลหะ (Forge Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | พิสูจน์อัตลักษณ์ (Identify), ทัณฑ์เพลิงสวรรค์ (Searing Smite) |
| เลเวล 3 | โลหะร้อน (Heat Metal), อาวุธเวทย์มนต์ (Magic Weapon) |
| เลเวล 5 | อาวุธพลังธาตุ (Elemental Weapon), ปกป้องจากพลังงาน (Protection from Energy) |
| เลเวล 7 | สร้างสิ่งของ (Fabricate), กำแพงไฟ (Wall of Fire) |
| เลเวล 9 | วัตถุมีชีวิต (Animate Objects), งานสร้างสรรค์ (Creation) |
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiencies)
เมื่อคุณเลือกเขตอำนาจนี้ที่เลเวล 1 คุณจะได้รับความชำนาญในการใช้เกราะหนัก (Heavy Armor) และเครื่องมือช่างตีเหล็ก (Smith’s Tools)
พรแห่งเตาหลอม (Blessing of the Forge)
ที่เลเวล 1 คุณได้รับความสามารถในการถ่ายทอดพลังเวทย์มนต์สู่อาวุธหรือชุดเกราะ เมื่อสิ้นสุดการพักยาว คุณสามารถสัมผัสวัตถุที่ไม่ใช่เวทย์มนต์หนึ่งชิ้นซึ่งเป็นชุดเกราะ อาวุธพื้นฐาน (Simple Weapon) หรืออาวุธสงคราม (Martial Weapon) วัตถุนั้นจะกลายเป็นไอเท็มเวทย์มนต์จนกระทั่งสิ้นสุดการพักยาวครั้งถัดไปของคุณหรือจนกว่าคุณจะตาย หากวัตถุนั้นเป็นชุดเกราะ มันจะมอบโบนัส +1 ให้กับ AC แต่หากเป็นอาวุธ มันจะมอบโบนัส +1 ให้กับการทอยโจมตีและการทอยความเสียหาย
เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: พรแห่งช่างฝีมือ (Channel Divinity: Artisan’s Blessing)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อสร้างสิ่งของที่ไม่ซับซ้อนได้
คุณประกอบพิธีกรรมเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อสร้างไอเท็มที่ไม่ใช่เวทย์มนต์และต้องมีโลหะเป็นส่วนประกอบ ไอเท็มนั้นอาจเป็นอาวุธพื้นฐานหรืออาวุธสงคราม ชุดเกราะ เครื่องกระสุน 10 ชิ้น ชุดเครื่องมือ หรือวัตถุโลหะชนิดอื่น (ดูตัวอย่างสิ่งของเหล่านี้ได้ในบทที่ 5 “อุปกรณ์ (Equipment)” ของ คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook)) เมื่อครบ 1 ชั่วโมง การสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ และไอเท็มจะก่อตัวขึ้นบนพื้นผิวในพื้นที่ว่างที่คุณเลือกภายในระยะ 5 ฟุตจากคุณ
สิ่งของที่คุณสร้างต้องมีมูลค่าไม่เกิน 100 gp ในการประกอบพิธีกรรมนี้ คุณต้องวางโลหะซึ่งอาจรวมถึงเหรียญ โดยโลหะนั้นต้องมีมูลค่าเท่ากับสิ่งของที่จะสร้าง เมื่อพิธีกรรมสิ้นสุดลง โลหะจะหลอมรวมและเปลี่ยนเป็นสิ่งของนั้นอย่างถาวร โดยพลังเวทย์มนต์จะสร้างแม้กระทั่งส่วนประกอบที่ไม่ใช่โลหะขึ้นมาด้วย
พิธีกรรมนี้สามารถสร้างสิ่งของที่ไม่ใช่เวทย์มนต์และมีโลหะเป็นส่วนประกอบขึ้นมาอีกชิ้นให้เหมือนของเดิมได้ เช่น กุญแจ หากคุณมีสิ่งของต้นฉบับอยู่กับตัวตลอดพิธีกรรม
จิตวิญญาณแห่งเตาหลอม (Soul of the Forge)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 6 ความชำนาญเหนือเตาหลอมมอบความสามารถพิเศษดังต่อไปนี้แก่คุณ:
- คุณได้รับความต้านทานต่อความเสียหายจากไฟ
- ขณะสวมเกราะหนัก คุณได้รับโบนัส +1 ให้กับ AC
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 คุณได้รับความสามารถในการผสานพลังเพลิงแห่งเตาหลอมเข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายจากไฟเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
นักบุญแห่งเตาหลอมและเปลวไฟ (Saint of Forge and Fire)
ที่เลเวล 17 สายสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่คุณมีต่อไฟและโลหะจะทรงพลังยิ่งขึ้น:
- คุณได้รับภูมิคุ้มกันต่อความเสียหายจากไฟ
- ขณะสวมเกราะหนัก คุณมีความต้านทานต่อความเสียหายแบบกระแทก แทง และเฉือนจากการโจมตีที่ไม่ใช่เวทย์มนต์
เขตอำนาจแห่งสุสาน (Grave Domain)
คู่มือสรรพสิ่งของซานาธาร์ (Xanathar’s Guide to Everything)
เทพแห่งสุสานคอยพิทักษ์เส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตาย สำหรับเทพเหล่านี้ ความตายและโลกหลังความตายคือรากฐานสำคัญของพหุจักรวาล การรบกวนความสงบของผู้ล่วงลับถือเป็นการกระทำอันน่าชิงชัง เทพแห่งสุสานประกอบด้วย เคลเลมวอร์ (Kelemvor), วี แจส (Wee Jas), วิญญาณบรรพชนแห่งราชสำนักอมตะ (Undying Court), ฮาเดส (Hades), อานูบิส (Anubis) และโอซิริส (Osiris) เหล่าสาวกของเทพเหล่านี้มุ่งปลดปล่อยวิญญาณเร่ร่อนให้ไปสู่สุคติ ทำลายล้างพวกอันเดด และบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ใกล้ตาย เวทมนตร์ของพวกเขายังช่วยยื้อความตายไว้ได้ชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อคนผู้นั้นยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จในโลกใบนี้ ทว่าพลังดังกล่าวเป็นเพียงการผัดผ่อน หาใช่การปฏิเสธความตาย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความตายย่อมมาทวงสิ่งที่เป็นของมันคืน
ความสามารถประจำเขตอำนาจแห่งสุสาน (Grave Domain Features)
| เลเวลเคลอริก | ความสามารถ |
|---|---|
| เลเวล 1 | คาถาประจำเขตอำนาจ, วัฏจักรแห่งมรณา, เนตรแห่งสุสาน |
| เลเวล 2 | การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: เส้นทางสู่สุสาน |
| เลเวล 6 | ผู้พิทักษ์หน้าประตูมรณะ |
| เลเวล 8 | เพิ่มอานุภาพคาถา |
| เลเวล 17 | ผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณ |
คาถาประจำเขตอำนาจ (Domain Spells)
คุณได้รับคาถาประจำเขตอำนาจเมื่อบรรลุเลเวลเคลอริกตามที่ระบุในตารางคาถาประจำเขตอำนาจแห่งสุสาน ดูวิธีการทำงานของคาถาเหล่านี้ได้จากความสามารถประจำคลาสเขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domain)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งสุสาน (Grave Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | พินาศ (Bane), ชีวิตลวง (False Life) |
| เลเวล 3 | นิทราอ่อนโยน (Gentle Repose), แสงสลายวิญญาณ (Ray of Enfeeblement) |
| เลเวล 5 | ชุบชีวิต (Revivify), สัมผัสสูบวิญญาณ (Vampiric Touch) |
| เลเวล 7 | เสื่อมสลาย (Blight), คุ้มครองจากความตาย (Death Ward) |
| เลเวล 9 | บาเรียต้านสิ่งมีชีวิต (Antilife Shell), ปลุกชีพ (Raise Dead) |
วัฏจักรแห่งมรณา (Circle of Mortality)
ที่เลเวล 1 คุณได้รับความสามารถในการควบคุมเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตาย เมื่อคุณใช้คาถาฟื้นฟูฮิตพอยต์ให้สิ่งมีชีวิตที่มี 0 ฮิตพอยต์ และตามปกติต้องทอยลูกเต๋าหนึ่งลูกขึ้นไป ให้ใช้ค่าสูงสุดที่เป็นไปได้ของลูกเต๋าแต่ละลูกแทน
นอกจากนี้ คุณเรียนรู้แคนทริป ไว้ชีวิตคนใกล้ตาย (Spare the Dying) ซึ่งไม่นับรวมในจำนวนแคนทริปเคลอริกที่คุณรู้ สำหรับคุณ คาถานี้มีระยะ 30 ฟุต และคุณสามารถร่ายคาถานี้ด้วยโบนัสแอ็คชัน
เนตรแห่งสุสาน (Eyes of the Grave)
ที่เลเวล 1 คุณได้รับความสามารถในการสัมผัสถึงการมีอยู่ของอันเดดเป็นครั้งคราว การดำรงอยู่ของพวกมันถือเป็นการลบหลู่วัฏจักรแห่งชีวิตตามธรรมชาติ คุณสามารถใช้แอ็คชันเพื่อเปิดประสาทรับรู้และตรวจจับอันเดดด้วยเวทมนตร์ จนจบเทิร์นถัดไปของคุณ คุณจะรู้ตำแหน่งของอันเดดทุกตัวภายในระยะ 60 ฟุตจากคุณ ซึ่งไม่ได้อยู่หลังสิ่งกำบังเต็ม (Total Cover) และไม่ได้รับการปกป้องจากเวทมนตร์หยั่งรู้ (Divination Magic) การรับรู้นี้ไม่เปิดเผยความสามารถหรือตัวตนของสิ่งมีชีวิตนั้น
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งครั้ง) และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: เส้นทางสู่สุสาน (Channel Divinity: Path to the Grave)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อหมายพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นให้ถึงคราวดับสูญ
ด้วยแอ็คชัน คุณเลือกสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณมองเห็นภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณ และสาปมันจนจบเทิร์นถัดไปของคุณ ครั้งถัดไปที่คุณหรือพันธมิตรของคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตที่ถูกสาปโดน มันจะมีความเปราะบางต่อความเสียหายทั้งหมดจากการโจมตีนั้น จากนั้นคำสาปจะสิ้นสุดลง
ผู้พิทักษ์หน้าประตูมรณะ (Sentinel at Death’s Door)
ที่เลเวล 6 คุณได้รับความสามารถในการขัดขวางย่างก้าวของความตาย เมื่อคุณหรือสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณถูกโจมตีคริติคอล คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อเปลี่ยนการโจมตีครั้งนั้นให้เป็นการโจมตีโดนตามปกติ ผลใด ๆ ที่ทำงานเมื่อเกิดการโจมตีคริติคอลจะถูกยกเลิก
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งครั้ง) และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
เพิ่มอานุภาพคาถา (Potent Spellcasting)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 8 คุณเพิ่มค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณให้กับความเสียหายที่คุณสร้างด้วยแคนทริปเคลอริกทุกบท
ผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณ (Keeper of Souls)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 17 คุณสามารถฉวยเศษเสี้ยวพลังชีวิตจากดวงวิญญาณที่กำลังจากไปมาใช้เยียวยาผู้มีชีวิต เมื่อศัตรูที่คุณมองเห็นตายภายในระยะ 60 ฟุตจากคุณ คุณหรือสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณเลือกภายในระยะ 60 ฟุตจากคุณจะฟื้นฟูฮิตพอยต์เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนฮิตไดซ์ (Hit Dice) ของศัตรู คุณใช้ความสามารถนี้ได้เฉพาะเมื่อไม่ได้มีสภาวะ ไร้ความสามารถ (Incapacitated) เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะเริ่มเทิร์นถัดไปของคุณ
เขตอำนาจแห่งความรู้ (Knowledge Domain)
คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook 2014)
เทพแห่งความรู้ เช่น อ็อกห์มา (Oghma), บ็อคค็อบ (Boccob), กิเลียน (Gilean), ออรีออน (Aureon) และธอธ (Thoth) ให้คุณค่ากับการศึกษาและความเข้าใจเหนือสิ่งอื่นใด เทพบางองค์สอนว่าควรรวบรวมความรู้และเผยแพร่ผ่านหอสมุดกับมหาวิทยาลัย หรือส่งเสริมความรู้เชิงปฏิบัติด้านงานช่างและการประดิษฐ์ ขณะที่บางองค์เก็บงำความรู้และซ่อนเร้นความลับไว้แต่ผู้เดียว ส่วนเทพอีกกลุ่มสัญญาว่าเหล่าสาวกจะได้รับพลังอำนาจมหาศาล หากไขความลับแห่งพหุจักรวาลได้ ผู้ติดตามเทพเหล่านี้ศึกษาศาสตร์เร้นลับ สะสมตำราโบราณ สำรวจสถานที่ลี้ลับใต้พิภพ และเสาะหาความรู้ทุกแขนง เทพแห่งความรู้บางองค์ยังสนับสนุนงานช่างและการประดิษฐ์ เช่น เทพช่างตีเหล็กอย่าง กอนด์ (Gond), รีออร์กซ์ (Reorx), โอนาทาร์ (Onatar), โมราดิน (Moradin), เฮเฟสตัส (Hephaestus) และกอยฟ์นิว (Goibhniu)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งความรู้ (Knowledge Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | คำสั่ง (Command), พิสูจน์อัตลักษณ์ (Identify) |
| เลเวล 3 | พิธีพยากรณ์ (Augury), ชี้นำ (Suggestion) |
| เลเวล 5 | ตรวจจับไม่ได้ (Nondetection), คุยกับความตาย (Speak with Dead) |
| เลเวล 7 | ดวงตาเวทย์มนต์ (Arcane Eye), สร้างความสับสน (Confusion) |
| เลเวล 9 | ตำนานแห่งตำนาน (Legend Lore), ลอบติดตามระยะไกล (Scrying) |
พรแห่งความรู้ (Blessings of Knowledge)
ที่เลเวล 1 คุณเรียนรู้สองภาษาที่คุณเลือก และได้รับความชำนาญในสองทักษะที่คุณเลือกจากรายการต่อไปนี้: เวทย์อาคมลี้ลับ (Arcana), ประวัติศาสตร์ (History), ธรรมชาติ (Nature) หรือ ศาสนา (Religion)
โบนัสความชำนาญของคุณจะเพิ่มเป็นสองเท่าสำหรับการทอยทดสอบความสามารถใด ๆ ที่ใช้หนึ่งในสองทักษะที่เลือกไว้
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: ความรู้แห่งยุคสมัย (Channel Divinity: Knowledge of the Ages)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อดึงความรู้จากขุมปัญญาศักดิ์สิทธิ์ ด้วยแอ็คชัน คุณเลือกทักษะหรือเครื่องมือหนึ่งอย่าง และได้รับความชำนาญในทักษะหรือเครื่องมือนั้นเป็นเวลา 10 นาที
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: อ่านความคิด (Channel Divinity: Read Thoughts)
ที่เลเวล 6 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่ออ่านความคิดของสิ่งมีชีวิต จากนั้นจึงอาศัยการเข้าถึงจิตใจเพื่อออกคำสั่งแก่มัน
ด้วยแอ็คชัน เลือกสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณมองเห็นภายในระยะ 60 ฟุตจากคุณ สิ่งมีชีวิตนั้นต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยผ่าน คุณจะไม่สามารถใช้ความสามารถนี้กับมันได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว
หากสิ่งมีชีวิตทอยไม่ผ่าน คุณจะอ่านความคิดเบื้องต้นของมันได้ขณะที่มันอยู่ภายในระยะ 60 ฟุตจากคุณ (ความคิดที่เด่นชัดที่สุดในขณะนั้น ซึ่งสะท้อนอารมณ์ปัจจุบันและสิ่งที่มันกำลังนึกถึง) ผลนี้คงอยู่เป็นเวลา 1 นาที
ระหว่างนั้น คุณสามารถใช้แอ็คชันเพื่อยุติผลนี้และร่ายคาถา ชี้นำ (Suggestion) ใส่สิ่งมีชีวิตดังกล่าวโดยไม่ต้องใช้สล็อตคาถา เป้าหมายจะทอยป้องกันคาถานี้ไม่ผ่านโดยอัตโนมัติ
เพิ่มอานุภาพคาถา (Potent Spellcasting)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 8 คุณเพิ่มค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณให้กับความเสียหายที่คุณสร้างด้วยแคนทริปเคลอริกทุกบท
นิมิตแห่งอดีต (Visions of the Past)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 17 คุณสามารถเรียกนิมิตจากอดีตที่เกี่ยวข้องกับวัตถุในมือหรือบริเวณรอบตัว คุณต้องใช้เวลาทำสมาธิและสวดภาวนาอย่างน้อย 1 นาที จากนั้นจะเห็นภาพเลือนรางดุจความฝันของเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่นาน คุณทำสมาธิเช่นนี้ได้นานเป็นจำนวนนาทีเท่ากับคะแนนความรอบรู้ (Wisdom) และต้องรักษาสมาธิตลอดช่วงเวลานั้นเสมือนกำลังร่ายคาถา
เมื่อใช้ความสามารถนี้แล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ได้อีกจนกว่าจะจบการพักสั้นหรือการพักยาว
อ่านความทรงจำจากวัตถุ (Object Reading) ขณะถือวัตถุและทำสมาธิ คุณจะเห็นนิมิตของผู้ที่เคยครอบครองมัน เมื่อทำสมาธิครบ 1 นาที คุณจะรู้ว่าเจ้าของได้วัตถุนั้นมาและสูญเสียมันไปอย่างไร รวมถึงเหตุการณ์สำคัญล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับวัตถุและเจ้าของผู้นั้น หากไม่นานมานี้วัตถุเคยเป็นของสิ่งมีชีวิตอื่น (ภายในจำนวนวันเท่ากับคะแนนความรอบรู้ของคุณ) คุณสามารถใช้เวลาทำสมาธิเพิ่มอีก 1 นาทีต่อเจ้าของแต่ละคน เพื่อรับรู้ข้อมูลเดียวกันเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนั้น
อ่านความทรงจำจากสถานที่ (Area Reading) ขณะทำสมาธิ คุณจะเห็นนิมิตของเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในบริเวณรอบตัว (เช่น ห้อง ถนน อุโมงค์ หรือลานโล่ง ในพื้นที่รูปลูกบาศก์ขนาดไม่เกิน 50 ฟุต) โดยย้อนกลับไปเป็นจำนวนวันเท่ากับคะแนนความรอบรู้ของคุณ ทุก 1 นาทีที่ทำสมาธิ คุณจะรับรู้เหตุการณ์สำคัญหนึ่งเหตุการณ์ โดยเริ่มจากเหตุการณ์ล่าสุด เหตุการณ์สำคัญมักเกี่ยวข้องกับอารมณ์อันรุนแรง เช่น การสู้รบและการทรยศ การแต่งงานและการฆาตกรรม การถือกำเนิดและพิธีศพ แต่บางครั้งอาจเป็นเหตุการณ์ธรรมดาที่มีความสำคัญต่อสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ
เขตอำนาจแห่งชีวิต (Life Domain)
เขตอำนาจแห่งชีวิตเน้นไปที่การส่งพลังบวกซึ่งเป็นพลังพื้นฐานของจักรวาลที่สร้างและรักษาสิ่งมีชีวิตทั้งมวล เทพเจ้าแห่งชีวิตจะส่งเสริมพลังชีวิตและสุขภาพจากการรักษาอาการเจ็บป่วยและบาดแผล การดูแลผู้ที่ต้องการการดูแล และขับไล่ปัดเป่าพลังแห่งความตายและเหล่าผีดิบ เรียกได้ว่าเทพใด ๆ ที่ไม่ชั่วร้ายสามารถอยู่ในเขตอำนาจนี้ได้หมด โดยเฉพาะเทพแห่งการเพาะปลูก เช่น ชวนที (Chuantea), อราไว (Arawai) และดีมีเทอร์ (Demeter), เทพแห่งดวงอาทิตย์ เช่น ลาแธนเดอร์ (Lathander), เพลอร์ (Pelor) และ เร-โฮราคฮที (Re-Horakhty), เทพเจ้าแห่งการรักษาหรือความทนทาน เช่น อิลมาเตอร์ (Ilmater), มิชาคาล (Mishakal), อพอลโล่ (Apollo) และไดอันเซลคฺ (Diancecht) และเทพเจ้าแห่งบ้านเรือนและชุมชน เช่นเฮสเทีย (Hestia), เฮธอร์ (Hathor) และโบลเดร (Boldrei)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งชีวิต (Life Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| 1st | bless, cure wounds |
| 3rd | lesser restoration, spiritual weapon |
| 5th | beacon of hope, revivify |
| 7th | death ward, guardian of faith |
| 9th | mass cure wounds, raise dead |
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiency)
เมื่อคุณเลือกเขตอำนาจนี้ตอนเลเวล 1 คุณจะได้ความชำนาญในการใช้เกราะหนัก (heavy armor)
สานุศิษย์แห่งชีวิต (Disciple of Life)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 1 เช่นเดียวกัน คาถาในการรักษาของคุณจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้คาถาไม่ว่าจะเป็นเลเวล 1 หรือสูงกว่าในการฟื้นฟูฮิทพอยท์ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตจะได้รับแต้มเพิ่มเป็นจำนวน 2 + เลเวลของคาถา
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: การสงวนชีวิต (Channel Divinity: Preserve Life)
เริ่มที่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ในการรักษาการบาดเจ็บรุนแรง
โดยใช้แอ็คชัน คุณจะแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และใช้พลังในการรักษาที่สามารถฟื้นฟูค่าฮิทพอยท์ได้เป็นจำนวน 5 เท่าของเลเวลของเคลอริก เลือกสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในระยะ 30 ฟุตรอบตัวคุณ และหารค่าฮิทพอยท์ดังกล่าวแจกจ่ายให้ทุกคนเท่า ๆ กัน ความสามารถนี้สามารถฟื้นฟูฮิทพอยท์ให้กับสิ่งมีชีวิตได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของค่าฮิทพอยท์สูงสุด คุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้กับผีดิบอันเดดหรือหุ่นกลคอนสตรักได้
ผู้รักษาที่ได้รับพร (Blessed Healer)
เริ่มที่เลเวล 6 คาถารักษาที่คุณร่ายให้ผู้อื่นจะรักษาคุณด้วยเช่นกัน เมื่อคุณร่ายคาถาเลเวล 1 หรือสูงกว่าเพื่อทำการฟื้นฟูฮิทพอยท์ให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นนอกเหนือจากตัวคุณ คุณจะได้รับการฟื้นฟูฮิทพอยท์ด้วยเป็นจำนวน 2 + เลเวลของคาถา
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 คุณจะได้รับความสามารถในการผสานการโจมตีด้วยอาวุธของคุณเข้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์ ในการโจมตีในเทิร์นของคุณแต่ละเทิร์น เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตด้วยอาวุธ คุณสามารถจะสร้างความเสียหายพิเศษเป็นความเสียหายด้วยแสงรัศมี (radiant damage) 1d8 ให้กับเป้าหมาย เมื่อคุณถึงเลเวล 14 ความเสียหายพิเศษนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
การรักษาระดับสูงสุด (Supreme Healing)
เริ่มที่เลเวล 17 เมื่อคุณจะทำการทอยลูกเต๋าหนึ่งหรือหลายลูกเพื่อหาค่าการฟื้นฟูฮิทพอยท์ด้วยคาถาตามปกติ คุณสามารถใช้ค่าสูงสุดของลูกเต๋านั้นในแต่ละลูกได้เลย ตัวอย่างเช่น แทนที่จะต้องทอย 2d6 เพื่อหาค่าการฟื้นฟูที่ได้ คุณสามารถใช้ค่า 12 ได้เลย
เขตอำนาจแห่งแสง (Light Domain)
คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook 2014)
เทพแห่งแสง เช่น เฮล์ม (Helm), ลาธานเดอร์ (Lathander), โฟลทัส (Pholtus), บรานชาลา (Branchala), เปลวเพลิงสีเงิน (Silver Flame), เบเลนัส (Belenus), อพอลโล (Apollo) และรา-โฮรักฮ์ตี (Re-Horakhty) ส่งเสริมอุดมคติแห่งการเกิดใหม่และการฟื้นฟู สัจธรรม ความตื่นตัว และความงดงาม โดยมักใช้ดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ เทพบางองค์ได้รับการพรรณนาว่าเป็นดวงอาทิตย์เสียเอง หรือเป็นสารถีผู้ขับราชรถนำดวงตะวันข้ามท้องฟ้า บางองค์เป็นผู้พิทักษ์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ดวงตาของพวกเขามองทะลุทุกเงามืดและกลลวง ส่วนบางองค์เป็นเทพแห่งความงามและศิลปะ ผู้สอนว่าศิลปะคือหนทางยกระดับจิตวิญญาณ เคลอริกของเทพแห่งแสงคือดวงวิญญาณผู้ตื่นรู้ เปี่ยมด้วยแสงรัศมีและพลังแห่งสายตาอันหยั่งเห็นของเทพเจ้า มีหน้าที่ขับไล่คำลวงและเผาผลาญความมืดให้มอดไหม้
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งแสง (Light Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | ฝ่ามือเพลิง (Burning Hands), เพลิงแห่งแฟรี่ (Faerie Fire) |
| เลเวล 3 | ลูกไฟเพลิงผลาญ (Flaming Sphere), ลำแสงเพลิงผลาญ (Scorching Ray) |
| เลเวล 5 | แสงดั่งกลางวัน (Daylight), ลูกไฟโลกันต์ (Fireball) |
| เลเวล 7 | ผู้คุ้มครองแห่งความศรัทธา (Guardian of Faith), กำแพงไฟ (Wall of Fire) |
| เลเวล 9 | เสาเพลิงโลกันต์ (Flame Strike), ลอบติดตามระยะไกล (Scrying) |
แคนทริปเพิ่มเติม (Bonus Cantrip)
เมื่อคุณเลือกเขตอำนาจนี้ที่เลเวล 1 คุณจะได้รับแคนทริป แสง (Light) หากยังไม่รู้คาถานี้ แคนทริปดังกล่าวไม่นับรวมในจำนวนแคนทริปเคลอริกที่คุณรู้
เปลวแสงคุ้มกัน (Warding Flare)
นอกจากนี้ ที่เลเวล 1 คุณสามารถแทรกแสงศักดิ์สิทธิ์ระหว่างตัวคุณกับศัตรูที่กำลังโจมตี เมื่อสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณโจมตีคุณ คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อทำให้การทอยโจมตีนั้นเป็นการทอยแบบเสียเปรียบ โดยแสงจะวาบขึ้นตรงหน้าผู้โจมตีก่อนจะตัดสินว่าการโจมตีโดนหรือไม่ ผู้โจมตีที่ไม่สามารถติดสภาวะตาบอดได้จะไม่ได้รับผลจากความสามารถนี้
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งครั้ง) และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: รัศมีแห่งรุ่งอรุณ (Channel Divinity: Radiance of the Dawn)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อควบคุมแสงตะวัน ขับไล่ความมืดและสร้างความเสียหายด้วยแสงรัศมีแก่ศัตรู
ด้วยแอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และขจัดความมืดที่เกิดจากเวทมนตร์ทั้งหมดภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณ นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูแต่ละตัวภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณต้องทอยป้องกันความอดทน (Constitution) หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตจะได้รับความเสียหายด้วยแสงรัศมีเท่ากับ 2d10 + เลเวลเคลอริกของคุณ หรือได้รับความเสียหายครึ่งหนึ่งหากทอยผ่าน สิ่งมีชีวิตที่อยู่หลังสิ่งกำบังเต็ม (Total Cover) จากคุณจะไม่ได้รับผล
เปลวแสงคุ้มกันขั้นสูง (Improved Flare)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 6 คุณสามารถใช้ความสามารถเปลวแสงคุ้มกัน เมื่อสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่คุณได้ด้วย
เพิ่มอานุภาพคาถา (Potent Spellcasting)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 8 คุณเพิ่มค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณให้กับความเสียหายที่คุณสร้างด้วยแคนทริปเคลอริกทุกบท
มงกุฎแห่งแสง (Corona of Light)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 17 คุณสามารถใช้แอ็คชันเพื่อปลดปล่อยออร่าแห่งแสงตะวัน ซึ่งคงอยู่เป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าคุณจะใช้แอ็คชันอีกครั้งเพื่อยุติมัน คุณเปล่งแสงสว่างเป็นรัศมี 60 ฟุต และแสงสลัวออกไปอีก 30 ฟุต ศัตรูของคุณที่อยู่ในแสงสว่างจะทอยป้องกันคาถาที่สร้างความเสียหายจากไฟหรือความเสียหายด้วยแสงรัศมีแบบเสียเปรียบ
เขตอำนาจแห่งธรรมชาติ (Nature Domain)
คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook 2014)
เทพแห่งธรรมชาติมีความหลากหลายไม่ต่างจากธรรมชาติ ตั้งแต่เทพผู้ยากหยั่งถึงแห่งพงไพรลึก เช่น ซิลวานัส (Silvanus), โอบัด-ไฮ (Obad-Hai), ชิสเลฟ (Chislev), บาลินอร์ (Balinor) และแพน (Pan) ไปจนถึงเทพผู้เป็นมิตรซึ่งผูกพันกับธารน้ำและพุ่มไม้บางแห่ง เช่น เอลด้าธ (Eldath) ดรูอิดเคารพธรรมชาติในภาพรวมและอาจรับใช้เทพเหล่านี้ โดยประกอบพิธีกรรมลี้ลับและสวดบทภาวนาที่แทบสูญหายด้วยภาษาลับของตน แต่เทพธรรมชาติหลายองค์ก็มีเคลอริกเป็นผู้รับใช้เช่นกัน เหล่านักรบผู้มีบทบาทเชิงรุกในการพิทักษ์ผลประโยชน์ของเทพธรรมชาติองค์ใดองค์หนึ่ง เคลอริกเหล่านี้อาจออกล่าสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่ทำลายป่า อวยพรผลผลิตของผู้ศรัทธา หรือทำให้พืชผลของผู้ที่ทำให้เทพพิโรธเหี่ยวเฉา
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งธรรมชาติ (Nature Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | เป็นมิตรกับสรรพสัตว์ (Animal Friendship), คุยกับสัตว์ (Speak with Animals) |
| เลเวล 3 | ผิวเปลือกไม้ (Barkskin), นรกหนามแหลม (Spike Growth) |
| เลเวล 5 | ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ (Plant Growth), กำแพงลม (Wind Wall) |
| เลเวล 7 | ควบคุมสัตว์ป่า (Dominate Beast), เถาวัลย์คว้าจับ (Grasping Vine) |
| เลเวล 9 | ฝูงแมลงมรณะ (Insect Plague), ล่องไพร (Tree Stride) |
ศิษย์แห่งธรรมชาติ (Acolyte of Nature)
ที่เลเวล 1 คุณเรียนรู้แคนทริปดรูอิดหนึ่งบทที่คุณเลือก สำหรับคุณ แคนทริปนี้ถือเป็นแคนทริปเคลอริก แต่ไม่นับรวมในจำนวนแคนทริปเคลอริกที่คุณรู้ นอกจากนี้ คุณยังได้รับความชำนาญในหนึ่งทักษะที่คุณเลือกจากรายการต่อไปนี้: การจัดการสัตว์ (Animal Handling), ธรรมชาติ (Nature) หรือ การเอาตัวรอด (Survival)
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiency)
นอกจากนี้ ที่เลเวล 1 คุณได้รับความชำนาญในการใช้เกราะหนัก (Heavy Armor)
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: สะกดสัตว์และพืช (Channel Divinity: Charm Animals and Plants)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อสะกดสัตว์และพืช
ด้วยแอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และเอ่ยนามเทพเจ้าของคุณ สัตว์ (Beast) หรือสิ่งมีชีวิตประเภทพืช (Plant) แต่ละตัวที่มองเห็นคุณภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตนั้นจะติดสภาวะ หลงใหล (Charmed) โดยคุณเป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าจะได้รับความเสียหาย ขณะติดสภาวะหลงใหลโดยคุณ มันจะเป็นมิตรต่อคุณและสิ่งมีชีวิตอื่นที่คุณระบุ
ลดทอนธาตุ (Dampen Elements)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 6 เมื่อคุณหรือสิ่งมีชีวิตภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณได้รับความเสียหายจากกรด ความเย็น ไฟ สายฟ้า หรือฟ้าร้อง คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อมอบความต้านทานต่อความเสียหายครั้งนั้นให้สิ่งมีชีวิตดังกล่าว
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 คุณได้รับความสามารถในการผสานพลังศักดิ์สิทธิ์เข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายจากความเย็น ไฟ หรือสายฟ้าเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย (คุณเลือกชนิดความเสียหาย) เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
เจ้าแห่งธรรมชาติ (Master of Nature)
ที่เลเวล 17 คุณได้รับความสามารถในการออกคำสั่งแก่สัตว์และสิ่งมีชีวิตประเภทพืช ขณะที่สิ่งมีชีวิตติดสภาวะ หลงใหล (Charmed) จากความสามารถสะกดสัตว์และพืชของคุณ คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในเทิร์นของคุณเพื่อออกคำสั่งด้วยวาจาว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวจะทำอะไรในเทิร์นถัดไปของมัน
เขตอำนาจแห่งระเบียบ (Order Domain)
หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)
เขตอำนาจแห่งระเบียบเป็นตัวแทนของวินัยและความศรัทธาต่อกฎที่กำกับสังคม สถาบัน หรือปรัชญา เคลอริกแห่งระเบียบใคร่ครวญถึงตรรกะและความยุติธรรมขณะรับใช้เทพเจ้าของตน ตัวอย่างเทพเหล่านี้ปรากฏในตารางเทพแห่งระเบียบ
เคลอริกแห่งระเบียบเชื่อว่ากฎหมายที่ร่างขึ้นอย่างรอบคอบจะสร้างลำดับอำนาจอันชอบธรรม และผู้ที่กฎหมายเลือกให้เป็นผู้นำย่อมต้องได้รับการเชื่อฟัง ผู้ใต้ปกครองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ แต่หากผู้นำไม่อาจพิทักษ์กฎหมาย ผู้นั้นก็ต้องถูกแทนที่ ด้วยวิถีนี้ กฎหมายจึงถักทอสายใยแห่งหน้าที่ซึ่งก่อให้เกิดระเบียบและความมั่นคงท่ามกลางพหุจักรวาลอันโกลาหล
เทพแห่งระเบียบ (Order Deities)
| ตัวอย่างเทพ | เทวสภา |
|---|---|
| ออรีออน (Aureon) | เอเบอรอน (Eberron) |
| เบน (Bane) | อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) |
| มาจีเร (Majere) | ดรากอนแลนซ์ (Dragonlance) |
| โฟลทัส (Pholtus) | เกรย์ฮ็อค (Greyhawk) |
| เทียร์ (Tyr) | อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) |
| วี แจส (Wee Jas) | เกรย์ฮ็อค (Greyhawk) |
คาถาประจำเขตอำนาจ (Domain Spells)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 1
คุณได้รับคาถาประจำเขตอำนาจเมื่อบรรลุเลเวลเคลอริกตามที่ระบุในตารางคาถาประจำเขตอำนาจแห่งระเบียบ ดูวิธีการทำงานของคาถาเหล่านี้ได้จาก ความสามารถประจำคลาสเขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domain) ใน คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งระเบียบ (Order Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | คำสั่ง (Command), เสริมความกล้าหาญ (Heroism) |
| เลเวล 3 | ตรึงบุคคล (Hold Person), อาณาเขตสัจจะ (Zone of Truth) |
| เลเวล 5 | ถ้อยคำแห่งการฟื้นฟูหมู่ (Mass Healing Word), ช้าลง (Slow) |
| เลเวล 7 | แรงบีบบังคับ (Compulsion), ระบุตำแหน่งสิ่งมีชีวิต (Locate Creature) |
| เลเวล 9 | สื่อสารกับทวยเทพ (Commune), ควบคุมบุคคล (Dominate Person) |
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiencies)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 1
คุณได้รับความชำนาญในการใช้เกราะหนัก (Heavy Armor) และได้รับความชำนาญในทักษะ การข่มขู่ (Intimidation) หรือ การโน้มน้าว (Persuasion) อย่างใดอย่างหนึ่งที่คุณเลือก
วาจาแห่งอำนาจ (Voice of Authority)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 1
คุณสามารถเรียกใช้พลังแห่งกฎหมายเพื่อหนุนใจให้พันธมิตรเข้าโจมตี หากคุณร่ายคาถาโดยใช้สล็อตคาถาเลเวล 1 ขึ้นไปและเลือกพันธมิตรเป็นเป้าหมาย หลังคาถามีผลทันที พันธมิตรคนนั้นสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อโจมตีด้วยอาวุธหนึ่งครั้งใส่สิ่งมีชีวิตที่คุณเลือกและมองเห็น
หากคาถามีพันธมิตรมากกว่าหนึ่งคนเป็นเป้าหมาย คุณเป็นผู้เลือกว่าพันธมิตรคนใดจะโจมตีได้
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: บัญชาแห่งระเบียบ (Channel Divinity: Order’s Demand)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 2
คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อแผ่บารมีอันน่าเกรงขามเหนือผู้อื่น
ด้วยแอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่คุณเลือกซึ่งมองเห็นหรือได้ยินคุณภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณต้องทอยป้องกันความรอบรู้ (Wisdom) ให้ผ่าน มิฉะนั้นจะติดสภาวะ หลงใหล (Charmed) โดยคุณจนจบเทิร์นถัดไปของคุณหรือจนกว่าสิ่งมีชีวิตที่หลงใหลจะได้รับความเสียหาย เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นทอยไม่ผ่าน คุณยังสามารถทำให้พวกมันทิ้งสิ่งของที่ถืออยู่ได้ด้วย
ร่างอวตารแห่งกฎหมาย (Embodiment of the Law)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 6
คุณเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการถ่ายทอดพลังเวทมนตร์เพื่อบีบบังคับผู้อื่น
หากคุณร่ายคาถากลุ่มมหาเสน่ห์ (Enchantment) โดยใช้สล็อตคาถาเลเวล 1 ขึ้นไป คุณสามารถเปลี่ยนเวลาร่ายของคาถาครั้งนี้เป็น 1 โบนัสแอ็คชันได้ ตราบใดที่เวลาร่ายตามปกติของคาถาคือ 1 แอ็คชัน
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งครั้ง) และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 8
คุณได้รับความสามารถในการผสานพลังศักดิ์สิทธิ์เข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายจากพลังจิตเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
พิโรธแห่งระเบียบ (Order’s Wrath)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งระเบียบ เลเวล 17
ศัตรูที่คุณหมายจะทำลายย่อมอ่อนกำลังลงภายใต้การประสานพลังของคุณและพันธมิตร หากคุณสร้างความเสียหายจากการโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์แก่สิ่งมีชีวิตในเทิร์นของคุณ คุณสามารถสาปมันจนถึงเริ่มเทิร์นถัดไปของคุณ ครั้งถัดไปที่พันธมิตรคนหนึ่งของคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตที่ถูกสาปโดน เป้าหมายจะได้รับความเสียหายจากพลังจิตเพิ่มเติม 2d8 และคำสาปจะสิ้นสุดลง คุณสาปสิ่งมีชีวิตด้วยวิธีนี้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อเทิร์น
เขตอำนาจแห่งสันติ (Peace Domain)
หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)
พลังเยียวยาแห่งสันติผลิบานในหัวใจของชุมชนที่เกื้อกูลกัน ระหว่างบ้านเมืองที่เป็นมิตร และภายในจิตวิญญาณของผู้มีเมตตา เทพแห่งสันติดลใจผู้คนทุกหมู่เหล่าให้คลี่คลายความขัดแย้งและยืนหยัดต่อต้านกองกำลังที่ขัดขวางมิให้สันติภาพเบ่งบาน ดูรายชื่อเทพบางองค์ที่เกี่ยวข้องกับเขตอำนาจนี้ได้ในตารางเทพแห่งสันติ
เคลอริกแห่งสันติเป็นประธานในการลงนามสนธิสัญญา และมักได้รับเชิญให้ตัดสินข้อพิพาท พรของเคลอริกเหล่านี้นำผู้คนให้ใกล้ชิดกันและช่วยให้ร่วมแบกรับภาระของกันและกัน ส่วนเวทมนตร์ของพวกเขาคอยช่วยเหลือผู้ที่จำต้องต่อสู้เพื่อหนทางแห่งสันติ
เทพแห่งสันติ (Peace Deities)
| ตัวอย่างเทพ | เทวสภา |
|---|---|
| แองฮาร์ราธ (Angharradh) | เอลฟ์ (Elven) |
| เบอร์โรนาร์ ทรูซิลเวอร์ (Berronar Truesilver) | ดวอร์ฟ (Dwarven) |
| โบลเดร (Boldrei) | เอเบอรอน (Eberron) |
| เซอร์โรลาลี (Cyrrollalee) | ฮาล์ฟลิง (Halfling) |
| เอลด้าธ (Eldath) | อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) |
| แกร์ดัล ไอรอนแฮนด์ (Gaerdal Ironhand) | โนม (Gnomish) |
| พาลาดีน (Paladine) | ดรากอนแลนซ์ (Dragonlance) |
| ราโอ (Rao) | เกรย์ฮ็อค (Greyhawk) |
คาถาประจำเขตอำนาจ (Domain Spells)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 1
คุณได้รับคาถาประจำเขตอำนาจเมื่อบรรลุเลเวลเคลอริกตามที่ระบุในตารางคาถาประจำเขตอำนาจแห่งสันติ ดูวิธีการทำงานของคาถาเหล่านี้ได้จากความสามารถประจำคลาสเขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domain)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งสันติ (Peace Domain Spells)
เครื่องหมายแห่งสันติ (Implement of Peace)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 1
คุณได้รับความชำนาญในทักษะ การมองทะลุ (Insight), การแสดง (Performance) หรือ การโน้มน้าว (Persuasion) หนึ่งอย่างที่คุณเลือก
สายสัมพันธ์เสริมใจ (Emboldening Bond)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 1
คุณสามารถสร้างสายสัมพันธ์ที่มอบพลังระหว่างผู้ที่มีไมตรีต่อกัน ด้วยแอ็คชัน คุณเลือกสิ่งมีชีวิตที่เต็มใจภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณ (รวมถึงตัวคุณเองได้) เป็นจำนวนเท่ากับโบนัสความชำนาญของคุณ แล้วสร้างสายสัมพันธ์เวทมนตร์ระหว่างพวกเขาเป็นเวลา 10 นาทีหรือจนกว่าคุณจะใช้ความสามารถนี้อีกครั้ง ขณะที่สิ่งมีชีวิตซึ่งมีสายสัมพันธ์อยู่ภายในระยะ 30 ฟุตจากสิ่งมีชีวิตร่วมสายสัมพันธ์อีกตัว มันสามารถทอย d4 และนำผลที่ได้ไปเพิ่มให้การทอยโจมตี การทอยทดสอบความสามารถ หรือการทอยป้องกันของตน สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวเพิ่ม d4 ด้วยวิธีนี้ได้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อเทิร์น
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญของคุณ และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: พลังเยียวยาแห่งสันติ (Channel Divinity: Balm of Peace)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 2
คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อให้การปรากฏตัวของคุณนำมาซึ่งพลังเยียวยา ด้วยแอ็คชัน คุณสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลไม่เกินความเร็วของคุณโดยไม่กระตุ้นการโจมตีฉวยโอกาส และเมื่อเคลื่อนเข้ามาภายในระยะ 5 ฟุตจากสิ่งมีชีวิตอื่นระหว่างแอ็คชันนี้ คุณสามารถฟื้นฟูฮิตพอยต์ให้สิ่งมีชีวิตนั้นเป็นจำนวนเท่ากับ 2d6 + ค่าปรับความรอบรู้ของคุณ (อย่างน้อย 1 ฮิตพอยต์) สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวรับการรักษานี้ได้เพียงหนึ่งครั้งทุกครั้งที่คุณใช้แอ็คชันนี้
สายสัมพันธ์คุ้มครอง (Protective Bond)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 6
สายสัมพันธ์ที่คุณสร้างขึ้นช่วยให้ผู้คนปกป้องกันและกัน เมื่อสิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลจากความสามารถสายสัมพันธ์เสริมใจกำลังจะได้รับความเสียหาย สิ่งมีชีวิตร่วมสายสัมพันธ์อีกตัวซึ่งอยู่ภายในระยะ 30 ฟุตจากตัวแรกสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อเทเลพอร์ตไปยังพื้นที่ว่างภายในระยะ 5 ฟุตจากสิ่งมีชีวิตตัวแรก จากนั้นสิ่งมีชีวิตตัวที่สองจะรับความเสียหายทั้งหมดแทน
เพิ่มอานุภาพคาถา (Potent Spellcasting)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 8
คุณเพิ่มค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณให้กับความเสียหายที่คุณสร้างด้วยแคนทริปเคลอริกทุกบท
สายสัมพันธ์แผ่ไพศาล (Expansive Bond)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งสันติ เลเวล 17
ประโยชน์จากความสามารถสายสัมพันธ์เสริมใจและสายสัมพันธ์คุ้มครองของคุณจะทำงานเมื่อสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในระยะ 60 ฟุตจากกัน นอกจากนี้ เมื่อสิ่งมีชีวิตใช้สายสัมพันธ์คุ้มครองเพื่อรับความเสียหายแทนผู้อื่น มันจะมีความต้านทานต่อความเสียหายนั้น
เขตอำนาจแห่งพายุพิโรธ (Tempest Domain) เนื้อหาเก่า (Legacy)
คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook 2014)
เทพผู้มีเขตอำนาจแห่งพายุพิโรธ เช่น ทาลอส (Talos), อัมเบอร์ลี (Umberlee), คอร์ด (Kord), เซโบอิม (Zeboim), ผู้กลืนกิน (the Devourer), ซุส (Zeus) และธอร์ (Thor) ปกครองพายุ ท้องทะเล และท้องฟ้า เทพเหล่านี้มีทั้งเทพแห่งสายฟ้าและฟ้าร้อง เทพแห่งแผ่นดินไหว เทพแห่งไฟบางองค์ ตลอดจนเทพแห่งความรุนแรง พละกำลัง และความกล้าหาญ ในเทวสภาบางแห่ง เทพของเขตอำนาจนี้ปกครองเหนือเทพองค์อื่นและขึ้นชื่อเรื่องการพิพากษาอันฉับไวด้วยอสนีบาต สำหรับเทวสภาของชนชาติเดินเรือ เทพแห่งเขตอำนาจนี้คือเทพแห่งมหาสมุทรและผู้อุปถัมภ์กะลาสี เทพแห่งพายุส่งเคลอริกออกไปสร้างความยำเกรงในหมู่สามัญชน เพื่อให้ผู้คนยึดมั่นในหนทางอันชอบธรรมหรือถวายเครื่องบูชาขอขมาเพื่อหลีกเลี่ยงโทสะจากสวรรค์
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งพายุพิโรธ (Tempest Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | ม่านหมอก (Fog Cloud), คลื่นกัมปนาท (Thunderwave) |
| เลเวล 3 | ลมกระโชก (Gust of Wind), แตกละเอียด (Shatter) |
| เลเวล 5 | เรียกสายฟ้า (Call Lightning), พายุฝนลูกเห็บ (Sleet Storm) |
| เลเวล 7 | ควบคุมน้ำ (Control Water), พายุน้ำแข็ง (Ice Storm) |
| เลเวล 9 | ระลอกคลื่นทำลายล้าง (Destructive Wave), ฝูงแมลงมรณะ (Insect Plague) |
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiencies)
ที่เลเวล 1 คุณได้รับความชำนาญในการใช้อาวุธสงคราม (Martial Weapon) และเกราะหนัก (Heavy Armor)
พิโรธแห่งพายุ (Wrath of the Storm)
นอกจากนี้ ที่เลเวล 1 คุณสามารถโต้กลับผู้โจมตีด้วยพลังคำรามแห่งพายุ เมื่อสิ่งมีชีวิตที่คุณมองเห็นภายในระยะ 5 ฟุตจากคุณโจมตีคุณโดน คุณสามารถใช้รีแอ็คชันเพื่อบังคับให้มันต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity) หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตจะได้รับความเสียหายจากสายฟ้าหรือฟ้าร้อง 2d8 (คุณเลือกชนิดความเสียหาย) หรือได้รับความเสียหายครึ่งหนึ่งหากทอยผ่าน
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งครั้ง) และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: พิโรธทำลายล้าง (Channel Divinity: Destructive Wrath)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อควบคุมพลังแห่งพายุด้วยความดุดันไร้ขีดจำกัด
เมื่อคุณต้องทอยความเสียหายจากสายฟ้าหรือฟ้าร้อง คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างความเสียหายสูงสุดแทนการทอย
อสนีบาตผลักไส (Thunderbolt Strike)
ที่เลเวล 6 เมื่อคุณสร้างความเสียหายจากสายฟ้าแก่สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ (Large) หรือเล็กกว่า คุณสามารถผลักมันออกห่างจากคุณได้ไกลไม่เกิน 10 ฟุต
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 คุณได้รับความสามารถในการผสานพลังศักดิ์สิทธิ์เข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายจากฟ้าร้องเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
กำเนิดแห่งพายุ (Stormborn)
ที่เลเวล 17 คุณมีความเร็วในการบินเท่ากับความเร็วในการเดินปัจจุบันของคุณ ตราบใดที่คุณไม่ได้อยู่ใต้ดินหรือภายในอาคาร
เขตอำนาจแห่งเล่ห์อุบาย (Trickery Domain) เนื้อหาเก่า (Legacy)
คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook 2014)
เทพแห่งเล่ห์อุบาย เช่น ไทมอร่า (Tymora), บีชาบา (Beshaba), โอลิแดมมารา (Olidammara), นักเดินทาง (the Traveler), การ์ล กลิตเตอร์โกลด์ (Garl Glittergold) และโลกิ (Loki) เป็นจอมป่วนและผู้จุดชนวนเหตุที่คอยท้าทายระเบียบอันเป็นที่ยอมรับของทั้งเทพและมนุษย์ พวกเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ของหัวขโมย คนพาล นักพนัน กบฏ และผู้ปลดแอก เคลอริกของเทพเหล่านี้คือพลังที่สั่นคลอนโลก คอยทำลายความหยิ่งผยอง เย้ยหยันทรราช ขโมยจากคนร่ำรวย ปลดปล่อยเชลย และท้าทายประเพณีอันว่างเปล่า พวกเขาชื่นชอบกลอุบาย การกลั่นแกล้ง การหลอกลวง และการโจรกรรมมากกว่าการเผชิญหน้าโดยตรง
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งเล่ห์อุบาย (Trickery Domain Spells)
| เลเวลเคลอริก | คาถา |
|---|---|
| เลเวล 1 | มนต์มหาเสน่ห์ (Charm Person), คาถาแปลงกาย (Disguise Self) |
| เลเวล 3 | เงาร่างเสมือน (Mirror Image), เคลื่อนไหวไร้ร่องรอย (Pass without Trace) |
| เลเวล 5 | หายตัว (Blink), เพิกถอนเวทย์มนต์ (Dispel Magic) |
| เลเวล 7 | ประตูมิติ (Dimension Door), สาปให้เป็นสัตว์ (Polymorph) |
| เลเวล 9 | ควบคุมบุคคล (Dominate Person), ปรับเปลี่ยนความทรงจำ (Modify Memory) |
พรแห่งจอมกล (Blessing of the Trickster)
ตั้งแต่เมื่อคุณเลือกเขตอำนาจนี้ที่เลเวล 1 คุณสามารถใช้แอ็คชันสัมผัสสิ่งมีชีวิตที่เต็มใจหนึ่งตัวซึ่งไม่ใช่ตัวคุณ เพื่อให้มันได้เปรียบในการทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) พรนี้คงอยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโมงหรือจนกว่าคุณจะใช้ความสามารถนี้อีกครั้ง
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: เรียกร่างลวง (Channel Divinity: Invoke Duplicity)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อสร้างร่างลวงตาที่เหมือนตัวคุณ
ด้วยแอ็คชัน คุณสร้างร่างลวงตาที่เหมือนตัวคุณทุกประการ ซึ่งคงอยู่เป็นเวลา 1 นาทีหรือจนกว่าคุณจะเสียสมาธิ (เสมือนกำลังรักษาสมาธิกับคาถา) ร่างลวงจะปรากฏในพื้นที่ว่างที่คุณมองเห็นภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณ คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในเทิร์นของคุณเพื่อเคลื่อนร่างลวงไปยังพื้นที่ที่มองเห็นได้ไกลไม่เกิน 30 ฟุต แต่ร่างลวงต้องอยู่ภายในระยะ 120 ฟุตจากคุณ
ตลอดช่วงเวลา คุณสามารถร่ายคาถาเสมือนยืนอยู่ในพื้นที่ของร่างลวง แต่ยังต้องใช้ประสาทสัมผัสของตนเอง นอกจากนี้ เมื่อทั้งคุณและร่างลวงอยู่ภายในระยะ 5 ฟุตจากสิ่งมีชีวิตที่มองเห็นร่างลวง คุณจะได้เปรียบในการทอยโจมตีใส่สิ่งมีชีวิตนั้น เพราะร่างลวงทำให้เป้าหมายเสียสมาธิ
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: ผ้าคลุมเงา (Channel Divinity: Cloak of Shadows)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 6 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อหายตัว
ด้วยแอ็คชัน คุณจะติดสภาวะ ล่องหน (Invisible) จนจบเทิร์นถัดไปของคุณ คุณจะปรากฏตัวหากโจมตีหรือร่ายคาถา
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 คุณได้รับความสามารถในการผสานพิษซึ่งเป็นของขวัญจากเทพเจ้าลงในการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายจากพิษเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
ร่างลวงขั้นสูง (Improved Duplicity)
ที่เลเวล 17 เมื่อคุณใช้เรียกร่างลวง คุณสามารถสร้างร่างลวงของตนได้สูงสุดสี่ร่างแทนหนึ่งร่าง คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันในเทิร์นของคุณเพื่อเคลื่อนร่างลวงกี่ร่างก็ได้ไปไกลไม่เกิน 30 ฟุต โดยแต่ละร่างต้องอยู่ภายในระยะ 120 ฟุตจากคุณ
เขตอำนาจแห่งยามสนธยา (Twilight Domain)
หม้อต้มสารพัดนึกของทาชา (Tasha’s Cauldron of Everything)
ช่วงสนธยาที่แสงสว่างค่อย ๆ เลือนหายสู่ความมืดมักนำมาซึ่งความสงบและแม้กระทั่งความยินดี เมื่อภาระงานของวันสิ้นสุดและเวลาแห่งการพักผ่อนเริ่มต้นขึ้น ความมืดอาจนำพาความหวาดกลัวมาเช่นกัน แต่เทพแห่งยามสนธยาคอยปกป้องผู้คนจากสิ่งสยองขวัญในราตรี
เคลอริกผู้รับใช้เทพเหล่านี้ ซึ่งมีตัวอย่างอยู่ในตารางเทพแห่งยามสนธยา นำความสงบใจมาสู่ผู้แสวงหาการพักผ่อน และปกป้องพวกเขาด้วยการก้าวเข้าสู่ความมืดที่คืบคลานเข้ามา เพื่อให้แน่ใจว่าความมืดจะมอบความสบายใจ มิใช่ความหวาดกลัว
เทพแห่งยามสนธยา (Twilight Deities)
| ตัวอย่างเทพ | เทวสภา |
|---|---|
| โบลเดร (Boldrei) | เอเบอรอน (Eberron) |
| เซเลสเทียน (Celestian) | เกรย์ฮ็อค (Greyhawk) |
| ดอล อาร์ราห์ (Dol Arrah) | เอเบอรอน (Eberron) |
| เฮล์ม (Helm) | อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) |
| อิลมาเตอร์ (Ilmater) | อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) |
| มิชาคาล (Mishakal) | ดรากอนแลนซ์ (Dragonlance) |
| เซลูเน่ (Selûne) | อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน (Forgotten Realms) |
| ยอนดัลลา (Yondalla) | ฮาล์ฟลิง (Halfling) |
คาถาประจำเขตอำนาจ (Domain Spells)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 1
คุณได้รับคาถาประจำเขตอำนาจเมื่อบรรลุเลเวลเคลอริกตามที่ระบุในตารางคาถาประจำเขตอำนาจแห่งยามสนธยา ดูวิธีการทำงานของคาถาเหล่านี้ได้จากความสามารถประจำคลาสเขตอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Domain)
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งยามสนธยา (Twilight Domain Spells)
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiencies)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 1
คุณได้รับความชำนาญในการใช้อาวุธสงคราม (Martial Weapon) และเกราะหนัก (Heavy Armor)
ดวงตาแห่งราตรี (Eyes of Night)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 1
คุณสามารถมองทะลุความมืดมนที่ลึกที่สุด คุณมี การมองเห็นในที่มืด (Darkvision) ในระยะ 300 ฟุต ภายในรัศมีดังกล่าว คุณมองเห็นในแสงสลัวเสมือนเป็นแสงสว่าง และมองเห็นในความมืดเสมือนเป็นแสงสลัว
ด้วยแอ็คชัน คุณสามารถแบ่งปัน การมองเห็นในที่มืด (Darkvision) จากความสามารถนี้ด้วยเวทมนตร์ให้สิ่งมีชีวิตที่เต็มใจซึ่งคุณมองเห็นภายในระยะ 10 ฟุตจากคุณ โดยเลือกได้เป็นจำนวนสูงสุดเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งตัว) การมองเห็นในที่มืดที่แบ่งปันนี้คงอยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เมื่อแบ่งปันแล้ว คุณจะไม่สามารถทำได้อีกจนกว่าจะจบการพักยาว เว้นแต่จะใช้สล็อตคาถาเลเวลใดก็ได้เพื่อแบ่งปันอีกครั้ง
พรแห่งการเฝ้าระวัง (Vigilant Blessing)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 1
ราตรีสอนให้คุณตื่นตัวอยู่เสมอ ด้วยแอ็คชัน คุณมอบการทอยแบบได้เปรียบให้สิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวที่คุณสัมผัส (รวมถึงตัวคุณเอง) ในการทอยจัดลำดับการต่อสู้ครั้งถัดไปของมัน ประโยชน์นี้สิ้นสุดลงทันทีหลังการทอย หรือเมื่อคุณใช้ความสามารถนี้อีกครั้ง
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: เขตคุ้มภัยแห่งสนธยา (Channel Divinity: Twilight Sanctuary)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 2
คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อฟื้นกำลังพันธมิตรด้วยแสงสนธยาอันผ่อนคลาย
ด้วยแอ็คชัน คุณแสดงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และปลดปล่อยทรงกลมแห่งแสงสนธยาออกจากตัวคุณ ทรงกลมมีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวคุณ รัศมี 30 ฟุต และเต็มไปด้วยแสงสลัว มันเคลื่อนที่ไปพร้อมคุณและคงอยู่เป็นเวลา 1 นาที หรือจนกว่าคุณจะติดสภาวะ ไร้ความสามารถ (Incapacitated) หรือตาย เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิต (รวมถึงคุณ) จบเทิร์นของมันภายในทรงกลม คุณสามารถมอบประโยชน์หนึ่งอย่างต่อไปนี้ให้สิ่งมีชีวิตนั้น:
- คุณมอบฮิตพอยต์ชั่วคราวให้มันเป็นจำนวนเท่ากับ 1d6 + เลเวลเคลอริกของคุณ
- คุณยุติผลหนึ่งอย่างที่ทำให้มันติดสภาวะ หลงใหล (Charmed) หรือ หวาดกลัว (Frightened)
ย่างก้าวราตรี (Steps of Night)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 6
คุณสามารถดึงพลังลี้ลับแห่งราตรีมาใช้เพื่อทะยานขึ้นสู่อากาศ ขณะอยู่ในแสงสลัวหรือความมืด คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันเพื่อมอบความเร็วในการบินเท่ากับความเร็วในการเดินของคุณให้ตนเองด้วยเวทมนตร์เป็นเวลา 1 นาที คุณสามารถใช้โบนัสแอ็คชันนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับโบนัสความชำนาญของคุณ และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 8
คุณได้รับความสามารถในการผสานพลังศักดิ์สิทธิ์เข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายด้วยแสงรัศมีเพิ่มเติม 1d8 เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
ม่านสนธยา (Twilight Shroud)
ความสามารถเขตอำนาจแห่งยามสนธยา เลเวล 17
แสงสนธยาที่คุณอัญเชิญโอบล้อมทุกคนไว้ด้วยการคุ้มครอง คุณและพันธมิตรจะได้รับกำบังครึ่งหนึ่ง (Half Cover) ขณะอยู่ภายในทรงกลมที่สร้างจากเขตคุ้มภัยแห่งสนธยาของคุณ
เขตอำนาจแห่งสงคราม (War Domain) เนื้อหาเก่า (Legacy)
คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook 2014)
สงครามปรากฏได้ในหลากหลายรูปแบบ มันอาจเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นวีรบุรุษ หรืออาจเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสยดสยอง เมื่อความโหดร้ายกับความขลาดเขลากลบฝังความเก่งกาจและความกล้าหาญ ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร เทพแห่งสงครามย่อมจับตามองนักรบและมอบรางวัลแก่ผู้สร้างวีรกรรม เคลอริกของเทพเหล่านี้เชี่ยวชาญการรบ พวกเขาปลุกใจผู้อื่นให้ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง หรือถวายการใช้ความรุนแรงเป็นดั่งคำสวดภาวนา เทพแห่งสงครามมีทั้งตัวแทนแห่งเกียรติยศและวิถีอัศวิน เช่น ทอร์ม (Torm), เฮโรเนียส (Heironeous) และคิริ-โจลิธ (Kiri-Jolith); เทพแห่งการทำลายล้างและปล้นสะดม เช่น เอริธนัล (Erythnul), ฟิวรี (the Fury), กรูมส์ (Gruumsh) และแอรีส (Ares); ตลอดจนเทพแห่งการพิชิตและครอบงำ เช่น เบน (Bane), เฮ็กซ์เตอร์ (Hextor) และแม็กลูบิเยต (Maglubiyet) เทพสงครามองค์อื่น เช่น เทมปัส (Tempus), ไนกี (Nike) และนูอาดา (Nuada) วางตนเป็นกลางกว่า โดยส่งเสริมสงครามในทุกรูปแบบและสนับสนุนนักรบไม่ว่าสถานการณ์ใด
คาถาประจำเขตอำนาจแห่งสงคราม (War Domain Spells)
โบนัสความชำนาญ (Bonus Proficiencies)
ที่เลเวล 1 คุณได้รับความชำนาญในการใช้อาวุธสงคราม (Martial Weapon) และเกราะหนัก (Heavy Armor)
นักบวชสงคราม (War Priest)
ตั้งแต่เลเวล 1 เทพเจ้าจะมอบแรงบันดาลใจอันฉับพลันแก่คุณขณะอยู่ในการต่อสู้ เมื่อคุณใช้แอ็คชัน โจมตี (Attack) คุณสามารถโจมตีด้วยอาวุธหนึ่งครั้งด้วยโบนัสแอ็คชัน
คุณสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เป็นจำนวนครั้งเท่ากับค่าปรับความรอบรู้ (Wisdom) ของคุณ (อย่างน้อยหนึ่งครั้ง) และได้รับจำนวนครั้งที่ใช้ไปทั้งหมดคืนเมื่อจบการพักยาว
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: โจมตีชี้นำ (Channel Divinity: Guided Strike)
เริ่มตั้งแต่เลเวล 2 คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ (Channel Divinity) เพื่อโจมตีด้วยความแม่นยำเหนือธรรมชาติ เมื่อคุณทอยโจมตี คุณสามารถใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อรับโบนัส +10 ให้การทอยนั้น คุณตัดสินใจได้หลังจากเห็นผลทอย แต่ก่อนที่ DM จะประกาศว่าการโจมตีโดนหรือไม่
การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์: พรแห่งเทพสงคราม (Channel Divinity: War God’s Blessing)
ที่เลเวล 6 เมื่อสิ่งมีชีวิตภายในระยะ 30 ฟุตจากคุณทอยโจมตี คุณสามารถใช้รีแอ็คชันและใช้การผ่องผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อมอบโบนัส +10 ให้การทอยนั้น คุณตัดสินใจได้หลังจากเห็นผลทอย แต่ก่อนที่ DM จะประกาศว่าการโจมตีโดนหรือไม่
การโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Strike)
ที่เลเวล 8 คุณได้รับความสามารถในการผสานพลังศักดิ์สิทธิ์เข้ากับการโจมตีด้วยอาวุธ หนึ่งครั้งในแต่ละเทิร์นของคุณ เมื่อคุณโจมตีสิ่งมีชีวิตโดนด้วยอาวุธ คุณสามารถทำให้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 1d8 แก่เป้าหมาย โดยเป็นชนิดเดียวกับความเสียหายของอาวุธ เมื่อคุณบรรลุเลเวล 14 ความเสียหายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเป็น 2d8
อวตารแห่งการต่อสู้ (Avatar of Battle)
ที่เลเวล 17 คุณได้รับความต้านทานต่อความเสียหายแบบกระแทก แทง และเฉือนจากการโจมตีที่ไม่ใช่เวทย์มนต์