บทที่ 1: ลูกศรของก๊อบลิน

การผจญภัยเริ่มขึ้นเมื่อตัวละครกำลังอารักขาเกวียนที่เต็มไปด้วยเสบียงและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากเนเวอร์วินเทอร์ไปแฟนดูลิน พวกเขาเดินทางลงใต้บนเส้นทางไฮโรด (High Road) และเลี้ยวไปไตรบอร์เทรล (Triboar Trail) ที่อยู่ทางตะวันออก (ดังที่แสดงในแผนที่) เมื่อพวกเขาเดินทางเกือบจะถึงแฟนดูลินในอีกครึ่งวัน พวกเขาก็เจอเข้ากับกองโจรก๊อบลินจากเผ่าแคร็กมาว

อ่านข้อความในกล่องข้อความนี้เมื่อคุณพร้อมจะเริ่มเกม ถ้าคุณสร้างชนวนการผจญภัยแบบอื่น ให้ข้ามย่อหน้าที่สองไปและปรับรายละเอียดที่จำเป็น โดยข้ามข้อมูลเกี่ยวกับการขับเกวียนไป

ในเมืองเนเวอร์วินเทอร์ ดวอร์ฟนามว่า กันเดรน ร็อคซีคเกอร์ ได้ขอให้พวกคุณนำเกวียนบรรทุกเสบียงและอุปกรณ์จำเป็นไปส่งที่เมืองห่างไกลทุรกันดาลที่ชื่อแฟนดูลิน ห่างจากเมืองไปทางตะวันออกเฉียงใต้สองสามวัน เห็นได้ชัดว่ากันเดรนรู้สึกตื่นเต้นมากและเหตุผลในการเดินทางของเขาก็ดูเป็นความลับอยู่ในครั้งนี้ เขาเพียงบอกว่าเขาและพี่น้องได้พบกับ “บางอย่างที่ใหญ่มาก” และเขาจะจ่ายให้พวกคุณคนละ 10 เหรียญทอง (GP) ในภารกิจอารักขาเกวียนขนส่งของไปที่ร้านเสบียงของบาร์เทน จุดซื้อขายเสบียงและอุปกรณ์ในเมืองแฟนดูลินอย่างปลอดภัย เขาได้ขี่ม้าล่วงหน้าไปก่อนแล้วพร้อมกับนักรบคุ้มกันชื่อ ซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์ บอกไว้เพียงว่าพวกเขาต้องไปก่อนเพื่อ “จัดการธุระ”

พวกคุณใช้เวลาไปสองสามวันในการเดินทางลงใช้ไปตามถนนไฮโรด (High Road) จากเนเวอร์วินเทอร์ และคุณก็เพิ่งจะเลี้ยวมาทางตะวันออกตามทางเกวียนไตรบอร์ (Triboar Trail) ตลอดเส้นทางก็ปลอดภัยดี แต่พื้นที่แถบนี้ก็อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ เป็นที่รู้กันว่าโจรและพวกนอกกฏหมายชอบดักซุ่มอยู่บนทางเกวียนนี้

ก่อนที่จะผจญภัยต่อ ใช้เวลาเล็กน้อยทำสิ่งต่อไปนี้:

  • ให้ผู้เล่นแนะนำตัวละครของพวกเขาให้ทุกคนได้รู้จักถ้ายังไม่ได้แนะนำกัน
  • ให้ผู้เล่นลองคิดเกี่ยวกับว่าตัวละครของพวกเขามารู้จักกับกันเดรนได้อย่างไร ให้ผู้เล่นเชื่อมต่อเรื่องราวของตัวเอง ถ้าผู้เล่นคิดไม่ออกจริง ๆ ให้แนะนำสิ่งที่ง่าย ๆ เช่น กันเดรนเป็นเพื่อนวัยเด็กหรือเป็นคนที่เคยช่วยตัวละครของผู้เล่นเมื่อเจอกับปัญหา การฝึกฝนนี้เป็นโอกาสที่ผู้เล่นจะได้เพิ่มเติมเรื่องราวภูมิหลังของการผจญภัยได้
  • ถามผู้เล่นเกี่ยวกับลำดับการเดินทางและลักษณะการเดินทางของตัวละคร ใครอยู่ด้านหน้าและใครอยู่ด้านหลัง ถ้าตัวละครกำลังอารักขาเกวียนของกันเดรน ฉะนั้นต้องมีตัวละครหนึ่งหรือสองคนที่กำลังขับเกวียนอยู่ ตัวละครที่เหลือสามารถนั่งบนเกวียน, เดินไปด้วย หรือออกดูลาดเลาไปก่อน ทำได้ตามที่พวกเขาต้องการ

การขับเกวียน

ตัวละครใดก็สามารถขับเกวียนได้ และไม่จำเป็นต้องมีทักษะเฉพาะ เกวียนจะลากด้วยวัวสองตัว ถ้าไม่มีใครกุมบังเหียนวัวจะไม่เดินไปไหน

เกวียนจะบรรทุกของที่เป็นอุปกรณ์จำเป็นในการขุดเหมืองและอาหาร โดยมีแป้งสองกระสอบ, หมูเค็มก้อนใหญ่จำนวนหนึ่ง, แอลฤทธิ์แรงสองถัง, พลั่ว, ขวานเจาะหิน, และชะแลง (ราวอย่างละโหล) และตะเกียง 5 ดวงกับน้ำมันอีกจำนวนหนึ่ง (ราว 50 ขวด) มูลค่าของทั้งหมดราว 100 เหรียญทอง (GP)

เมื่อคุณพร้อมแล้ว ไปต่อในส่วน “ก๊อบลินซุ่มโจมตี

ก๊อบลินซุ่มโจมตี

อ่านข้อความในกล่องข้อความเพื่อเริ่มการเผชิญหน้า:

คุณอยู่บนทางเกวียนไตรบอร์มาราวครึ่งวัน เมื่อคุณถึงทางโค้ง คุณก็สังเกตเห็นม้าตายสองตัวอยู่ด้านหน้าของคุณห่างไปราว 50 ฟุต ขวางทางอยู่ แต่ละตัวมีลูกธนูสีดำปักติดอยู่ ไม้ป่าบีบทางตรงนี้ให้แคบลงและมีพุ่มไม้หนาทั้งสองข้างทาง

ถ้าคุณใช้ชนวนการผจญภัย “ไปพบข้าที่แฟนดูลิน” ตัวละครใดก็ได้ที่เข้าไปตรวจสอบใกล้ ๆ จะสามารถระบุได้ว่าม้าเป็นของกันเดรนและซิลดาร์ พวกมันตายมาประมาณหนึ่งวัน และชัดเจนว่าม้าตายด้วยลูกธนูนี้ เมื่อตัวละครเข้ามาสำรวจใกล้ ๆ ในบริเวณ ให้อ่านข้อความดังนี้

กระเป๋าพาดม้าถูกขโมยไป ใกล้ ๆ มีกระบอกแผนที่เปล่าตกอยู่

ก๊อบลิน (goblins) 4 ตัวซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ ด้านละสองตัว พวกมันรอจนกว่าจะมีคนมาเจอซากม้าและจะเข้าโจมตี

นี่น่าจะเป็นการเผชิญหน้าแบบการต่อสู้ครั้งแรกในหลาย ๆ ครั้งที่จะเกิดขึ้นในการผจญภัยนี้ ด้านล่างเป็นขั้นตอนการรันการต่อสู้ให้มีประสิทธิภาพ:

  • ตรวจดูสแต็ทบล็อกของ ก๊อบลิน (goblins) ใน ภาคผนวก B เพราะก๊อบลินนั้นซ่อนตัวอยู่ คุณจะต้องรู้ว่าทักษะการ ลอบเร้น (Stealth) ของพวกมันนั้นมีค่าโมดิไฟเออร์ (modifier) เป็น +6
  • ต้องตรวจสอบว่าใคร หรือมีใคร ที่ประหลาดใจ (surprised) ปาร์ตี้จะไม่ทำให้ก๊อบลินประหลาดใจ แต่ก๊อบลินอาจจะทำให้บางคนหรือทุกคนประหลาดใจได้ ให้ทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ ลอบเร้น (Stealth) สำหรับก๊อบลิน: โดยทอย d20 หนึ่งลูกสำหรับพวกมันทุกตัว และเพิ่มค่าโมดิไฟเออร์ของทักษะการ ลอบเร้น (Stealth) ลงไป ซึ่งคือ +6 ในค่าที่ทอยได้ และนำไปเทียบกับคะแนนการรรับรู้ตามธรรมชาติ (passive Wisdom) ทักษะ Perception ของตัวละคร ตัวละครที่มีค่าต่ำกว่าค่ารวมที่ก๊อบลินทอยได้จะ ประหลาดใจ (surprised) และนั่นจะทำให้ตัวละครไม่สามารถทำอะไรได้ในเทิร์นแรกของการต่อสู้ (ดู ประหลาดใจ (surprised) ใน กฏพื้นฐาน)
  • ใช้ กฏการทอยจัดลำดับการต่อสู้ (initiative rules) ใน กฏพื้นฐาน ในการกำหนดว่าใครจะได้ทำแอ็คชันเป็นคนแรก, คนที่สอง, คนที่สาม และต่อไป ให้จดลำดับการต่อสู้ไว้ในกระดาษ
  • เมื่อถึงเวลาที่ก๊อบลินจะได้ทำแอ็คชัน มีสองตัวที่จะพุ่งเข้าใส่ตัวละครและโจมตีด้วยการโจมตีระยะประชิด ขณะที่ก๊อบลินอีกสองตัวจะยืนห่างออกไป 30 ฟุตและโจมตีด้วยการโจมตีระยะไกล สแต็ทบล็อกของก๊อบลินจะมีรายละเอียดในการโจมตีเหล่านี้ สำหรับรายละเอียดว่าก๊อบลินทำอะไรได้บ้าง คุณสามารถดูได้ใน บทที่ 9, “การต่อสู้,” ใน กฏพื้นฐาน
  • เมื่อก๊อบลินสามตัวถูกกำจัด ก๊อบลินตัวสุดท้ายจะพยายามหนี มันจะหนีไปทางเดินเท้าของก๊อบลิน (goblin trail)

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

ถ้าเรื่องราวกลายเป็นว่าก๊อบลินโค่นนักผจญภัยได้ พวกมันจะปล่อยให้พวกเขาติดสภาวะ หมดสติ (unconscious) ปล้นข้าวของและอาวุธไปจนหมด และพวกมันจะกลับไปที่ที่ซ่อนของพวกแคร็กมาว (Cragmaw hideout) ตัวละครสามารถเดินทางต่อไปแฟนดูลิน ซื้อเครื่องมือและอาวุธใหม่จากร้านเสบียงของบาร์เธน กลับมาที่จุดที่ถูกซุ่มโจมตี และจะค้นพบทางเดินของก๊อบลิน

ตัวละครอาจจะจับก๊อบลินได้หนึ่งหรือสองตัวโดยทุบพวกมันให้ หมดสติ (unconscious) แทนที่จะฆ่ามัน ตัวละครสามารถใช้อาวุธระยะประชิดในการทุบก๊อบลินให้สลบ จะสำเร็จได้เมื่อสร้างความเสียหายได้และทำให้ฮิตพอยต์ของก๊อบลินเป็น 0 เมื่อมันกลับมาได้สติหลังผ่านไปสักครู่ นักผจญภัยสามารถกล่อมให้ก๊อบลินที่โดนจับบอกข้อมูลที่มันรู้ได้ (ดู “ก๊อบลินรู้อะไรบ้าง” ในกล่องข้อมูลด้านล่าง) นักผจญภัยสามารถโน้มน้าวให้ก๊อบลินนำคณะไปหาที่ซ่อนของแคร็กมาวได้ โดยจะไม่เจอกับกับดักระหว่างทางด้วย (ดู “ทางเดินก๊อบลิน (Goblin Trail)”)

ตัวละครอาจจะไม่พบทางเดินก๊อบลิน หรือพวกเขาอาจจะตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไปแฟนดูลิน ในกรณีนี้ ให้ข้ามไป บทที่ 2, “แฟนดูลิน” เอลมา บาร์เธน (Elma Barthen) (เจ้าของร้านเสบียงของบาร์เธน) กำลังรอตัวละครอยู่และจะแจ้งให้ทราบว่ากันเดรน ร๊อคซีคเกอร์ยังมาไม่ถึง เขาจะถามถึงเรื่องที่ก๊อบลินซุ่มโจมตีและจะแนะนำให้ตัวละครกลับไปที่จุดที่ถูกซุ่มโจมตีเพื่อตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง (หลังจากที่ตัวละครพักผ่อนแล้ว) บาร์เธนจะบอกกับคณะด้วยว่า ลินเน เกรย์วินด์ แห่งร้านไลออนชีลด์ โคสเตอร์ (ดูด้านล่าง) จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีของก๊อบลินนี้ได้

การพักผ่อน (Rests)

ปาร์ตี้อาจจะต้องการพักผ่อนหลังจากที่ถูกก๊อบลินซุ่มโจมตี ขึ้นอยู่กับว่าการต่อสู้หนักหน่วงแค่ไหน ดู กฏพื้นฐาน สำหรับรายละเอียดในการพักสั้น (short rests) และพักยาว (long rests)

ทางเดินก๊อบลิน (Goblin Trail)

หลังจากที่ตัวละครจัดการกับก๊อบลินได้แล้ว หากมีการตรวจสอบพื้นที่ในบริเวณนั้นก็จะพบว่าพวกมันใช้พื้นที่นี้ในการซุ่มโจมตีมาระยะหนึ่งแล้ว มีทางเดินที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ทางด้านเหนือของถนนวกขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ตัวละครที่ทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การเอาตัวรอด (Survival) DC 10 ผ่าน จะสังเกตได้ว่ามีก๊อบลินประมาณโหลหนึ่งที่ใช้เส้นทางนี้ และมีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตตัวเท่ามนุษย์สองคนที่ถูกลากไปจากจุดซุ่มโจมตี

ปาร์ตี้สามารถเอาเกวียนไปพักไว้ข้างทางและปลดวัวให้อยู่แถวนั้นก่อนได้ขณะที่ทุกคนไล่ตามก๊อบลินไป

ร่องรอยนำลึกเข้าป่าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 5 ไมล์ และไปจบที่ที่ซ่อนของแคร็กมาว (Cragmaw hideout) (ดู ส่วนนั้น) ขอให้ผู้เล่นกำหนดลำดับการเดินทางก่อนที่จะออกเดินตามรอยไป ลำดับการเดินสำคัญมาก เพราะก๊อบลินวางกับดักไว้เพื่อป้องกันคนที่ไล่ตามมาด้วย

ตาข่ายดัก (Snare) ราว 10 นาที่หลังจากที่เดินตามทางมา คณะเดินทางก็เจอกับกับดักตาข่ายที่ซ่อนไว้ ถ้าตัวละครทำการค้นหากับดัก ตัวละครที่เป็นผู้นำแถวจะสังเกตเห็นกับดักได้โดยอัตโนมัติ ถ้าเข้าหรือเธอมีคะแนนการรับรู้ตามธรรมชาติ (ทักษะ การรับรู้ (Perception)) ที่ 12 หรือมากกว่า มิฉะนั้น ตัวละครต้องทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 12 ให้ผ่านเพื่อตรวจหากับดัก ถ้าตัวละครทอยไม่ผ่าน เขาหรือเธอจะทำให้กับดักตาข่ายทำงาน และต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity saving throw) DC 10 หากทอยไม่ผ่าน ตัวละครจะถูกตาข่ายรวบขึ้นไปห้อยกลับหัว 10 ฟุตเหนือพื้นดิน ตัวละครจะติดสภาวะ ถูกจับมัด (restrained) จนกว่าตาข่ายจะได้รับความเสียหายจากการฟัน (slashing damage) 1 แต้มหรือมากกว่า (ดู ภาคผนวก A ใน กฏพื้นฐาน สำหรับผลของการ ถูกจับมัด (restrained)) ตัวละครที่ไม่ได้ถูกนำลงมาอย่างระมัดระวังจะได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning damage) 1d6 จากการตกลงมา

หลุม (Pit) เดินทางตามทางต่อมาอีก 10 นาทีจะเจอกับหลุมที่ก๊อบลินขุดและอำพรางไว้ หลุมกว้าง 6 ฟุต ลึก 10 ฟุต และจะทำงานเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่ผ่านมัน ตัวละครในตำแหน่งที่เดินนำหน้าจะสามารถสังเกตเห็นหลุมที่ซ่อนอยู่โดยอัตโนมัติ ถ้าเขาหรือเธอมีคะแนนการรับรู้ตามธรรมชาติ (ทักษะ การรับรู้ (Perception)) ที่ 15 หรือมากกว่า มิฉะนั้น ตัวละครต้องทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 15 ให้ผ่านเพื่อตรวจหาหลุมที่ซ่อนอยู่ ถ้ากับดักไม่ถูกตรวจพบ ตัวละครที่เดินนำหน้าสุดจะต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity saving throw) DC 10 หรือตกลงไปในหลุม ได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning damage) 1d6 ผนังหลุมไม่ชันนัก ดังนั้นไม่ต้องทอยทดสอบความสามารถในการปีนขึ้นมา

การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์

เมื่อจัดการก๊อบลินที่ซุ่มโจมตีได้แล้วและค้นหาที่ซ่อนของก๊อบลินแครกมาวเจอ เป็นการปฏิบัติภารกิจเนื้อเรื่องสำเร็จไปหนึ่งหมุดหมาย (story milestone) เมื่อคณะผจญภัยมาถึงที่ซ่อน ให้รางวัลตัวละครแต่ละคน 75 XP ให้แน่ใจว่าผู้เล่นบันทึกสิ่งนี้ลงในชีทตัวละครด้วย

พวกก๊อบลินรู้อะไรบ้าง

ถ้าตัวละครจับกุมหรือทำให้ก๊อบลินหลงใหลได้ ก็สามารถโน้มน้าวให้ก๊อบลินบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ได้:

  • มี ก๊อบลิน (goblins) น้อยกว่า 20 ตัว อาศัยอยู่ในรัง
  • หัวหน้าของพวกมันเป็น บักแบร์ (bugbear) ชื่อว่าคลาร์ก (Klarg) เป็นบริวารของราชากรอล (King Grol) หัวหน้าของเผ่าแคร็กมาว อาศัยอยู่ที่ปราสาทแคร็กมาว (Cragmaw Castle) (ก๊อบลินสามารถให้เส้นทางเบื้องต้นในการไปถึงปราสาทแคร็กมาวได้ มันจะอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของที่ซ่อน ห่างไปราว 20 ไมล์ ในป่าเนเวอร์วินเทอร์วูด (Neverwinter Wood))
  • คลาร์กได้รับข้อความจากราชากรอลเมื่อไม่กี่วันก่อน บอกเขาว่าบางคนที่ชื่อแมงมุมดำ (Black Spider) จะจ้างเหล่าแคร็กมาวให้คอยมองหาดวอร์ฟที่ชื่อ กันเดรน ร๊อคซีคเกอร์ ถ้าเจอก็ให้จับตัวไว้ และส่งตัวเขาและข้าวของเขากลับไปราชากรอล คลาร์กทำตามคำสั่ง กันเดรนถูกซุ่มโจมตีและถูกจับไปพร้อมกับของที่พกติดตัวมารวมถึงแผนที่ด้วย
  • ดวอร์ฟและแผนที่ถูกส่งไปให้ราชากรอลตามคำสั่ง มนุษย์ที่เดินทางมาด้วยถูกจับไว้ใน “ถ้ำของกิน” (พื้นที่ 6)

ที่ซ่อนของแคร็กมาว

ก๊อบลินเผ่าแคร็กมาวได้สร้างที่ซ่อนไว้ใกล้กับจุดที่พวกมันจะใช้ดักปล้นคนที่ใช้เส้นทางไตรบอร์หรือทางที่จะไปแฟนดูลิน พวกมันได้ชื่อว่าเผ่าแคร็กมาวเพราะสมาชิกแต่ละคนในเผ่าจะเหลาฟันให้แหลมคมเพื่อแสดงให้เห็นว่าดุดันและน่ากลัว

หัวหน้าของกลุ่มโจรแคร็กมาวที่ทำรังอยู่ตรงนี้เป็นบักแบร์ชื่อคลาร์ก เป็นคนที่ได้คำสั่งจะหัวหน้าใหญ่ของแคร็กมาวให้ดักปล้นคาราวานที่การป้องกันอ่อนแอหรือนักเดินทางที่ผ่านมาทางนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อน ก๊อบลินนำสารจากปราสาทแคร็กมาวมาส่งคำสั่งใหม่: ให้ดักโจมตีดวอร์ฟที่ชื่อกันเดรน ร๊อคซีคเกอร์และใครก็ตามที่เดินทางมากับเขา

ลักษณะทั่วไป

ถ้ำแคร็กมาวมีลักษณะชันขึ้นไป ทางเข้าอยู่ตรงตีนเนินเขาโดยตัวถ้ำและทางเดินอยู่ภายในเนินเขานี้

เพดาน ส่วนใหญ่ของถ้ำและทางเดินจะเอียงชันขึ้นด้านบนเพดานถ้ำจึงเอียงขึ้นไปและมีหินย้อยอยู่ทั่วบริเวณ เพดานสูง 20 ถึง 30 ฟุตจากพื้น

แสง พื้นที่ 1 และ พื้นที่ 2 จะอยู่ด้านนอก ส่วนที่เหลือของถ้ำจะมืดเว้นแต่จะมีระบุไว้เป็นอย่างอื่น กล่องข้อความในแต่ละพื้นที่จะถือว่าตัวละครมี darkvision หรือมีแหล่งกำเนิดแสง

กองหิน พื้นที่มีมีกองหินและกรวดจะถือเป็น พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) (ดู “พื้นที่ทุรกันดาร (Difficult Terrain)” ใน กฏพื้นฐาน).

เสียง เสียงน้ำไหลในถ้ำจะกลบเสียงอื่นไปหมดถ้าไม่พยายามฟังดี ๆ สิ่งมีชีวิตสามารถทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 15 เพื่อพยายามฟังเสียงที่เกิดขึ้นในโถงถ้ำ

หินงอก แท่งหินงอกนี้สามารถใช้เป็นที่กำบังได้ (ดู “การกำบัง (Cover)” ใน กฏพื้นฐาน)

กระแสน้ำ กระแสน้ำที่ไหลผ่านถ้ำนี้ลึกแค่ 2 ฟุต, เย็นและไหลช้า ทำให้สิ่งมีชีวิตเดินลุยได้

ที่ซ่อนของแคร็กมาว (Cragmaw Hideout) ดูแผนที่ของผู้เล่น

แผนที่การผจญภัย

แผนที่ที่ปรากฏในการผจญภัยนี้สำหรับ DM เท่านั้น แผนที่ไม่เพียงแต่แสดงภาพของพื้นที่ทั้งหมด แต่ยังแสดงถึงประตูลับ, กับดักที่ซ่อนไว้, และสิ่งอื่น ๆ ที่ผู้เล่นไม่ควรจะได้รู้ก่อนเพื่อให้เป็นความลับในการเล่น

แผนที่จะเหมาะกับการแสดงรังที่มีหลายห้องและสถานที่อื่นที่มีหลายจุดที่ต้องให้สำรวจ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นว่าทุกสถานที่จะต้องมีแผนที่

เมื่อผู้เล่นมาถึงสถานที่ที่กำหนดไว้บนแผนที่ คุณสามารถใช้เพียงการบรรยายเพื่ออธิบายลักษณะของสถานที่ หรือคุณจะวาดสิ่งที่พวกเขาเห็นบนกระดาษกราฟแยกออกไปให้ดู ก๊อบปี้จากแผนที่ของคุณแต่ละรายละเอียดตามที่เหมาะสม

อัตราส่วนและเส้นตาราง อัตราส่วนจะช่วยให้คุณวัดระยะและมิติได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจำเป็นต่อการจัดการต่อสู้, ผลจากเวทย์มนต์ และแหล่งกำเนิดแสงที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ แผนที่ภายในสถานที่จะใช้เส้นตารางที่มีขนาดด้านละ 5 ฟุตหรือ 10 ฟุต

ดอกเข็มทิศ (Compass Rose) ดอกเข็มทิศจะมีประโยชน์เมื่อคุณอธิบายสถานที่ เช่น คุณอาจจะบอกผู้เล่นว่า “มีถังไม้วางไว้ข้างกำแพงทางทิศเหนือ” หรือ “บันไดทอดตัวลงไปด้านล่างทางทิศตะวันตก”

1. ปากถ้ำ

ทางเดินจากจุดที่ก๊อบลินซุ่มโจมตีจะนำมาถึงปากทางเข้าของที่ซ่อนของแคร็กมาว

พวกคุณเดินตามทางเดินมา คุณพบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่เชิงเนินเขา 5 ไมล์จากจุดซุ่มโจมตี มีกระแสน้ำไหลจากปากถ้ำที่มีพุ่มไม้หนาขึ้นบังอยู่ มีทางเดินแห้งแคบ ๆ ขนานกับทางน้ำอยู่ทางขวามือนำเข้าไปภายในถ้ำ

พุ่มไม้ในพื้นที่ 2 จะไม่สามารถทะลุผ่านได้จากทางตะวันตกของทางน้ำ

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

ก๊อบลินในพื้นที่ 2 ควรจะคอยตรวจตราพื้นที่อยู่ แต่พวกมันไม่ได้สนใจอะไร (ก๊อบลินก็ขี้เกียจเหมือนกัน) อย่างไรก็ตาม ถ้าตัวละครทำเสียงดังในบริเวณนี้ ตัวอย่างเช่น เถียงกันเสียงดังว่าจะทำอะไรต่อไปดี, พยายามตั้งแคมป์, ตัดพุ่มไม้ ฯลฯ ก๊อบลินในพื้นที่ 2 จะสังเกตเห็นและโจมตีจากหลังพุ่มไม้ ซึ่งพุ่มไม้จะให้ การกำบังครึ่งหนึ่ง (half cover) (ดู กฏพื้นฐาน สำหรับ กฏของการกำบัง)

2. ก็อบลินซุ่มส่อง

เมื่อตัวละครข้ามลำน้ำมาทางตะวันออก พวกเขาจะสังเกตได้ว่ามีพุ่มไม้ขึ้นบังในพื้นที่ 2 ตรงนี้เป็นจุดวางยามของพวกก๊อบลิน แต่ก๊อบลินที่อยู่ยามกำลังเบื่อและไม่ได้ใส่ใจจะตรวจตราอะไร

ทางด้านตะวันออกของลำน้ำที่ไหลจากปากถ้ำ มีพื้นที่เล็ก ๆ ที่มีพุ่มไม้ขึ้นบังตาไว้และมีช่องเปิดเอาไว้มองลอดออกมาเป็นจุดซุ่มส่องสำหรับก๊อบลิน มีแผ่นไม้วางปูพื้นทำเป็นห้องให้ยามนอนซ่อนตัวและดูพื้นที่ด้านนอก ข้างในมีก๊อบลินสองตัวอยู่ข้างในนั้น

ก๊อบลิน (goblins) 2 ตัวเฝ้ายามอยู่ตรงนี้ ถ้าก๊อบลินสังเกตพบผู้บุกรุกในพื้นที่ 1 พวกมันจะเปิดฉากยิงใส่ด้วยธนู ยิงผ่านพุ่มไม้ออกมาและอาจจะทำให้ตัวละครประหลาดใจได้ ถ้าก๊อบลินไม่รู้ตัวว่ามีนักผจญภัยในพื้นที่ 1 พวกมันจะรู้ตัวเมื่องพวกเขาข้ามลำน้ำมา หรือทั้งสองฝ่ายก็ประหลาดใจทั้งคู่

ตัวละครที่เคลื่อนที่อย่างระมัดระวังหรือลาดตระเวณก่อนอาจจะทำให้ก๊อบลินประหลาดใจได้ ให้ตัวละครสองคนที่เคลื่อนที่นำทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) แข่งกับคะแนนการรับรู้ตามธรรมชาติ (ทักษะ การรับรู้ (Perception)) เพื่อหลีกเลี่ยงการ ประหลาดใจ (surprised) ดู กฏพื้นฐาน เกี่ยวกับการทอยแข่งขันการทดสอบความสามารถ

พุ่มไม้หนา พุ่มไม้หนารอบพื้นที่เป็น พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) แต่พวกมันไม่ได้อันตราย แค่น่ารำคาญ พวกมันจะให้ การกำบังครึ่งหนึ่ง (half cover) ให้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหลังมัน (ดู พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) และ “สิ่งกำบัง (Cover)” ใน กฏพื้นฐาน)

3. รังหมา

พวกแคร็กมาวมีรังของหมาป่าดุอารมณ์ร้ายอยู่ พวกมันใช้หมาป่าเหล่านี้ในการทำศึก

ใกล้กับทางเข้าถ้ำ มีขั้นบันไดหินไม่เท่ากันสองสามขั้นนำไปสู่ห้องเล็กและมืดด้านบนอยู่ทางตะวันออกของทางเดิน มีคูหาถ้ำที่สอบเข้าไปด้านใน มีกลิ่นสาปสัตว์รุนแรงอบอวลในบริเวณนี้ มีเสียงคำรามและเสียงลากโซ่มาทักทายหูของคุณพร้อมกับหมาป่า 3 ตัวที่ถูกล่ามโซ่อยู่ปรากฏตัวขึ้นทันทีที่ปากคูหาถ้ำ โซ่ที่ล่ามหมาป่าไว้นั้นโยงไปที่หินงอกโดยใช้หมุดเหล็กปักเอาไว้

หมาป่า (wolves) 3 ตัวถูกล่ามไว้ที่นี่ พวกมันจะไม่สามารถมาถึงเป้าหมายที่อยู่ตรงขั้นบันได แต่พวกมันทั้งสามจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกตัวที่ไม่ใช่ก๊อบลินที่เคลื่อนที่เข้ามาในห้อง (ดู “ความคืบหน้าของเนื้อเรื่อง”) ก๊อบลินในคูหาถ้ำใกล้เคียงจะไม่สนใจเสียงหมาป่าสู้กัน เพราะพวกมันมักจะกัดกันและส่งเสียงคำรามอยู่เป็นปกติ

ตัวละครที่พยามทำให้หมาป่าสงบลงจะทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การจัดการสัตว์ (Animal Handling) DC 15 ถ้าทอยผ่าน หมาป่าจะอนุญาตให้ตัวละครเคลื่อนที่ผ่านห้องได้ ถ้าให้อาหารหมาป่าด้วย DC จะลดลงเหลือ 10

รอยแยก มีช่องเปิดแคบ ๆ ทางตะวันออกของกำแพงที่นำไปถึงปล่องที่สามารถปีนขึ้นไป 30 ฟุตจะถึง พื้นที่ 8 ที่ฐานของช่องเปิดจะเป็นกองขยะที่ถูกทิ้งมาจากช่องด้านบน ตัวละครที่พยายามจะผ่านขึ้นหรือลงทางปล่องนี้ต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) DC 10 ถ้าทอยผ่าน ตัวละครจะสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วครึ่งหนึ่งเพื่อผ่านขึ้นหรือลงทางช่องนี้ตามที่ต้องการ ถ้าทอยได้ 6-9 ตัวละครจะไม่ขยับไปไหนได้ หากทอยได้ 5 หรือต่ำกว่า ตัวละครจะตกลงมาและได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 1d6 ต่อ 10 ฟุตที่ตกลงมา ถึงพื้นจะติดสภาวะ ล้มคะมำ (prone) ที่ฐานของช่องเปิด

* ผู้แปล: ปล่องสูง 30 ฟุต หากทอยทดสอบผ่านจะเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วครึ่งหนึ่ง ซึ่งปกติความเร็วเป็น 30 ฟุต เคลื่อนที่ได้แค่ครั้งละ 15 ฟุต ก็ต้องทอยทดสอบอีกครั้งถ้าผ่านก็จะขึ้นไปถึงด้านบนได้

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

ถ้าหมาป่าถูกยั่วยุโดยศัตรูที่มันเอื้อมไม่ถึงนานเข้า พวกมันจะเริ่มบ้าคลั่งและทำให้หมุดเหล็กที่ตอกล่ามพวกมันไว้หลุดออกจากพื้น แต่ละราวน์ (รอบ) ที่ตัวละครอยู่ในคลองสายตาของพวกมัน หมาป่าจะพยายามทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 15 เมื่อทอยสำเร็จครั้งแรก หมุดจะหลวมขึ้นและค่า DC จะลดลงเหลือ 10 ทอยสำเร็จครั้งที่สอง หมุดจะหลุดออกและพวกมันจะเป็นอิสระ

ก๊อบลินหรือบักแบร์ก็สามารถใช้แอ็คชันของมันในการปล่อยหมาป่าตัวหนึ่งออกจากโซ่ล่าม

* ผู้แปล: จะเห็นว่ามีการพูดถึงราวน์ (round) ซึ่งเป็น เทิร์น-ราวน์ แบบเดียวกับรอบการต่อสู้ เราสามารถใช้ลำดับการต่อสู้ที่ทอยจากการต่อสู้กับก๊อบลินเฝ้ายามด้านหน้าถ้ำ มาจัดลำดับให้ตัวละครแต่ละตัวทำแอ็คชันในเทิร์นของตัวเองได้ เราสามารถนับ 1 ราวน์เท่ากับ 10 นาทีเพื่อใช้นับระยะเวลาของคบไฟที่ใช้ส่องสว่างในถ้ำ นับเวลาของคาถาที่ใช้ รวมถึงใช้โอกาสนี้ขยับตัวละครอื่นและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดันเจียนมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น

เราเรียกการนับแบบนี้ว่าดันเจียนเทิร์น (Dungeon Turn) เป็นกฏที่มีในเวอร์ชันเก่า ทำให้สะดวกในการลงสำรวจดันเจียนขนาดใหญ่ ให้ผู้เล่นได้บริหารทรัพยากรอย่างแสงสว่าง อาหารและน้ำ รวมถึงเวทย์มนต์ได้ เพิ่มความสนุกและการการวางแผน ทำให้มีลักษณะคล้ายบอร์ดเกม

4. ทางเดินสูงชัน

จากจุดนี้ต่อไป ตัวละครที่ไม่มี ดาร์กวิชัน (darkvision) ต้องอาศัยแสงจากแหล่งกำเนิดอื่นเพื่อให้มองเห็นสิ่งแวดล้อมได้

ทางเดินหลักจากปากถ้ำเป็นทางสูงชันที่ต้องค่อย ๆ เดินขึ้นไป กระแสน้ำไหลลงมาและสาดกระเซ็นไปทางด้านตะวันตกของทางเดิน ในเงามืดนั้น มีทางเดินด้านข้างซ่อนตัวอยู่นำออกไปทางตะวันตกอีกด้านของทางน้ำ

ตัวละครจะใช้แหล่งกำเนินดแสงหรือใช้ ดาร์กวิชัน (darkvision) ในการมองลึกเข้าไปตามทางเดินและจะพบกับสะพานที่ พื้นที่ 5 เล่าเพิ่มว่า:

ในเงามืดบนเพดานทางด้านเหนือ คุณจะสังเกตเห็นภาพลาง ๆ ของสะพานไม้ผูกเชือกง่อนแง่นทอดตัวอยู่เหนือทางเดินด้านหน้าของคุณ มีทางเดินเชื่อมกับสะพานนี้อยู่สูงจากพื้น 20 ฟุต

ตัวละครใดที่อยากเห็นสะพานในพื้นที่ 5 จะสังเกตเห็นก๊อบลินยืนยามอยู่ที่สะพานด้วย การจะมองเห็นได้นั้นต้องทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) โดยทอยแข่งกับคะแนนความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ของก๊อบลิน

ก๊อบลินจะสังเกตเห็นตัวละครถ้าพวกเขาถือแหล่งกำเนิดแสงหรือไม่ใช้การลอบเร้นในการเข้าหาสะพาน ก๊อบลินจะไม่โจมตี แต่จะพยายามหลบไปทางตะวันออกเพื่อไปบอกเพื่อนของมันใน พื้นที่ 7 เพื่อให้ปล่อยน้ำท่วม (ดู “น้ำท่วม!” ในพื้นที่ 5) ก็อบลินจะเคลื่อนที่โดยไม่ถูกจับได้ถ้าความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ของมันมากกว่าคะแนนการรับรู้ตามธรรมชาติ (ทักษะ การรับรู้ (Perception)) ของตัวละครใด ๆ ที่อาจจะจับสังเกตการเคลื่อนที่ของมันได้

ทางเดินทางด้านตะวันตก ทางเดินนี้จะเต็มไปด้วยเศษหินและเป็นทางชัน ให้ถือว่าพื้นที่นี้เป็น พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) (ดู “พื้นที่ทุรกันดาร (Difficult Terrain)” ใน กฏพื้นฐาน).

ชานหินระหว่างหน้าผาทั้งสองนั้นเปราะบาง น้ำหนักที่เกิน 100 ปอนด์จะทำให้ชานหินถล่มลงมาทางตะวันออก สิ่งมีชีวิตใดที่อยู่บนชานหินเมื่อมันถล่มต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 10 ทอยไม่ผ่านจะได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 2d6 จากการตกลงมา หรือครึ่งเดียวหากทอยผ่าน สิ่งมีชีวิตจะตกลงมาติดสภาวะ ล้มคะมำ (prone) ด้วยหากทอยไม่ผ่าน (ดู “การล้มคะมำ” ใน กฏพื้นฐาน)

5. ทางข้าม

จุดที่ช่องทางเดินสูงตัดข้ามช่องใหญ่ด้านล่าง พวกก๊อบลินได้ตั้งหอตรวจการไว้

ทางเดินเลียบกระแสน้ำยังทอดตัวขึ้นไปยังด้านบน โดยมีบันไดที่ไม่เท่ากันอยู่เบื้องหน้า บันไดหักไปทางตะวันออก มีเสียงน้ำตกดังออกมาจากโถงถ้ำใหญ่สักที่ข้างหน้าพวกคุณ

ถ้าตัวละครไม่สังเกตเห็นสะพานด้านบนเมื่อผ่านพื้นที่ 4 พวกเขาจะเห็นในนี้ เล่าเพิ่มเติม:

มีสะพานไม้ง่อนแง่นเชื่อมระหว่างสองฟากด้านบน สะพานอยู่สูงจากพื้นราว 20 ฟุตเหนือกระแสน้ำไหล

ก๊อบลิน ตัวหนึ่งยืนยามอยู่บนสะพาน มันซ่อนตัวอยู่ และตัวละครสามารถสังเกตเห็นได้โดยการทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) ยามตัวนี้ขี้เกียจและไม่ได้สนใจอะไรนัก ถ้าไม่มีตัวละครที่ใช้แหล่งกำเนิดแสง ตัวละครแต่ละคนสามารถทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) แข่งกับคะแนนการรับรู้ตามธรรมชาติ (ทักษะ การรับรู้ (Perception)) ของก๊อบลิน เพื่อเคลื่อนที่ไปโดยไม่ให้ถูกจับได้

ถ้าก๊อบลินสังเกตเห็นพวกนักผจญภัย มันจะส่งสัญญาณให้ก๊อบลินใน พื้นที่ 7 ให้ปล่อยน้ำท่วม (ดู “น้ำท่วม!”) และยิงธนูลงมาที่เหล่าตัวละคร

สะพาน สะพานนี้แขวนอยู่สูง 20 ฟุตเหนือกระแสน้ำ ตัวละครสามารถปีนผนังถ้ำขึ้นไปบนสะพานได้ ผนังถ้ำสูง 20 ฟุต แข็งแรงแต่ลื่นและมีละอองน้ำ ต้องใช้การทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) DC 15 เพื่อปีนขึ้นไป

สะพานมีระดับการป้องกัน (Armor Class (AC)) เป็น 5 และมีฮิตพอยต์ 10 ถ้าฮิตพอยต์ของสะพานลดลงเป็น 0 มันจะถล่มลงมา สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนสะพานต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 10 ให้ผ่าน หรือตกลงมา ได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 2d6 และ ล้มคะมำ (ดู “การล้มคะมำ” ใน กฏพื้นฐาน) ใครที่ทอยผ่านจะเกาะอยู่กับสะพานได้และสามารถปีนขึ้นหรือลงได้อย่างปลอดภัย

น้ำท่วม!

สระน้ำใหญ่ใน พื้นที่ 7 จะมีพนังกั้นน้ำที่สามารถทุบให้ถล่มเพื่อให้มวลน้ำในสระไหลบ่าลงไปในทางเดินด้านล่างของรังได้ ในราวน์หลังจากที่ก๊อบลินในพื้นที่ 7 ได้รับสัญญาณจากยามที่อยู่ในพื้นที่ 5 พวกมันจะเริ่มทุบพนังให้ถล่ม ในรอบถัดมาเมื่อถึงลำดับการต่อสู้ของก๊อบลิน มวลน้ำจะไหลลงจากพื้นที่ 7 ไปที่พื้นที่ 1

ทันใดนั้น ทางเดินก็มีเสียงคำรามดังสนั่น มีมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าลงมาจากด้านบน!

น้ำท่วมนี้ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกตัวในถ้ำ (สิ่งมีชีวิตบนสะพานบนพื้นที่ 5 จะไม่ได้รับอันตราย รวมถึงตัวละครที่ปีนผนังถ้ำได้สำเร็จด้วย) สิ่งมีชีวิตภายในระยะ 10 ฟุต จากช่องทางเดินใน พื้นที่ 4 หรือที่อยู่บนบันไดที่จะไปสู่ พื้นที่ 3 สามารถทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 10 เพื่อกระโดดหลบการถูกกระแสน้ำพัดไป ใครที่ทอยไม่ผ่านจะสามารถทอยป้องกันความแข็งแกร่ง (Strength) DC 15 เพื่อจับยึดกับถ้ำไว้ หากทอยไม่ผ่าน ตัวละครจะ ล้มคะมำ และถูกพัดออกไปอยู่ที่ พื้นที่ 1 และได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 1d6

ก๊อบลินในพื้นที่ 7 สามารถปล่อยน้ำรอบที่่สองได้โดยเปิดพนังจากสระน้ำที่สอง แต่พวกมันจะไม่ทำหากไม่ได้รับสัญญาณจากก๊อบลินบนสะพานบอกให้ทำ ก๊อบลินบนสะพานจะรอดูว่าน้ำท่วมครั้งแรกพัดพวกผู้บุกรุกออกไปหมดหรือไม่ ก่อนที่จะบอกให้ปล่อยชุดที่สอง

6. รังก๊อบลิน

หน่วยปล้นแคร็กมาวจะมาพักในที่ซ่อนบริเวณนี้ เพราะเป็นห้องที่ใช้ร่วมกันและเป็นห้องพักกองกำลัง

โถงถ้ำใหญ่นี้แบ่งเป็นสองระดับด้วยผนังหินสูง 10 ฟุต มีบันไดหินธรรมชาติที่ชันทอดจากส่วนล่างของถ้ำขึ้นไปยังชานหินด้านบน อากาศภายในถ้ำขมุกขมัวไปด้วยควันจากกองไฟทำอาหาร และอบอวลด้วยกลิ่นฉุนของหนังสัตว์ฟอกแบบหยาบ ๆ ที่ตากไว้และกลิ่นตัวของก็อบลินที่ไม่ได้อาบน้ำ

ก๊อบลิน 6 ตัวอยู่ในรังนี้ หนึ่งในพวกมันเป็นหัวหน้าที่มีฮิตพอยต์ 12 ก๊อบลินธรรมดาห้าตัวกำลังดูไฟทำอาหารในส่วนล่างของถ้ำ (ด้านเหนือ) เป็นส่วนที่อยู่ใกล้กับทางเข้า ขณะที่หัวหน้าพักผ่อนอยู่ในส่วนบน (ด้านใต้) ของถ้ำ

ซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์ (Sildar Hallwinter) นักรบชาวมนุษย์ก็ถูกจับเป็นเชลยอยู่ในห้องนี้ เขาถูกมัดไว้อย่างแน่นหนออยู่ในส่วนทิศใต้ของถ้ำ มีก๊อบลินกำลังซ้อมเขาอยู่ ทำให้เขาดูโทรมมากและฮิตพอยต์เหลือ 1

หัวหน้าก๊อบลิน ยีมิค (Yeemik) เป็นรองหัวหน้าจากก๊อบลินทั้งรัง ถ้าเขาเห็นว่าตัวละครกำลังได้เปรียบ เขาจะจับซิลดาร์มาและลากมาที่ริมขอบพื้นของชั้นบน “พักรบ, ไม่งั้นมนุษย์นี่ตาย!” เขาตะโกนบอก

ยีมิคต้องการจัดการกับคลาร์กและเป็นบอสก๊อบลินซะเอง ถ้านักผจญภัยตกลงที่จะเจรจา ยีมิคพยายามจะโน้มน้าวพวกเขาให้ช่วยฆ่าคลาร์กใน พื้นที่ 8 สัญญาว่าจะปล่อยซิลดาร์หากพวกเขานำหัวของคลาร์กมาให้ดูได้ ซิลดาร์เตือนตัวละครว่าอย่าได้ไว้ใจพวกก๊อบลิน และเขาก็พูดถูก ถ้าตัวละครยอมรับข้อตกลง ยีมิกจะพยายามเรียกค่าไถ่ตัวซิลดาร์แม้ว่าพวกเขาจะทำภาระกิจสำเร็จก็ตาม

ถ้าตัวละครปฏิเสธการเจรจา ยีมิคจะผลักซิลดาร์ลงมาจากขอบชั้นบนและดำเนินการต่อสู้ต่อ ซิลดาร์จะได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 1d6 จากการตกลงมา ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ฮิตพอยต์ของเขาเป็น 0 ตัวละครที่ตัดสินใจรวดเร็วสามารถพยายามทำให้เขาทรงตัวได้ก่อนที่เขาจะตาย (ดู “ความเสียหายและการฟื้นฟู” ใน กฏพื้นฐาน)

การสวมบทบาทเป็นซิลดาร์

ซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์เป็นชายชาวมนุษย์อายุเกือบห้าสิบปีที่มีจิตใจดีงาม เขารั้งตำแหน่งอันทรงเกียรติในกองทหารกริฟฟอนที่มีชื่อเสียงแห่งนครวอเตอร์ดีพอันยิ่งใหญ่ เขาเป็นตัวแทนของพันธมิตรผู้ครองนคร (Lords’ Alliance) กลุ่มพันธมิตรอำนาจทางการเมืองที่ห่วงใยในความปลอดภัยและความรุ่งเรืองของพันธมิตร สมาชิกของกลุ่มจะเน้นในการให้ความปลอดภัยแก่เมืองและแหล่งชุมชนอื่น ๆ โดยจะเน้นการทำงานเชิงรุกในการกำจัดภัยอันตรายในทุก ๆ ทาง ขณะที่สร้างเกียรติและชื่อเสียงให้กับผู้นำและบ้านเกิดของพวกเขา

ซิลดาร์พบกับกันเดรน ร็อกซีคเกรอ์ในเนเวอร์วินเทอร์และตกลงว่าจะเดินทางไปกลับไปแฟนดูลินกับเขา ซิลดาร์ต้องการจะสืบหาชะตากรรมของ อิอาโน อัลเบรค (Iarno Albrek) วิซาร์ดชาวมนุษย์และเป็นเพื่อนสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรผู้ครองนคร ผู้ซึ่งหายตัวไปไม่นานหลังจากการถึงแฟนดูลิน ซิลดาร์หวังว่าจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอิอาโน, ช่วยเหลือกันเดรนในการเปิดเหมืองขึ้นมาอีกครั้ง และช่วยฟื้นฟูแฟนดูลินให้กลับมาเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งและรุ่งเรืองด้วย

ซิลดาร์จะให้ข้อมูลสี่อย่างที่เป็นประโยชน์กับตัวละครดังนี้:

  • สามพี่น้องร็อกซีคเกอร์ (กันเดรน, ธาร์เดน และนันโดร) ค้นพบทางเข้าถ้ำแห่งเสียงคลื่นสะท้อนเมื่อไม่นานมานี้ ถ้ำนี้เป็นเหมืองของเหล่าพันธมิตรแฟนเดลเวอร์ (ให้คุณเล่าข้อมูลในสองย่อหน้าแรกของ “ความเป็นมาของเรื่อง” ให้ผู้เล่นฟัง)
  • คลาร์ก บักแบร์ที่เป็นผู้นำแก๊งก๊อบลิน ได้รับคำสั่งให้จับตัวกันเดรน ซิลดาร์ได้ยินจากพวกก๊อบลินว่าแมงมุมดำส่งข้อความมาสั่งให้นำตัวดวอร์ฟไปให้เขา ซิลดาร์ไม่รู้ว่าแมงมุมดำนี่หมายถึงใครหรืออะไร
  • กันเดรนมีแผนที่ที่แสดงตำแหน่งลับของถ้ำแห่งเสียงคลื่นสะท้อน แต่ก๊อบลินก็เอามันไปเมื่อพวกมันจับตัวเขาไป ซิลดาร์เชื่อว่าคลาร์กส่งแผนที่และดวอร์ฟไปให้หัวหน้าเผ่าแคร็กมาวที่สถานที่ที่ชื่อว่าปราสาทแคร็กมาว ซิลดาร์ไม่รู้ว่าปราสาทนี้อยู่ที่ไหน แต่เขาคิดว่าบางคนในแฟนดูลินน่าจะรู้ (ซิลดาร์อาจจะไม่รู้ในเวลานี้ แต่ก๊อบลินที่ถูกจับได้ก็อาจจะบอกได้ว่าปราสาทนี้อยู่ที่ไหน ดู “ก๊อบลินรู้อะไรบ้าง” ด้านบน)
  • ผู้ติดต่อของซิลดาร์ในแฟนดูลินเป็นวิซาร์ดชาวมนุษย์ที่มีชื่อว่า อิอาโน อัลเบรค (Iarno Albrek) วิซาร์ดเดินทางไปถึงเมืองสองเดือนก่อนเพื่อวางระเบียบที่นั่น หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรแห่งผู้ครองนครไม่ได้ข่าวจากอิอาโนเลย ซิลดาร์จึงตัดสินใจที่จะออกสืบหา

ซิลดาร์บอกตัวละครว่าเขาตั้งใจจะเดินทางไปแฟนดูลิน เพราะมันเป็นแหล่งชุมชนที่ใกล้ที่สุด เขาเสนอ 50 GP จ้างให้อารักขาเขา แม้ว่าเขาจะไม่มีเงินในตอนนี้ แต่ซิลดาร์สามารถไปกู้เงินเพื่อมาจ่ายให้กับตัวละครได้ภายในวันที่เขาไปถึงแฟนดูลิน อย่างแรกเขาหวังว่าตัวละครจะจัดการกับก๊อบลินทั้งหมดในรังนี้ก่อน

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

ถ้าเขาได้รับการช่วยเหลือและฟื้นฟูแล้ว ซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์จะอยู่กับคณะผจญภัยแต่ก็จะเร่งเร้าให้ไปที่แฟนดูลินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจะไม่มีอาวุธหรือเกราะ แต่เขาสามารถใช้ ดาบสั้น จากก๊อบลินหรือขอยืมอาวุธจากตัวละครได้

ถ้าซิลดาร์เข้าร่วมปาร์ตี้ ดู “สมาชิกปาร์ตี้ที่เป็น NPC” สำหรับเกร็ดความรู้ในการเล่นเป็นเขา

สมาชิกปาร์ตี้ที่เป็น NPC

ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น (NPC) อาจจะร่วมไปกับคณะผจญภัยเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ได้ นี่เป็นเกร็ดความรู้ที่จะช่วยให้คุณรัน NPC เมื่อเป็นสมาชิกในปาร์ตี้

  • ให้ตัวละครเป็นคนตัดสินใจเรื่องที่สำคัญ พวกเขาเป็นตัวเอกในการผจญภัย ถ้าตัวละครถาม NPC เพื่อขอคำแนะนำหรือทิศทาง ให้จำไว้ว่า NPC ก็อาจจะทำผิดพลาดได้เช่นกัน
  • NPC จะไม่มีสิทธิ์เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตราย เว้นแต่จะมีเหตุผลที่เหมาะสม
  • NPC จะไม่ปฏิบัติต่อสมาชิกในปาร์ตี้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งอาจเป็นการสร้างความสนุกได้ เมื่อ NPC ได้รู้จักกับตัวละคร ให้คิดถึงว่าตัวละครไหนที่ NPC ชอบและคนไหนที่ชอบน้อย ให้ความชอบนั้นมีผลเมื่อ NPC จะมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละคร
  • ในการต่อสู้ ให้แอ็คชันของ NPC ง่ายและตรง ๆ และมองหาสิ่งที่ NPC จะทำได้นอกจากการต่อสู้ ตัวอย่างเช่น NPC อาจจะคอยทำให้ตัวละครที่กำลังจะตายทรงตัว, คอยเฝ้านักโทษ หรือช่วยกั้นประตู
  • ถ้า NPC มีส่วนช่วยอย่างมากที่ทำให้ปาร์ตี้ต่อสู้ชนะ NPC ควรจะได้รับ XP ที่ได้จากการต่อสู้นั้นด้วย (ตัวละครจะได้รับ XP น้อยกว่าปกติเป็นผลที่ตามมา)
  • NPC จะมีชีวิตและเป้าหมายของตัวเอง ผลที่ตามมานั้น NPC ก็ควรจะอยู่กับปาร์ตี้แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่าที่จำเป็นโดยอิงกับเป้าหมายเหล่านั้น

สมบัติ

ยีมิคมีถุงใส่ฟันทองสามซี่ (ซี่ละ 1 gp) และเงิน 15 sp อุปกรณ์ของซิลดาร์และของกันเดรน ร็อกซีคเกอร์ ถูกนำไปยังปราสาทแคร็กมาว

7. ถ้ำสองเสา

ถ้าก๊อบลินปล่อยน้ำทั้งสองสระเพื่อทำให้ทางเดินน้ำท่วม ให้ปรับเปลี่ยนข้อความในกล่องข้อความให้ตรงกัน

ในถ้ำนี้พื้นที่ครึ่งหนึ่งจะเป็นสระน้ำขนาดใหญ่สองสระ มีน้ำตกแคบ ๆ อยู่สูงขึ้นไปบนผนังด้านตะวันออกคอยส่งน้ำลงมา ซึ่งน้ำจะไหลออกจากช่องปล่อยออกทางตะวันตกของถ้ำทำให้เป็นสายน้ำไหลลงไปยังปากถ้ำเบื้องล่าง มีแนวกำแพงหินต่ำเป็นตัวกั้นน้ำไว้ มีทางเปิดโล่งทางด้านทิศใต้ ขณะที่มีทางเดินที่เล็กกว่าสองทางด้านตะวันตก เสียงจากน้ำตกดังก้องไปทั่วถ้ำ ทำให้ยากทีจะได้ยินเสียงอื่น

ก๊อบลิน สามตัวอยู่ในถ้ำนี้ ถ้าก๊อบลินใน พื้นที่ 5 สังเกตเห็นตัวละครและเตือนก๊อบลินที่อยู่ในนี้ พวกมันก็พร้อมที่จะสร้างปัญหาทันที เสียงดังจากน้ำตกทำให้สิ่งมีชีวิตในพื้นที่ 8 ไม่ได้ยินการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในโถงนี้และในทางกลับกัน เมื่อเป็นดังนั้น เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นก็จะมีก๊อบลินตัวหนึ่งหนีไปที่พื้นที่ 8 เพื่อแจ้งเรื่องกับคลาร์ก

เขื่อนหิน พวกก๊อบลินสร้างพนังกั้นน้ำอย่างง่ายไว้ควบคุมการไหลของน้ำที่ผ่านใจกลางระบบถ้ำ ถ้ายามก๊อบลินในพื้นที่ 5 ส่งสัญญาณให้ก๊อบลินในห้องนี้ให้ปล่อยน้ำ สระน้ำหนึ่งหรือทั้งสองสระจะไม่มีน้ำเหลืออยู่และกระแสน้ำก็จะไหลไปตามปกติ

8. ถ้ำของคลาร์ก

หัวหน้าของกองโจรก๊อบลินนี้ยืนยันที่จะเก็บของที่ปล้นมาได้ไว้ในรังของมัน สินค้าและข้าวของมากมายที่พวกแคร็กมาวปล้นมาได้เมื่อเดือนก่อนถูกเก็บไว้ในนี้หมด

กระสอบและกล่องไม้ที่ได้จากการปล้นสดมภ์มากองรวมกันอยู่ทางด้านใต้ของถ้ำใหญ่นี้ ด้านตะวันตก พื้นจะลาดเอียงลงไปจนถึงช่องเปิดแคบ ๆ ที่มืดสนิทด้านล่าง ช่องเปิดที่ใหญ่กว่าทางด้านทิศเหนือมีขั้นบันไดหินธรรมชาติและมีเสียงคำรามของน้ำตกที่อยู่ด้านนอก ที่กลางห้องมีกองไฟใหญ่

บักแบร์ (bugbear) คลาร์ก อาศัยอยู่ในห้องนี้กับสัตว์เลี้ยงของเขาเจ้า หมาป่า ชื่อริปเปอร์ และ ก๊อบลิน อีก 2 ตัว เจ้าบักแบร์นี่จะหลงตัวเองและคิดว่ามันงามสง่าและมองตัวเองว่าเป็นเจ้าสงครามที่มีพลังอำนาจมากที่กำลังเริ่มภารกิจการยึดครองขยายอำนาจ มันไม่ได้ปกตินัก จะพูดถึงตัวเองด้วยสรรพนามบุคคลที่ 3 (“ใครบังอาจมาท้าทายคลาร์ก?” หรือ “คลาร์กจะสร้างบรรลังค์ด้วยกระดูกของพวกเจ้า ไอ้ตัวจ้อย!”) ก๊อบลินที่ต้องอยู่ร่วมด้วยก็ไม่ค่อยพอใจที่ถูกบูลลี่เท่าไร

กองไฟ (Fire Pit) ถ่านร้อนในกองไฟตรงกลางห้องจะสร้างความเสียหายจากไฟ 1 หน่วยแก่สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ลงไปอยู่ในกองไฟหรือความเสียหายจากไฟ 1d6 แก่สิ่งมีชีวิตที่ ล้มคะมำ ลงในพื้นที่นั้น สิ่งมีชีวิตจะได้รับความเสียหายทั้งสองอย่างได้ครั้งเดียวในแต่ละราวน์

ปล่องหินธรรมชาติ (Natural Chimney) จุดสำคัญของกำแพงด้านตะวันตกคือมีปล่องหินธรรมชาติที่เป็นช่องลงไป 30 ฟุต เชื่อมต่อกับพื้นที่ 3 ดูรายละเอียดในพื้นที่นั้นสำหรับการปีนปล่องหินนี้

ข้าวของต่าง ๆ (Supplies) กองกระสอบและลังไม้สามารถใช้เป็นสิ่งกำบังครึ่งหนึ่ง (half cover) ให้กับสิ่งมีชีวิตที่ต่อสู้หรือซ่อนตัวหลังกองของ ส่วนใหญ่จะมีตราสัญลักษณ์สิงโตสีน้ำเงิน เป็นสัญลักษณ์ของร้านไลออนชีลด์ (Lionshield Coster) บริษัทการค้าที่มีโกดังสินค้าและหน้าร้านที่อยู่ในแฟนดูลิน

มีสิ่งหนึ่งซ่อนอยู่ภายในกองสินค้า คือหีบสมบัติที่ไม่ได้ล็อคเป็นของคลาร์ก (ดูหัวข้อ “สมบัติ”) ตัวละครใดที่ค้านหากองสินค้าจะค้นพบหีบสมบัติ

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

ถ้ามีก๊อบลินจากพื้นที่ 7 มาเตือนคลาร์กถึงผู้บุกรุก เขาและหมาป่าจะไปซ่อนอยู่หลังหินงอกขณะที่ก๊อบลินสองตัวจะไปหลบอยู่หลังกองสินค้า หวังว่าจะลอบโจมตีตัวละครเมื่อพวกเขาเข้ามาในโถงถ้ำ

ถ้าคลาร์กและพรรคพวกไม่ได้รับคำเตือนก่อน ตัวละครจะมีโอกาสดีที่จะบุกโจมตีพวกมันแบบ ประหลาดใจ ทางที่ง่ายที่สุดสำหรับตัวละครที่จะทำได้ดังนี้คือการปีนจากปล่องหินจากพื้นที่ 3 ขึ้นมา เพราะคลาร์กจะไม่รู้ตัวว่ามีคนลอบเข้ามาโจมตีจากทางด้านนั้น

ถ้าหมาป่าถูกฆ่า บักแบร์จะพยายามปีนหนีทางปล่องหินไปที่ พื้นที่ 3 และหนีไป

สมบัติ

สินค้าที่ถูกปล้นมามีมากมาย และตัวละครต้องใช้เกวียนในการมาขนถ่าย ถ้าพวกเขานำสินค้านี้กลับไปที่ ร้านไลออนชีลด์ (Lionshield Coster) ในแฟนดูลินได้ (ดู บทที่ 2, “แฟนดูลิน”) พวกเขาจะได้รับรางวัล 50 gp และจะได้รับมิตรภาพจากลินเน่และบริษัทของเธอ

เพิ่มเติมจากสินค้าที่ถูกขโมยมา คลาร์กจะมีหีบสมบัติที่มี 600 cp, 110 sp, โพชันแห่งการฟื้นฟู (potions of healing) 2 ขวด, และรูปสลักหยกชิ้นเล็กเป็นรูปกบมีเม็ดทองเป็นดวงตา (40 gp) รูปสลักกบนี้เล็กพอที่จะใส่กระเป๋าหรือถุงเล็กได้

ยังไงต่อ?

ลำดับถัดไปของการผจญภัยจะไปเริ่มที่เมืองแฟนดูลิน นักผจญภัยคุณจะมีเหตุผลมากพอที่จะไปที่นี่แล้ว:

  • ถ้าตัวละครเริ่มต้นด้วยชนวนการผจญภัย “ไปพบข้าที่แฟนดูลิน” พวกเขาจะได้รับค่าจ้างจากร้านเสบียงบาร์เธนจากการนำส่งสินค้าที่ได้รับมอบหมายมา
  • ถ้าตัวละครช่วยเหลือซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์มาได้ นักรบที่บาดเจ็บจะขอบคุณในการช่วยอารักขามาส่งที่แฟนดูลิน (และจะจ่ายค่าบริการ 50 gp)
  • รายละเอียดที่มีในภูมิหลังของตัวละครก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาควรจะไปตามหาสิ่งที่ต้องการกับ NPC ในเมืองนั้น

แต่ก็เป็นไปได้ว่าผู้เล่นอาจจะอยากทำอะไรที่แตกต่างออกไป เช่น ออกค้นหา ปราสาทแคร็กมาว (Cragmaw Castle) (อยู่ในบทที่ 3 ของการผจญภัย) ถ้าเป็นกรณีนั้น คุณสามารถข้ามไปที่บทนั้นได้เลย

การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์

การสำรวจที่ซ่อนของพวกแคร็กมาวและเอาชนะคาร์กและพรรคพวกได้จะเป็นการทำภารกิจสำเร็จ ให้รางวัลแต่ละคน 275 XP ซึ่งนี่จะทำให้พวกเขามีค่าประสบการณ์พอที่จะเลื่อนไปเลเวล 2

กฏการเลื่อนเลเวลสำหรับตัวละครมีอยู่ใน เมื่อเลเวลขึ้น ให้พวกเขาเพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 2 ก่อนที่จะออกผจญภัยต่อไป ให้แน่ใจว่าพวกเขาบันทึกค่าประสบการณ์รวมในชีทตัวละคร

ในส่วนต่อไปของการผจญภัย คุณจะให้ XP ด้วยวิธีที่ต่างออกไป ตัวละครจะได้รับค่าประสบการณ์โดยอิงกับมอนสเตอร์และกับดักที่พวกเขาข้ามผ่านได้, NPC ที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์ด้วย และเป้าหมายที่ทำสำเร็จ

ถ้านักผจญภัยสามารถจัดการกับมอนสเตอร์ได้ด้วยวิธีที่ไม่ใช้กำลัง ให้มอบรางวัลจำนวนเดียวกันกับที่พวกเขาจะได้รับจากการฆ่ามอนสเตอร์นั้น