บทที่ 3: ใยของแมงมุม

ในบทนี้ของการผจญภัย ตัวละครจะติดตามเบาะแสและแนวทางการสืบสวนที่มีอยู่ พวกเขาจะไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมจากแฟนดูลินแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องออกสำรวจป่าและแนวเขารอบเมืองเพื่อเปิดโปงแผนการที่ใหญ่กว่าที่พวกเขาเข้าไปพัวพันอยู่ ตัวละครไม่จำเป็นต้องไปสำรวจทุกสถานที่ในบทนี้
ขึ้นอยู่กับ NPC ที่พวกเขาได้พบเจอและภารกิจหรือเบาะแสที่พวกเขาได้รับ พวกเขาน่าจะรู้ข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดนี้:
- ซิสเตอร์การาเอลต้องการให้ตัวละครออกค้นหาแบนชีอกาธา (Agatha) ในเมืองร้างโคนีเบอรี่ (Conyberry) และถามเธอเกี่ยวกับหนังสือคาถาของโบว์เจนเทิล (Bowgentle’s spellbook)
- ดาราน เอเดอร์แมธต้องการให้ตัวละครไปตรวจดูว่าใครที่มาทำอะไรแปลก ๆ ใกล้กับบ่อน้ำร้างนกฮูกเฒ่า (Old Owl Well)
- เควลไลน์ อัลเดอร์ลีฟ แนะนำให้ตัวละครไปที่เมืองร้างธันเดอร์ทรี (Thundertree) และปรึกษาดรูอิดเรย์ดอธ (Reidoth) ผู้ซึ่งน่าจะรู้ว่าปราสาทแคร็กมาว, ถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน หรือทั้งสองที่อยู่ที่ไหน
- ผู้ดูแลเมืองฮาร์บิน เวสเตอร์ ต้องการให้ตัวละครออกค้นหาแคมป์ของพวกออร์คที่อยู่ใกล้กับผาไวเวิร์น (Wyvern Tor) และไล่พวกออร์คไปจากพื้นที่ซะ
- ซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์ ต้องการให้ตัวละครค้นหาปราสาทแคร็กมาว ตามหากันเดรน ร็อคซีคเกอร์ ช่วยชีวิตเขาและนำแผนที่กลับมาให้ได้
ภารกิจที่กล่าวมานี้มีอยู่ในย่อหน้าของตัวเองในบทการผจญภัยนี้ ตัวละครสามารถอยู่ในแฟนดูลินได้เท่าที่ต้องการเพื่อพักผ่อนและเติมเสบียง เมื่อพวกเขาพร้อมแล้ว ให้ผู้เล่นเลือกว่าจะสำรวจเรื่องไหนก่อน และให้พวกเขาออกเดินทางไปยังจุดหมาย
ทางเกวียนไตรบอร์ (Triboar Trail)
ส่วนที่อยู่ทางเหนือของเมืองแฟนดูลินรู้จักกันในชื่อ “ทางเกวียนไตรบอร์ (the Triboar Trail)”, “ทางลัดไตรบอร์” หรือ “ช่องเขาโคนี” พื้นที่แห่งนี้เป็นแนวเชิงเขาและที่ราบลูกคลื่นซึ่งมีป่าไม้ขึ้นอยู่ประปราย ทอดยาวอยู่ระหว่างเทือกเขาซอร์ด (Sword Mountains) ทางทิศใต้ และป่าเนเวอร์วินเทอร์ (Neverwinter Wood) ทางทิศเหนือ
พื้นที่แถบนี้ได้ชื่อมาจากเส้นทางเก่าแก่สายหนึ่ง ซึ่งทอดจากเมืองไตรบอร์อันห่างไกลทางทิศตะวันออก คดเคี้ยวไปทางตะวันตกเป็นระยะทางราวหนึ่งร้อยไมล์ ผ่านหมู่บ้านร้างโคนีเบอร์รี (Conyberry) ก่อนจะวกขึ้นไปทางเหนือของฟานดาลิน และมุ่งหน้าสู่ถนนไฮโรด (High Road) ตามแนวชายฝั่ง
บรรยายการเดินทางในแผนที่โลก (overland) ให้ดูสละสลายได้ตามที่คุณต้องการ แต่ต้องให้เรื่องราวดำเนินต่อไป “พวกคุณเดินทางมาสักระยะหนึ่งและไม่เจออะไรน่าสนใจเลย” แบบนี้ก็จืดไปไม่ทำให้น่าจดจำเลย ลอง “ฝนปรอยพรมไปทั่วทุ่งกว้างขณะที่คุณกำลังเดินทางไปทางเหนือ ราวเที่ยงวัน คุณหยุดพักกินอาหารกลางวันใต้ต้นไม้โดดเดี่ยว ที่นั่นโรกเจอกับก้อนหินก้อนหนึ่งที่ดูเหมือนคนยิ้มยิงฟัน นอกเหนือจากนั้นก็ไม่เจออะไรที่ผิดปกติ”
การใช้แผนที่โลก (Overland Map)
ในการผจญภัยในบทนี้ ตัวละครจะได้เดินทางบนแผนที่โลกบ่อยครั้งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ดังที่เห็นในแผนที่ภูมิภาคในบทนำ สถานที่บางแห่งก็อยู่ห่างกันราว 40 - 50 ไมล์ ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันในการไปอีกที่หนึ่ง
เวลาในการเดินทาง เราจะกำหนดไว้ว่าคณะผจญภัยจะเดินทางได้ 24 ไมล์ต่อวันภายในระยะเวลา 10 ชั่วโมง ตัวละครจะต้องพัก 8 ชั่วโมงต่อวัน และมี 6 ชั่วโมงเอาไว้ตั้งแคมป์และเก็บของ, เตรียมอาหาร, และอาจใช้ในการหาของป่าหรือล่าสัตว์ตามแต่โอกาสจะอำนวย
การเผชิญหน้าในป่า
ให้ผู้เล่นกำหนดแถวการเดินทางของคณะ เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวละครใดเดินนำหน้าและใครอยู่หลังสุด เมื่อคณะผจญภัยตั้งแคมป์ ให้กำหนดตัวละครที่จะคอยเฝ้ายาม ข้อมูลนี้สำคัญหากคณะผจญภัยต้องเจอกับบางสิ่งที่อันตราย
ทางเกวียนไตรบอร์นั้นไม่ได้ปลอดภัย เมื่อนักผจญภัยเดินทางผ่านพื้นที่นี้ พวกเขาอาจจะเจอเข้ากับสัตว์ป่าหิวโหย, โจรป่า, หรือมอนสเตอร์ดุร้าย ให้ทอยหาการเผชิญหน้าสำหรับกลางวันหนึ่งครั้ง และกลางคืนหนึ่งครั้ง โดยการทอย d20 หนึ่งลูก หากทอยได้ 17-20 จะมีการเผชิญหน้าเกิดขึ้น ให้ทอย d12 เทียบกับตารางการเผชิญหน้าในป่าเพื่อหาว่าคณะผจญภัยของเราเจอกับอะไรเข้า
เมื่อการเผชิญหน้าเกิดขึ้น นักผจญภัยจะได้รับค่าประสบการณ์ (XP) ถ้าพวกเขาจัดการกับมอนสเตอร์ได้ ค่าประสบการณ์ของมอนสเตอร์แต่ละตัวจะมีระบุในสแต็ทบล็อค ให้คูณด้วยจำนวนมอนสเตอร์ที่เจอ และหารเท่ากันให้กับตัวละคร
ตารางการเผชิญหน้าในป่า
| ทอยกลางวัน | ทอยกลางคืน | ผลลัพท์ |
|---|---|---|
| 1–2 | 1–3 | สเติร์ก (Stirges) (1d8 + 2) |
| — | 4 | กูล (Ghouls) (1d4 + 1) |
| 3–4 | — | โอเกอร์ (Ogre) (1) |
| 5–6 | 5 | กอบลิน (Goblins) (1d6 + 3) |
| 7–8 | 6 | ฮอบกอบลิน (Hobgoblins) (1d4 + 2) |
| 9–10 | 7–8 | ออร์ค (Orcs) (1d4 + 2) |
| 11 | 9–10 | หมาป่า (Wolves) (1d4 + 2) |
| 12 | 11–12 | หมีฮูก (Owlbear) (1) |
สเติร์ก (Stirges). เจ้านักล่าบินได้นี้จะดูดเลือดเหยื่อและจะบินเข้าหาแสงของกองไฟในตอนกลางคืน
กูล (Ghouls). อันเดดมนุษย์นี้หิวโหยเนื้อสดของสิ่งมีชีวิต
โอเกอร์ (Ogre). ยักษ์โอเกอร์ออกเดินหาเหยื่อที่ฆ่าได้ง่าย มันโง่เกินกว่าที่จะหนีหากต้องต่อสู้
กอบลิน (Goblins). กอบลินจะรู้ตำแหน่งของปราสาทแคร็กมาวและสามารถบอกทางไปได้หากพวกมันถูกจับและสอบสวน แต่ละตัวจะมีกระเป๋าเงิน 1d10 cp
ฮอบกอบลิน (Hobgoblins). กลุ่มฮอบกอบลินนี้ออกตระเวนหานักผจญภัยเพื่อหวังเงินรางวัลค่าหัว พวกมันรู้ตำแหน่งของปราสาทแคร็กมาวแต่จะไม่บอกเด็ดขาด เว้นแต่มันจะติดสภาวะ หลงใหล (charmed) ฮอบกอบลินตัวหนึ่งจะมีรูปวาดคร่าว ๆ ของสมาชิกในคณะผจญภัย มีข้อความว่า “25 เหรียญทองสำหรับเจ้านี่” และมีสัญลักษณ์แมงมุมดำวาดไว้ด้านล่าง
ออร์ค (Orcs). กลุ่มลาดตระเวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองโจรออร์คที่มีฐานอยู่ที่ผาไวเวิร์น เมื่อพวกมันเคลื่อนย้าย พวกมันจะคอยหานักเดินทางเพื่อซุ่มโจมตีหรือบุกเผาบ้านเรือน
หมีฮูก (Owlbear). นักล่าผู้หิวโหยนี้จะตามกลิ่นตัวละครมาและไล่ตามพวกเขาอย่างไม่ลดละ
โคนีเบอรี่และรังของอกาธา
หมู่บ้านโคนีเบอรีถูกบุกทำลายโดยพวกบาร์บาเรียนเมื่อหลายปีก่อน เหลือเพียงซากหมู่บ้านร้าง ทางเกวียนไตรบอร์นั้นผ่านกลางหมู่บ้านร้างนี้ เป็นจุดสังเกตได้ง่ายเมื่อต้องตามหารังของแบนชีอกาธา จากหมู่บ้านร้างโคนีเบอรี มีทางเดินเก่านำไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเข้าไปในป่าเนเวอร์วินเทอร์วูด รังขออกาธาอยู่ไม่กี่ไมล์จากตัวหมู่บ้าน
สภาพป่ามืดครึ้มและเงียบงันตามระยะที่ทางเดินนำทุกคนลึกเข้าไปในป่า เถาวัลย์ขนาดใหญ่และมอสที่ขึ้นหนาปกคลุมกิ่งไม้ไว้ รู้สึกได้ว่าอากาศเย็นลงกว่าเมื่ออยู่ในหมู่บ้าน เมื่อพ้นโค้งไปคุณมองเห็นม่านที่สร้างจากการรวบกิ่งไม้ของต้นไม้สองต้นที่ขึ้นเคียงกัน ถักทอเป็นที่พักรูปโดมซ่อนอยู่ในเงามืด มีทางเข้าเตี้ย ๆ นำไปสู่ด้านใน
ถ้าตัวละครมีความระมัดระวังตัวและไม่ลืมว่ามาทำอะไร พวกเขาจะสามารถพูดคุยกับแบนชีได้ เมื่อตัวละครเข้าไปในที่พัก ให้อ่านข้อความนี้:
ด้านในโดมมีลักษณะเหมือนบ้าน มีเครื่องเรือนวางกระจัดกระจาย มีหีบ, ชั้นวางของ, โต๊ะหนึ่งตัวและที่ม้านั่งยาว ทั้งหมดมีสภาพเก่าและเป็นงานของช่างฝีมือเอลฟ์
Agatha senses the characters’ intrusion and manifests shortly after they enter her home. อกาธารับรู้ได้ว่าตัวละครบุกรุกเข้ามา เธอปรากฏตัวขึ้นไม่นานหลังจากที่่พวกเขาเข้ามาในบ้านของเธอ
อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว และความรู้สึกเสียวสันหลังเกิดขึ้นกับคุณทุกคน แสงสีซีดเย็นยวบผุดขึ้นในอากาศ ก่อเป็นรูปร่างเอลฟ์หญิงอย่างรวดเร็ว ผมและชุดคลุมของเธอปลิวสไวในสายลมวิญญาณ เธอน่าจะเคยเป็นหญิงงาม แต่ด้วยความเกลียดชังอันยิ่งยวดทำให้ใบหน้าเธอเปลี่ยนไป “เจ้าพวกโง่” เธอคำราม “ต้องการอะไรจากที่นี่ ไม่รู้จักตายหรือยังไงถึงมาหาข้า”
ถ้าตัวละครหยาบคาย, ไม่มีมารยาทหรือข่มขู่ อกาธาจะหน้าตาบูดบึ้งและหายตัวไป เธอจะไม่โจมตีพวกเขาและไม่ปรากฏตัวอีกเลยแม้จะร้องเรียก
การจัดการกับอกาธา
ถ้าตัวละครมีมารยาทและสุภาพ จะสามารถโน้มน้าวอกาธาให้ช่วยเหลือพวกเขาได้ โดยการทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทักษะ การโน้มน้าว (Persuasion) ผู้เล่นที่ตัวละครเป็นผู้นำในการพูดคุยกับแบนชีจะเป็นคนทอยทดสอบ ถ้าผู้เล่นสวมบทบาทในการพบปะได้ดี ให้เธอหรือเขาทอยแบบได้เปรียบ ถ้าตัวละครมีหวีเงินจากซิสเตอร์การาเอลและมอบเป็นของขวัญแก่อกาธา การทอยทดสอบจะสำเร็จโดยอัตโนมัติ
ร่างวิญญาณนั้นยิ้มอย่างเยือกเย็น “เช่นนั้นก็ได้..” เธอพูด “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าตามหาหลายสิ่ง ถามข้ามาหนึ่งคำถามและข้าจะให้คำตอบ”
ถ้าตัวะลครถามเกี่ยวกับหนังสือคาถาของโบวเจนเทิล อกาธาจะบอกพวกเขาว่าเธอขายหนังสือนั้นให้เนโครแมนเซอร์ที่ชื่อว่าเซอร์นอธ (Tsernoth) จากเมืองอิริเอบอร์ (Iriaebor) ไปตั้งแต่ร้อยกว่าปีที่แล้ว เธอไม่รู้ชะตากรรมของหนังสือหลังจากนั้น คำตอบของเธอเป็นความจริง และเป็นข้อมูลทั้งหมดที่ซิสเตอร์การาเอลต้องการสำหรับกลุ่มฮาร์เปอร์ในการค้นหาของพวกเขา
ตัวละครอาจจะเลือกถามอกาธาเรื่องอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ที่ตั้งของปราสาทแคร็กมาว, ตำแหน่งของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน, ตัวจริงของแมงมุมดำ, หรือคำถามของฮามุน คอสท์ (Hamun Kost) เกี่ยวกับ บ่อน้ำร้างฮูกเฒ่า (Old Owl Well) (ดูด้านล่าง) อกาธาจะรู้ทุกเรื่อง เธอจะสามารถตอบคำถามทุกอย่างที่เกี่ยวกับการผจญภัยที่ตัวละครอยากจะถาม อย่างไรก็ตาม แบนชีจะตอบเพียงคำถามเดียว ดังนั้นตัวละครควรจะเลือกอย่างระมัดระวัง
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
ตัวละครจะได้รับค่าประสบการณ์เมื่อโน้มน้าวอกาธาให้ตอบคำถามได้ ถ้าพวกเขาทำได้ หาร 200 แต้มและให้ทุกคนเท่ากัน
แผนที่อยู่ไหนล่ะ?
ไม่มีแผนที่สำหรับรังของอกาธา, บ่อน้ำร้างฮูกเฒ่า หรือผาไวเวิร์น สถานที่ผจญภัยเหล่านี้มีจุดที่น่าสนใจเพียงหนึ่งหรือสองจุดเท่านั้น และคุณไม่ต้องใช้แผนที่ในการดำเนินเกมในพื้นที่ ถ้าคุณรู้สึกว่ายังต้องใช้แผนที่อยู่ สร้างของคุณเองได้เลยโดยใช้รายละเอียดตามเนื้อเรื่อง
บ่อน้ำร้างนกฮูกเฒ่า (Old Owl Well)
สร้างขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อนโดยจักรวรรดิ์ที่ล่มสลาย บ่อน้ำนกฮูกเฒ่าเป็นหอสังเกตการณ์ร้างที่ตอนนี้เหลือเพียงกำแพงหินกระจัดกระจาย และฐานหอคอยพังถล่ม ที่ลานหน้าหอคอยมีบ่อน้ำที่ยังมีน้ำสะอาดอยู่ บ่อน้ำนกฮูกเฒ่าตั้งอยู่ในป่าและเนินรกทางใต้ของทางเกวียนไตรบอร์ สถานที่นี้หาพบได้ไม่ยากและ NPC ในแฟนดูละสามารถบอกทางไปถึงให้ได้
เมื่อไม่นานมานี้ นักสำรวจสายแร่ในพื้นที่มีบันทึกไว้ว่ามีบางคนมาตั้งแคมป์อยู่แถวบ่อน้ำร้างฮูกเฒ่า และมีคนเฝ้าเป็นอันเดดเพื่อป้องกันผู้บุกรุก
เมื่อคุณข้ามเนินเตี้ยมา คุณเหลือบเห็นซากหอสังเกตการณ์ร้างที่ถล่มลงมาตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขา สถานที่นี้เก่าแก่มาจนกำแพงเหลือเพียงกองหินวางล้อมรอบส่วนที่เป็นลานโล่ง ถัดไปจากซากหอคอยมีเต็นท์สีสดใสถูกจัดตั้งไว้กลางลาน แต่ไม่พบเห็นว่ามีใครอยู่ในบริเวณ
ซากโบราณในตอนนี้ถูกยึดไปโดยเมจผู้ที่กำลังวุ่นอยู่กับการสำรวจสถานที่ ด้วยความหวังที่จะพบกับตำนานอาคมที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้สร้างที่แห่งนี้ ตัวละครสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ทุกทาง จะตามรอยเท้าเก่าเข้าไปหรือลอบเข้าทางเนินเขาและหาช่องผ่าเข้าทางช่องกำแพงที่พัง
ซอมบี้ (zombies) 12 ตัว ซ่อนอยู่ในซากหอสังเกตการณ์และไม่สามารถมองเห็นได้จากด้านนอก อย่างไรก็ตาม ตัวละครใดที่มีการรับรู้ตามธรรมชาติ (passive Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) คะแนน 10 หรือมากกว่าจะได้กลิ่นคนตายโชยมาจากทางซากหอคอย เมื่อตัวละครเข้าใกล้หอคอยหรือเต็นท์ ซอมบี้จะออกมาจากหอคอย
ถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้น นักเวทย์ชัวร้าย (evil mage) ฮามุน คอสท์ (Hamun Kost) จะออกมาจากเต็นท์และร้องถาม “นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”
คอสท์มีร่างเตี้ยล่ำ, ผิวซีดเผือดสวมชุดคลุมแดง, โกนผมเกลี้ยงและมีรอยสักสีดำบนหน้าผาก ตัวละครที่ทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ เวทย์อาคมลี้ลับ (Arcana) DC 10 ผ่านจะรู้จักรอยสักของคอสท์ว่าเป็นสัญลักษณ์ของพวกเนโครแมนเซอร์ ถ้าทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ การรู้ประวัติศาสตร์ (History) DC 10 ผ่านจะรู้ว่าชุดคลุมนั้นพบเจอได้ในอาณาจักร์เทย์ (Thay) ดินแดนห่างไกลทางตะวันออกที่เหล่าวิซาร์ดจะสักลวดลายตามร่างกาย รอยสักบนหัวแสดงถึงสำนักเวทย์มนต์ของวิซาร์ด ของคอสท์คือเนโครแมนเซอร์
ถ้าตัวละครใดพยายามพูดคุยกับคอสท์ แม้แค่เพียงทักทายหรือตอบคำถามของเขาระหว่างต่อสู้ เขาจะหยุดซอมบีไว้ชั่วขณะ วิซาร์ดสีชาด (The Red Wizard) ไม่ได้ต้องการต่อสู้แต่แรก และเขาอยากจะทำข้อตกลงเพื่อให้ทั้งเขาและตัวละครได้ประโยชน์
คอสท์จะไม่เปิดเผยเหตุผลที่เขาปรากฏตัวในบริเวณนี้ อย่างไรก็ตามเขายินดีจะให้ข้อมูลกับคณะผจญภัยหากมันจะทำให้เขาได้ประโยชน์ ถ้าตัวละครบอกกับคอสท์ถึงเหตุผลที่มาหรือสิ่งที่ต้องการ เขาจะบอกถึงความต้องการหนึ่งหรือสองอย่างดังนี้
- เข้าต้องการขับไล่ออร์คที่ผาไวเวิร์น เพราะพวกมันเริ่มมาด้อม ๆ มอง ๆ แถวที่เขาตั้งแคมป์และดูท่าจะสร้างปัญหาให้แน่นอน
- เขาต้องการถามคำถามกับแบนชีอกาธา: “วิซาร์ดที่สร้างหอคอยที่บ่อน้ำนกฮูกเฒ่านี้ชื่ออะไร?” คอสท์จะไม่เสี่ยงทำให้แบนชีโกรธ แต่ตัวละครน่าจะสามารถไปถามคำถามนี้ให้เขาได้ (อกาธาจะรู้ชื่อ: อาร์ธินดอล (Arthindol))
สมบัติ
เต็นท์ของฮามุน คอสท์จะมีเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินทางหลายอย่าง เช่นเตียงพับได้, เก้าอี้, โต๊ะเขียนหนังสือ, เสบียง, และหีบใส่ผ้า ในหีบมีถุงหนังบรรจุ 35 sp, 20 ep, 20 gp, 5 pp, ไข่มุกหนึ่งเม็ด (100 gp), โพชันแห่งการฟื้นฟู (potion of healing) 1 ขวด, ม้วนคาถา (spell scroll) ของคาถา มืดมิด (darkness) 1 ม้วนในกระบอกกระดูก, และกล่องประดับอัญมณีเล็ก (25 gp) มี แหวนแห่งการคุ้มกัน (ring of protection) 1 วง จากนีเธอริลโบราณ เป็นของที่วิซาร์ดสีชาดให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
การได้เรียนรู้เรื่องการปรากฏตัวของวิซาร์ดสีชาดที่บ่อน้ำนกฮูกเฒ่าจะทำให้ภารกิจที่ได้จากดาราน เอเดอร์แมธในแฟนดูลินสำเร็จ หารค่าประสบการณ์ 200 แต้มและให้กับทุกคนหากคณะผจญภัยเจรจาต่อรองกับฮามุน คอสท์ได้และกลับไปรายงานกับดาราน
หารค่าประสบการณ์ 800 แต้มให้กับทุกคนถ้าคณะผจญภัยสามารถกำจัดฮามุน คอสท์และซอมบี้ของเขาได้
หมู่บ้านร้างธันเดอร์ทรี
ใกล้กับจุดที่แม่น้ำเนเวอร์วินเทอร์ไหลออกมาจากป่าเนเวอร์วินเทอร์วูด มีหมู่บ้านร้างชื่อว่าธันเดอร์ทรี (Thundertree) ครั้งหนึ่ง ที่นี่เป็นชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองตั้งอยู่ชายป่า ความมั่งคั่งมาจากงานในหมู่บ้านอย่างการตัดไม้และการดักสัตว์ และเมื่อสามสิบปีก่อน ภูเขาโฮเทนาวที่อยู่ทางเหนือเกิดระเบิดขึ้น สร้างคามเสียหายให้หมู่บ้านธันเดอร์ทรี เมื่อเริ่มหายนะจากภูเขาไฟระเบิด มีโรคระบาดประหลาดที่ทำให้เกิดซอมบี้เข้าทำลายหมู่บ้าน ไล่ฆ่าคนหรือขับไล่คนที่รอดจากการระเบิดออกไป
แม้ว่าซอมบี้ส่วนใหญ่จะสลายเป็นฝุ่นไปหมดแล้ว แต่เวทย์มนต์ที่สร้างมันยังคงอยู่ในพื้นที่ทำให้พืชต่าง ๆ กลายพันธุ์เป็นอันตราย น้อยคนที่จะกล้าเข้ามาในบริเวณหมู่บ้านร้างนี้ และผู้ที่เขามาก็มักจะอยู่เป็นเวลานานด้วยข้อยกเว้นสองข้อ ดรูอิดเรย์ดอธ (Reidoth) (ดู พื้นที่ 4) มาเยือนธันเดอร์ทรีอยู่เสมอเพื่อคอยสังเกตภัยอันตรายของมัน พวกสาวกลัทธิก็มาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ (ดู พื้นที่ 13) เพื่อดูแลมังกรที่มายึดครองธันเดอร์ทรีเพื่อให้เป็นอาณาจักรของมัน (ดู พื้นที่ 7)
เมื่อคณะผจญภัยเข้าใกล้ซากโบราณ อ่านข้อความดังนี้:
ยิ่งเข้าใกล้พื้นที่ ทางเดินก็ค่อย ๆ เก่าลง, พุ่มไม้ขึ้นหนาทั้งสองข้างทางและระหว่างอาคารผุพังมีรากไม้และเถาวัลย์ทิ่มแทงเลื้อยแทรกอยู่ทั่วไป เบื้องหน้าของคุณตรงกลางหมู่บ้าน มีเนินสูง ด้านบนเนินมีหอคอยหินสูงตระหง่านที่หลังคาพังไปแถบหนึ่งและมีกระท่อมขนาบด้านข้าง ถนนดินโอบรอบฐานของเนินดินและเลี้ยวไประหว่างบ้านผนังหินเก่า อาคารส่วนใหญ่จะไร้หลังคาทำให้ภายในเปิดรับอากาศ บ้านเรือนอื่นก็ผุพังไปหมด ทั่วบริเวณนี้เงียบสงัดอย่างน่ากลัว
มีป้ายไม้ตอกติดไว้กับกล่องจดหมาย เขียนว่า “อันตราย! มอนสเตอร์ต้นไม้และซอมบี้! กลับออกไป!”
เรย์ดอธติดป้ายนี้ไว้เพื่อกันพวกล่าสมบัติไม่ให้ไปรบกวนมอนสเตอร์ที่อยู่ในพื้นที่
ลักษณะทั่วไป
สิ่งก่อสร้างในธันเดอร์ทรีพังถล่มเป็นส่วนใหญ่ในหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่หมู่บ้านถูกทิ้งร้างไป ธรรมชาติกำลังกลืนกินสิ่งที่เหลืออยู่ของหมู่บ้าน
สิ่งก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างในธันเดอร์ทรีเป็นซากปรักหักพังหรือใช้การไม่ได้ ดังแสดงในแผนที่
ซากอาคารเหลือเพียงผนังเปลือยเป็นกำแพงหินสูง 5-8 ฟุต หลังคาไม่มีเพราะถล่มลงมากองเป็นเศษอยู่ด้านในผนัง กองซากหลังคานี้ทำให้เกิดเป็น พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) (ดู “พื้นที่ทุรกันดาร (Difficult Terrain)” ใน กฏพื้นฐาน)
อาคารที่ยังพอใช้ได้อยู่เป็นกระท่อมหินเก่าทรุดโทรมแต่ก็ยังตั้งอยู่ได้ ประตูไม้นั้นบวมพองหมดและต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง DC 10 ในการงัดเปิด หน้าต่างของอาคารที่ยังใช้งานได้อื่น ๆ จะกว้าง 2 ฟุตและปิดไว้ด้วยบานไม้มีช่องยิงธนูเปิดกว้าง 6 นิ้ว สิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหนึ่งของช่องยิงธนูจะได้รับ การกำบังสามส่วนสี่ (three-quarters cover) ต่อการโจมตีจากอีกด้านหนึ่ง (ดู “การกำบัง (Cover)” ใน กฏพื้นฐาน)
ต้นไม้และพุ่มไม้ ต้นไม้สูงเฉลี่ย 30 ถึง 40 ฟุตและให้ร่มเงา พุ่มไม้เป็นกอใหญ่นับเป็น พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain)
หมู่บ้านร้างธันเดอร์ทรี ดูแผนที่สำหรับผู้เล่น
พื้นที่ในธันเดอร์ทรี
1. กระท่อมชายขอบด้านตะวันตก
กระท่อมนี้เคยสวยงามในอดีต
ซุกซ่อนอยู่ในเงาของต้นไม้เก่าเป็นกระท่อมหินที่พังถล่มไม่มีหลังคา ต้นหญ้าขึ้นรกเต็มพื้นที่ไปหมด
กิ่งไม้ปีศาจ (twig blights) 2 ตัว ซ่อนอยู่ในพุ่มหญ้าอยู่หลังช่องประตูเปิดโล่งของกระท่อม ให้กิ่งไม้ปีศาจทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) และเทียบกับการรับรู้ตามธรรมชาติ (passive Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) ของตัวละครเพื่อหาว่ากิ่งไม้ปีศาจถูกพบเห็นหรือไม่
กิ่งไม้ปีศาจจะไม่โจมตีก่อน (เว้นแต่จะป้องกันตัว) แต่จะมาช่วยกิ่งไม้ปีศาจในพื้นที่ 2 ถ้าการต่อสู้เกิดขึ้นที่นั่น
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 50 แต้มให้ทุกคนถ้าคณะผจญภัยทำลายกิ่งไม้ปีศาจได้
2. กระท่อมไม้ปีศาจ
ลมและอากาศทำงานของมันอย่างดี กระท่อมใหญ่นี้เหลือเพียงซากอาคาร
กระท่อมร้างนี้ ดูจากสภาพที่เหลือดูจะเคยเป็นบ้านของพ่อค้าผู้มั่งคั่งหรือชาวไร่ผู้มีอันจะกินในช่วงที่หมู่บ้านยังรุ่งเรือง สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้เป็นกำแพงพังถล่มและกองหินและอิฐ มีต้นไม้วัยเยาว์ขึ้นอยู่ท่ามกลางกองซากกระท่อม
หมู่ไม้ที่ขึ้นทึบนั้นซ่อนสิ่งอันตรายไว้ กิ่งไม้ปีศาจ (twig blights) 6 ตัว ซุ่มซ่อนอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ การสังเกตเห็นพวกมันตัวละครต้องทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) เทียบกับการทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ของกิ่งไม้ปีศาจ
มอนสเตอร์พืชนี้หิวโซและจะสู้จนกว่าจะถูกทำลาย หลังผ่านไปหนึ่งรอบการต่อสู้ กิ่งไม้ปีศาจในพื้นที่ 1 จะเข้ามาร่วมปะทะด้วย
สมบัติ
พ่อค้าที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่มีหีบที่เต็มไปด้วยเหรียญเงินซ่อนอยู่ใต้หินปูพื้นในบ้านของเขา หากค้นหาด้านในของกระท่อมทางฝั่งตะวันออกอย่างถี่ถ้วนและทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10 จะพบกับหีบเก่าอยู่ติดกับรากไม้ที่โตขึ้นทะลุบ้าน หีบจะมี 700 cp, 160 sp และ 90 gp
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 50 แต้มให้ทุกคนหากจัดการกับกิ่งไม้ปีศาจเหล่านี้ได้
3. โรงเตี๊ยมม้าสีน้ำตาล (The Brown Horse)
ตรงนี้เคยเป็นโรงเตี๊ยมม้าสีน้ำตาล ของขึ้นชื่อคือแอลรสเลิศ
แผ่นกระดานแปะประกาศเก่าติดอยู่ข้างประตูของอาคารใหญ่นี้มีรูปของม้างานถือเหยือกแอล อาคารทรุดตัวและผุพัง แต่ก็ยังมีสภาพดีกว่าอาคารตรงข้าม
ซอมบี้เถ้าถ่าน (ash zombies) 4 ตัว (ดู “ซอมบี้เถ้าถ่าน (Ash Zombies)”) ซ่อนตัวอยู่ในเงาของอาคารนี้ พิงตัวอยู่กับผนังหรือนอนอยู่ใต้บาร์ เมื่อมีสิ่งมีชีวิตเข้ามา ซอมบี้จะคำรามและตัวสั่น ค่อย ๆ คลานและยืนขึ้นมา (ใช้ครึ่งหนึ่งของความเร็วของมันในการลุกขึ้น ดู “การล้มคะมำ (Being Prone)” ใน กฏพื้นฐาน) พวกมันจะไล่ตามตัวละครที่มันมองเห็น โจมตีจนกว่าจะถูกทำลาย
ด้านตะวันออกของอาคารเป็นห้องกลางเก่า ขณะที่ด้านตะวันตกเป็นครัวและอุปกรณ์การทำแอล ถังไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันตก และมีกลิ่นยีสจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ ส่วนแอลนั้นระเหยหมดไปนานแล้ว
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 200 แต้มให้ทุกคนเท่า ๆ กันหากพวกเขาทำลายซอมบี้เถ้าถ่านได้
ซอมบี้เถ้าถ่าน (ASH ZOMBIES)
ซอมบี้พวกนี้ถูกสร้างโดยหายนะทางเวทย์มนต์เมื่อภูเขาเมาท์โฮเทนาวปะทุขึ้นเมื่อสามสิบปีก่อน พวกกมันใช้สแต็ทบล็อกของ ซอมบี้ และมีคุณลักษณะพิเศษเพิ่มขึ้นมา
ฝุ่นกระจาย (Ash Puff) ครั้งแรกที่ซอมบี้ได้รับความเสียหาย สิ่งมีชีวิตภายในระยะ 5 ฟุตของซอมบี้ต้องทอยป้องกันความอดทน (Constitution) DC 10 ให้ผ่านหรือต้องทอยโจมตี, ทอยป้องกัน, และทอยทดสอบความสามารถแบบเสียเปรียบ เป็นเวลา 1 นาที สิ่งมีชีวิตสามารถทอยป้องกันซ้ำได้เมื่อจบแต่ละเทิร์นของมัน จบผลของความสามารถก่อนเวลาหากทอยผ่าน
4. จุดสังเกตการของดรูอิด
เมื่อเรย์ดอธมาเยือนธันเดอร์ทรี ที่นี่จะเป็นที่ที่เขามาพัก
บ้านหลังนี้ดูจะอยู่ในสภาพที่ดีกว่าซากอาคารอื่นที่อยู่ใกล้ ประตูเสริมแผ่นเหล็ก มีบานเกล็ดหนาป้องกันหน้าต่าง
เรย์ดอธเป็นมนุษย์ร่างผอมมีเคราขาว เป็นคนที่จะไม่ใช้สองคำหากใช้คำเดียวได้ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้เจอผู้มาเยือนนัก แต่เขาก็ต้อนรับแขกเป็นอย่างดี
เรย์ดอธชำนาญในการหลบหลีกพวกซอมบี้เถ้าถ่านที่อยู่ทั่วไปในหมู่บ้าน รวมถึงหลีกเลี่ยงพวกพืชกลายพันธุ์ด้วย เขารู้ว่ามีแมงมุมอันตรายซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านร้างนี้ตรงฐานของเนิน และเขายังสงสัยว่ามีบางคนซ่อนตัวอยู่ด้านตะวันออกของหมู่บ้าน เขาพบเห็น “พวกคนใส่ชุดคลุมและหน้ากากสีดำ” (พวกสาวกลัทธิ) เพ่นพ่านไปมา อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขากังวลมากว่าในตอนนี้คือมังกรเขียวที่ย้ายเข้ามาอยู่บนหอคอย (พื้นที่ 7) ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขามาที่หมู่บ้านนี้ เขาจะเตือนตัวละครถึงอันตรายทั้งหมด และแนะนำให้ออกจากธันเดอร์ทรีซะก่อนที่จะมีอันเป็นไป
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
ถ้าตัวละครถามเขาถึงปราสาทแคร็กมาว เรย์ดอธจะยินดีบอกตำแหน่งให้ เขาเป็นสมาชิกของ เอเมอรัลเอนเคลฟ (Emerald Enclave) เครือข่ายผู้พิทักษ์มรกต กลุ่มของผู้ใช้ชีวิตเอาตัวรอดในป่าเขาที่กระจายตัวอยู่ทั่วไป ผู้ที่คอยปกป้องดูแลธรรมชาติไปพร้อมกับค้นหารากเหง้าความชั่วร้ายที่อาจสร้างปัญหา กลุ่มผู้พิทักษ์ทำงานเพื่อฟื้นฟูและปกป้องธรรมชาติเพื่อจำกัดอำนาจของเหล่าวิญญาณธาตุในโลก ป้องกันไม่ให้อารยธรรมและธรรมชาติทำลายกันและกัน และช่วยให้ผู้คนเอาชีวิตรอดได้ในความโหดร้ายของพงไพร พวกกอบลินนี่ก็ถือเป็นภัยคุกคามต่อสมดุลย์อันละเอียดอ่อนของธรรมชาติ
ถ้าตัวละครถามเรย์ดอธเกี่ยวกับถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน เขาจะไม่บอกโดยทันทีแต่จะเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับการพาคณะผจญภัยไปถึงหน้าถ้ำ: เขาต้องการให้พวกเขาไล่มังกรออกไปจาก พื้นที่ 7 ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ เรย์ดอธจะทำตามสัญญาแต่เขาจะไม่เข้าไปในถ้ำด้วย
ถ้าตัวละครโจมตีเขาไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร เรย์ดอธจะแปลงร่างเป็นกะรอกสีเทาและลอบหนีไปจากกระท่อมทางช่องแตกที่ผนัง เขาจะหายไปในป่าและรอจนกว่าตัวละครร้ายละจากไป กระท่อมสังเกตการณ์ของเขาไม่มีของมีค่าอะไร
เข้าร่วมกับกลุ่มผู้พิทักษ์มรกต
ถ้าคณะผจญภัยช่วยเรย์ดอธโดยการขับไล่เวนอมแฟง (Venomfang) ออกไปได้ ดรูอิดจะแอบคุยกับสมาชิกของกลุ่มและชวนเข้าร่วมกับ เอเมอรัลด์เอนเคลฟ (Emerald Enclave) กลุ่มผู้พิทักษ์มรกต เขาจะพูดคุยกับผู้ที่แสดงให้เห็นถึงการปกป้องสมดุลย์แห่งธรรมชาติ ถ้าตัวละครตกลง เรย์ดอธจะให้ฉายา สปริงวอร์เดน (Springwarden) พัสดีแห่งฤดูใบไม้ผลิ แก่แต่ละคนที่เข้าร่วม
5. บ้านไร่ปีศาจ
ทางทิศใต้ของบ้านไร่แห่งนี้ติดกับทุ่งโล่ง ซึ่งมีพุ่มไม้หนามและไม้พุ่มเตี้ยขึ้นหนาแน่นเป็นหย่อม ๆ
อาคารร้างนี้ดูแล้วเหมือนกับว่าเคยเป็นบ้านไร่มาก่อน
ตอนนี้มันถูกพุ่มไม้หนากลืนไปหมด และมีต้นไม้งอกขึ้นจากฐานของบ้าน มีทางเดินแคบทอดต่อไปทางใต้อีกเล็กน้อยเลยพุ่มไม้หนาไปก่อนจะสิ้นสุดที่ทุ่งรกร้างที่ถูกพืชพรรณปกคลุม
พุ่มไม้หนาทางทิศตะวันออกภายนอกอาคารร้างนี้มี กิ่งไม้ปีศาจ (twig blights) 8 ตัวอาศัยอยู่ หากมีอะไรไปรบกวนในพื้นที่อาคาร (ตัวอย่างเช่นตัวละครไปรื้อกองหิน) พวกมันจะออกมา
แต่ละรอบจำนวน 3 รอบ กิ่งไม้ปีศาจ 2 ตัวจะเดินเข้าซากบ้านไร่ทางประตูทิศใต้ ขณะที่ 2 ตัวจะเข้าทางประตูทิศเหนือ กิ่งไม้ปีศาจจะสู้จนกว่าจะถูกทำลาย
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 200 แต้มให้กับทุกคนหากทำลายกิ่งไม้ปีศาจลงได้
6. ซากร้านค้าร้าง
ร้านโชห่วยแห่งนี้ยังไม่ถึงกับเป็นซากเสียทีเดียว เพราะยังมีหลังคาเหลืออยู่บ้าง
ที่ทางแยกใกล้กับกลางหมู่บ้าน มีทางเล็กเลี้ยวขึ้นเนินทางทิศเหนือ ตรงกันข้ามทางใต้มีซากอาคารที่ดูจะเป็นร้านโชห่วยหรือโรงงาน มีใยแมงมุมขึงพาดข้ามตรอก จากตัวอาคารไปยังต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ฝั่งเหนือของถนน
แมงมุมยักษ์ (giant spiders) 2 ตัวซ่อนอยู่ด้านหลังผนังของอาคารร้างนี้ ใยแมงมุมที่พาดถนนอยู่จะเป็นตัวบอกแมงมุมว่ามีเหยื่อผ่านทางมา และมันจะค่อย ๆ ไต่ตามผนังมาจัดการเหยื่อ แมงมุมที่รับรู้ว่ามีเหยื่อหลงเข้ามาจะโจมตีแบบ ประหลาดใจ (surprise) กับตัวละครที่มีคะแนนการรับรู้ตามธรรมชาติ (passive Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) ต่ำกว่า 17
ใยแมงมุม ใยแมงมุมจะปกคลุมสองช่องด้านทิศเหนือจากประตูทางเข้า (รวมถึงช่องที่มีเลข 6 ด้วย) มันจะเป็น พื้นที่ทุรกันดาร (difficult terrain) และสิ่งมีชีวิตที่พยายามเคลื่อนที่ผ่านต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strenght) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) DC 10 ให้ผ่าน หากทอยไม่ผ่าน สิ่งมีชีวิตจะติดสภาวะ ถูกจับมัด (restrained) ติดอยู่ในใยแมงมุม (ดู กฏพื้นฐาน สำหรับผลจากการ ถูกจับมัด (restrained)) สิ่งมีชีวิตที่ติดใยแมงมุมสามารถใช้แอ็คชันในแต่ละราวน์ในการพยายามดิ้นให้หลุดโดยทอยทดสอบความแข็งแกร่ง DC 12 หรือสามารถลองตัดมันได้ด้วยอาวุธที่มีคุณสมบัติ อาวุธเบา (light) ที่สร้างความเสียหายแบบเฉือน (slashing damage) ใยแมงมุมจะมี AC 10 HP 5 แพ้ไฟ และมีภูมิคุ้มกันต่อความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning), พิษ (poison) และพลังจิต (psychic) (ดู “ความต้านทานความเสียหายและความเปราะบาง (Damage Resistance and Vulnerability)” ใน กฏพื้นฐาน ว่ากฏ ความเปราะบาง (vulnerability) ทำงานอย่างไร)
การอ้อมใยแมงมุมทำได้ยากเพราะพุ่มไม้ที่อยู่ทางเหนือของถนน การเดินอ้อมซากอาคารทางทิศใต้ก็จะไปเจอกับกิ่งไม้ปีศาจในพื้นที่ 5
สมบัติ
มีศพของนักผจญภัยโชคร้ายโดนใยแมงมุมพันตัวอยู่ในด้านตะวันตกของภายในอาคาร ร่างกายของเขาแห้งไปแล้ว แต่ก็พอสังเกตได้ว่าเป็นเอลฟ์ชาย ศพจะสวมใส่ เกราะหนังตอกหมุด (studded leather armor) และมี ดาบสั้น (shortsword) อยู่ในฝักห้อยทีเอว ถ้าค้นหาดี ๆ จะพบว่ามี โพชันแห่งการฟื้นฟู (potion of healing) หนึ่งขวดอยู่ในกระเป๋าเข็มขัด และยังมีเงิน 23 gp และ 35 sp
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 400 แต้มให้ทุกคนเท่า ๆ กัน ถ้าคณะผจญภัยสามารถจัดการกับแมงมุมยักษ์ได้
7. หอคอยมังกร
หอคอยนี้เคยเป็นบ้านของวิซาร์ดชาวมนุษย์ ผู้ที่ถูกฆ่าโดยซอมบี้เถ้าถ่านที่บุกทำลายธันเดอร์ทรีเมื่อสามสิบปีก่อน
ที่ยอดเนินกลางหมู่บ้านมีหอคอยกลมที่มีกระท่อมปลูกติดอยู่ด้านข้าง อาคารทั้งสองยังอยู่ในสภาพดี แม้ว่าหลังคาของหอคอยครึ่งหนึ่งจะหายไป มีประตูเปิดเข้าสู่กระท่อมและมีหน้าต่างมีช่องยิงธนูอยู่บนหอคอย คุณจะรู้สึกว่ารอบ ๆ นี้เงียบอย่างประหลาด และได้กลิ่นแสบจมูกลอยอยู่ในอากาศ
มีศพของแมงมุมยักษ์สองตัวนอนแผ่อยู่ใกล้กับขอบทาง ดูแล้วเหมือนถูกลากมา ร่างของพวกมันบวมเป่งและเริ่มเน่า และมีรอยถูกขย้ำด้วยสัตว์ขนาดใหญ่
มังกรเขียววัยรุ่น (young green dragon) ตัวหนึ่งชื่อ เวนอมแฟง (Venomfang) ได้เข้ายึดครองหอคอยนี้ เมื่อตอนที่บินผ่านธันเดอร์ทรีขณะที่กำลังมองหาสถานที่ทำรังที่เหมาะสมในป่าเนเวอร์วินเทอร์วูด ศพของแมงมุมยักษ์นั่นเป็นเจ้าของเก่าของหอคอย ถูกฆ่าโดยมังกรหลังจากที่มันฉีกหลังคาบุกเข้ามา ตอนนี้เวนอมแฟงกำลังกบดานเงียบ ๆ
หอคอย มังกรจะอาศัยอยู่ในหอคอย เป็นห้องเดี่ยวเพดานสูง 40 ฟุต มีบันไดวนกว้าง 5 ฟุตด้านใน สูงขึ้นไปจนถึงห้องด้านบนที่หลังคาเปิดอยู่เพื่อให้มังกรเข้าออกได้สะดวก มีคานไม้ใหญ่และโครงค้ำบันไดวางไขว้ไปมาทั้งหอคอย
เวนอมแฟงไม่อยากทิ้งรังน่าอยู่นี้ไปง่าย ๆ แต่ถ้าตัวละครทำให้มังกร HP ลดลงครึ่งหนึ่งได้ มันจะปีนขึ้นไปด้านบนหอคอยและบินหนีไปรอกลับมาใหม่วันหน้า
กระท่อม กระท่อมมีเครื่องเรือนฝุ่นจับและมีใยแมงมุมรกไปทั่ว แต่ก็ไม่มีอะไรที่มีค่า ถ้าตัวละครทำเสียงดังในกระท่อม มังกรจะได้ยินและเตรียมพร้อมที่จะสู้
เวนอมแฟง (Venomfang)
สมบัติ
มีหีบไม้แตกเปิดอยู่บนพื้นหอคอย เป็นหีบใส่ของของวิซาร์ด ข้างในมี 800 sp, 150 gp, ชุดจอกเหล้าเงิน 4 ใบประดับมูนสโตน (ใบละ 60 gp), ม้วนคาถา ของคาถา ก้าวย่างในสายหมอก (misty step) และ ม้วนคาถา ของคาถา ศรสายฟ้า (lightning bolt) เวนอมแฟงใช้เวลาส่วนใหญ่ชื่นชมกับสมบัติของมัน
เจ้ามังกรจะไม่สังเกตถึงไอเท็มที่น่าสนใจที่สุดชิ้นหนึ่งในกองสมบัติของมัน ข้างใต้กองเหรียญมีขวานสงครามเก่าขึ้นสนิมงานสร้างของดวอร์ฟ มีอักขระรูนในภาษาดวาฟวิชที่ใบขวานอ่านว่า “ฮิว (Hew)” และสนิมทำให้ดูหมดค่าไป ฮิว (Hew) เป็น ขวานสงคราม (battleaxe) +1 ที่จะสร้างความเสียหายสูงสุดเมื่อผู้ใช้โจมตีมอนสเตอร์พืชหรือสิ่งที่ทำจากไม้ ผู้ที่สร้างขวานนี้เป็นช่างตีเหล็กดวอร์ฟผู้มีความอาฆาตกับดรายาด (dryads) แห่งป่าที่เขาไปตัดไม้ฟืน ใครก็ตามที่ถือขวานนี้จะรู้สึกไม่ค่อยสบายเมื่อเขาหรือเธอต้องเดินทางผ่านป่า
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 2,000 แต้ม ให้กับตัวละคร ถ้าคณะผจญภัยสามารถไล่เวนอมแฟงออกไปได้ ถ้าดูจากเลเวลแล้ว พวกเขาไม่น่าจะฆ่ามังกรได้ แต่ถ้าได้มันจะให้ค่าประสบการณ์ 3,900 แต้ม
8. โรงเหล็กเก่า
โรงเหล็กนี้ถูกทิ้งร้างนานมาแล้ว
ปล่องไฟใหญ่และกองไม้ฟืนที่ผุพังกองทะลุผนังของอาคารร้างหลังนี้ เดาได้ว่าเคยเป็นโรงตีเหล็กเมื่อสมัยก่อน
ซอมบี้เถ้าถ่าน (ash zombies) 2 ตัว (ดู “ซอมบี้เถ้าถ่าน (Ash Zombies)”) นอนอยู่ที่พื้น เมื่อตัวละครเข้ามาด้านใน มอนสเตอร์จะลุกขึ้นมา (ใช้ค่าการเคลื่อนที่ครึ่งหนึ่ง ดู “การล้มคะมำ (Being Prone)” ใน กฏพื้นฐาน) และพวกมันจะเข้าโจมตี เมื่อซอมบี้มองเห็นตัวละครแล้ว พวกมันจะไล่ตามไปไม่ว่าพวกเขาจะไปทางไหน
มีอุปกรณ์เก่าหลายอย่างอยู่ภายในอาคารนี้ เช่น คีมจับ, เครื่องสูบลม และทั่งเหล็กสองชิ้น ตกกระจายอยู่บนพื้น
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 100 แต้มให้ทุกคน ถ้าสามารถจัดการกับซอมบี้เถ้าถ่านได้
9. ร้านสมุนไพร
ที่นี่เคยเป็นร้านสมุนไพรและอุปกรณ์เล่นแร่แปรธาตุ เป็นร้านของครอบครัวเมอร์นา เดนดรา ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองแฟนดูลิน (ดู การเผชิญหน้าที่ 5 ใน “รังของพวกโจรชุดแดง (Redbrand Hideout)”)
ซากร้านค้านี้มีชั้นวางของที่หักพังและซากเครื่องเรือนกระเกะระกะไปทั่ว เศษแก้วและเครื่องกระเบื้องกระจายทั่วพื้นท่ามกลางเศษหินและหญ้าที่ขึ้นรก ข้างเคียงมีหนังสือกรอบเละและถังไม้ผุพัง
สารตัวทำปฏิกิริยาและสารผสมทั้งหมดที่นี่สลายฤทธิ์ไปหมดแล้ว และหนังสือก็กลายเป็นผงกระดาษอ่านไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีกล่องไม้เล็กซ่อนอยู่ในช่องใต้ชั้นวางของ ตัวละครที่ค้นหาทั่วทั้งกองซากจะเจอกล่องด้วยการทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 15 การทอยทดสอบจะสำเร็จโดยอัตโนมัติถ้าเมอร์นาส่งคณะผจญภัยมาตามหามรดกชิ้นนี้
สมบัติ
ตัวกล่องไม่มีค่าอะไรแต่มันจะบรรจุสร้อยคอทองคำมีจี้มรกตปราณีต (200 gp)
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 200 แต้มให้ทุกคนถ้านำสร้อยคอไปคืนเมอร์นาแทนที่จะเก็บไว้เอง
10. จตุรัสกลางหมู่บ้าน
แม้พื้นที่โดยรอบจะถูกพืชพรรณปกคลุมไปแล้ว แต่จตุรัสแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่โล่งอยู่
ทางด้านตะวันออกของหมู่บ้าน ทางเดินเปิดออกเป็นจตุรัสขนาดย่อม มีซากอาคารอยู่โดยรอบทางด้านทิศใต้ของจตุรัส แต่มีอาคารหนึ่งที่ดูเหมือนเรือนพักกำลังพลยังมีสภาพดีอยู่ทางด้านทิศเหนือ มีทางเดินหนึ่งมุ่งลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ และอีกสายหนึ่งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ขนานไปกับเนินกลางหมู่บ้าน และทางที่สามขึ้นไปทางเหนือ ที่กลางจตุรัสมีรูปแกะสลักไม้เป็นนักรบถือหอกและโล่ยืนเอียงเล็กน้อยอยู่
รูปสลักเอียงนี้สูง 10 ฟุตรวมฐาน เป็นรูปของวีรบุรุษสมัยก่อนแห่งเนเวอร์วินเทอร์ชื่อว่าพาเลียน (Palien) ผู้ที่เอาชนะมอนสเตอร์หลายครั้งในป่าเนเวอร์วินเทอร์วูดเมื่อครั้งที่ก่อตั้งหมู่บ้านธันเดอร์ทรี ตัวละครที่ศึกษารูปสลักจะจำตำนานได้โดยการทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ การรู้ประวัติศาสตร์ (History) DC 15 รูปสลักสามารถผลักให้ล้มได้ด้วยการทอยทดสอบความแข็งแกร่ง DC 20
11. ป้อมทหารเก่า
สำหรับผู้อยู่อาศัยในธันเดอร์ทรีแล้ว การต้องอยู่ใกล้กับป่าเนเวอร์วินเทอร์วูดจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
โรงทหารนี้ดูจะทนทานต่อสภาพอากาศมาได้นานกว่าอาคารอื่นในหมู่บ้าน ชั้นดาดฟ้ามีเชิงเทินอย่างง่าย และมีหน้าต่างที่่มีช่องยิงธนู แน่นอนว่ามันถูกสร้างไว้เป็นปราการขนาดเล็กสำหรับเวลาฉุกเฉิน
ซอมบี้เถ้าถ่าน (ash zombies) 4 ตัว (ดู “ซอมบี้เถ้าถ่าน (Ash Zombies)”) 5 ตัว ซ่อนอยู่ภายในอาคาร พวกมันเคยเป็นสมาชิกของทหารรักษาการณ์ดูจากที่ยังใส่เกราะขึ้นสนิมและเสื้อคลุมทหารอยู่ แต่เกราะเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มการป้องกันให้พวกมันแต่อย่างใด ซอมบี้จะเคลื่อนที่และเข้าโจมตีสิ่งมีชีวิตใดที่รบกวนการพักผ่อนของมัน
ภายในอาคารยังมีเครื่องเรือนอยู่ และที่ห้องหลักมีบันไดขึ้นไปบนหลังคาได้ ห้องด้านทิศเหนือมีเตียงแฝด 2 หลัง ขณะที่ห้องทางทิศใต้มี 3 หลัง เป็นอาคารที่รองรับคนได้ 10 คน ด้านตะวันตกเฉียงเหนือจากพื้นที่ตรงกลางจะเป็นครัวและห้องอาหาร ตอนนี้มีกองกระสอบเน่าและถังไม้ที่เคยใส่เนื้อเค็ม อาหารทั้งหมดถูกพวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยกินไปหมดแล้ว
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 250 แต้มให้ทุกคนถ้าคณะผจญภัยสามารถทำลายซอมบี้ได้
12. กระท่อมช่างทอผ้า
กระท่อมร้างนี้เป็นจุดล่อสิ่งมีชีวิตที่ทำรังอยู่ใกล้ ๆ
มีกองขยะจากซากข้าวของกองอยู่ทั่วไปในอาคาร ที่มุมห้องมีกี่ที่พังแล้วตั้งอยู่
กิ่งไม้ปีศาจ (twig blights) 6 ตัว ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ทางทิศใต้ของอาคารร้างนี้ ให้ตัวละครแต่ละตัวพยายามทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) แข่งกับค่าความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ของกิ่งไม้ปีศาจเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำให้ประหลาดใจจากพวกมัน
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
ถ้ามีเสียงดังเกิดขึ้นที่นี่จะทำให้สาวักลัทธิ (cultists) ในพื้นที่ 13 รู้ตัว พวกมันจะซุ่มอยู่เงียบ ๆ และพยายามมาสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 150 แต้มให้ทุกคนถ้าคณะผจญภัยสามารถทำลายกิ่งไม้ปีศาจได้
13. สาวกลัทธิมังกร
กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า ลัทธิมังกร (Cult of the Dragon) พยายามหาทางเป็นพันธมิตรกับมังกรอันทรงพลังที่อยู่บริเวณซอร์ดโคสท์ เพื่อการนั้นแล้วเมื่อไม่นานมานี้ สาวกลัทธิ 4 คนได้ติดตามมังกรเขียวตัวหนึ่งมาที่ธันเดอร์ทรี (ดู พื้นที่ 7) และกำลังคอยเวลาที่เหมาะสมในการเข้าหามังกรเพื่อเสนอสัญญาพันธมิตร พวกมันคอยซุ่มสังเกตมังกรจากระยะไกล พยายามหยั่งดูพฤติกรรมและสิ่งที่มังกรต้องการ
บ้านไร่หลังเล็กนี้ดูเหมือนเป็นบ้านว่างเปล่าเหมือนกับอาคารอื่น อย่างไรก็ตามประตูและหน้าต่างถูกปิดไว้อย่างมิดชิด
ประตูเข้ากระท่อมนี้ถูกไม้ขัดไว้จากด้านใน ต้องใช้การทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 20 เพื่อพังเข้าไป หน้าต่างก็ถูกปิดตายจากด้านในและสามารถพังเข้าไปได้โดยการทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 15
สาวกลัทธิ (cultists) ชาวมนุษย์ 6 คน ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน 4 คนยืนเฝ้ายามอยู่ (แต่ละห้องมี 2 คน) ขณะที่คนที่เหลือพักผ่อนอยู่ในโถงใหญ่ สาวกลัทธิใส่ชุดคลุมสีดำตัดเย็บให้เหมือนกับปีกมังกร มีหน้ากากหนังสีดำตบแต่งให้เป็นเข้ามังกร ยิ่งกว่านั้นพวกสาวกลัทธิพวกนี้พูดภาษาดราโกนิคเป็นภาษาหลักด้วย
ภายในบ้านมีฝุ่นเขรอะและใยแมงมุมรกอยู่ทั่วไป เครื่องเรือนมีเพียงเตาไฟเล็ก, โต๊ะ, เก้าอี้ 2 ตัว และเตียงพัก (ซึ่งแชร์กันใช้)
การสวมบทบาทเป็นสาวกลัทธิ
พวกสาวกลัทธิจะไม่สนใจจะต่อสู้กับใครและจะเลือกอยู่กันตามลำพัง หัวหน้าของกลุ่มนี้เป็นคนหนุ่มที่ชั่วร้ายและทะเยอทะยานชื่อว่าเฟว์ฟริก (Favric) เขาหวังว่าจะได้ไต่เต้าขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นในองค์กรหากสามารถทำพันธสัญญากับมังกรเขียวใน พื้นที่ 7 นี้ได้ พวกที่มาด้วยไม่ได้ทะเยอทะยานอย่างเฟว์ฟริกและจำหนีไปหากเขาถูกจับหรือถูกฆ่า
ถ้าตัวละครพูดคุยกับพวกสาวก เฟว์ฟริกจะอธิบายว่าพวกเขามาเพื่อดูแลมังกรเขียว (ที่เขาไม่รู้จักชื่อ) ถ้าตัวละครแสดงให้เห็นว่าต้องการทำแบบเดียวกัน เฟว์ฟริกจะเสนอให้เป็นพันธมิตรกัน จริงแล้วเขาวางแผนจะมอบตัวละครให้มังกรเขียวเป็นของบรรณาการ และถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้น สาวกลัทธิจะเข้าต่อสู้อยู่ข้างมังกร
สมบัติ
ในห้องหลัก เฟว์ฟริกจะมีหีบสมบัติเล็ก ๆ ที่มีของบรรณาการให้มังกรเขียว มีเพชร 3 เม็ด (เม็ดละ 100 gp), เขายังมี โพชันแห่งการบิน (potion of flying) ในหลอดน้ำยาที่ห้อยคอไว้อยู่
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 150 แต้มให้ทุกคนหากคณะผจญภัยจัดการหรือไล่พวกสาวกลัทธิไปได้
ผาไวเวิร์น (Wyvern Tor)
หน้าผาหินซ้อนนี้เป็นจุดสังเกตขึ้นชื่อท่ามกลางเนินลูกคลื่นทางตะวันออกเฉียงเหนือของเทือกเขาซอร์ด มองเห็นได้ง่ายจากระยะห่างไป 20 ไมล์ ผู้คนที่เดินทางบนทางเกวียนไตรบอร์เมื่อผ่านหมู่บ้านโคนีเบอรี่จะเห็นเงาของผาไวเวิร์นเป็นระยะเมื่อเดินทางลงใต้ไป หน้าผานี้เคยเป็นพื้นที่ทำรังขนาดใหญ่และอันตรายของเหล่าไวเวิร์น แต่ก็มีคณะนักผจญภัยมาจัดการพวกมันไปเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าไวเวิร์นจะไม่กลับมาแล้ว แต่ก็มีสิ่งมีชีวิตมาทำรังตรงนี้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ตอนนี้ผู้อาศัยใหม่ของผาไวเวิร์นคือแก๊งออร์คและพันธมิตรโอเกอร์ของมัน
พวกออร์คเป็นหน่วยลาดตระเวณของเผ่าแมนนี่แอโรว์ (Many Arrows tribe) พวกออร์คเหล่านี้เร่ร่อนไปตามพื้นที่เจริญในภาคเหนือ คอยซุ่มสังเกตแหล่งชุมชนของมนุษย์ ลักพาตัวนักเดินทาง ขโมยและดักปล้นเท่าที่โอกาสจะอำนวย เรื่องราวของผู้ลงหลักปักฐานใกล้แฟนดูลินและการฟื้นฟูการเดินทางในเส้นทางเก่าไตรบอร์เชิญชวนให้พวกนี้เข้ามาในพื้นที่ หัวหน้าของพวกมันคือ บรูกอร์ แอ็กซ์บิทเตอร์ (Brughor Axe-Biter) สายโหดผู้ที่ชื่นชอบการปล้นฆ่ามากกว่าแค่การสังเกตการณ์
แคมป์ของพวกออร์ค
ผาไวเวิร์นเป็นเนินเขาขนาดใหญ่ มีภูมิประเทศขรุขระทอดยาวหลายไมล์ตามเชิงเขาและไหล่เขา การค้นหาค่ายออร์คที่ซ่อนอยู่ต้องใช้เวลา คณะผจญภัยสามารถทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 15 หรือทอยทดสอบความรอบรู้ ทักษะ การเอาตัวรอด (Survival) ได้หนึ่งครั้งต่อชั่วโมงเพื่อค้นหาจุดตั้งแคมป์ ทอยทดสอบโดยตัวละครที่เดินนำหน้า
เมื่อตัวละครหาแคมป์เจอ อ่านข้อความนี้:
กลิ่นควันไฟจาง ๆ ลอยมากับอากาศขณะที่คุณกำลังเดินทางข้ามเนินสลับซับซ้อนตามไหล่เขา 50 หลาข้างหน้านั้น คุณเห็นปากถ้ำเปิดอยู่ลึกลงไปในหุบผา ห่างจากปากถ้ำออกมาราว 20 หลา มีออร์คตัวหนึ่งซุ่มสังเกตการณ์อยู่ข้างก้อนหินใหญ่
ถ้าตัวละครสามารถจัดการเจ้า ออร์ค (orc) ตัวเดียวนั่นได้อย่างเงียบเชียบ พวกเขาจะมีโอกาสที่จะทำให้พวกออร์คที่เหลือในถ้ำ ประหลาดใจ (surprise) ถ้าออร์คยามเห็นว่าตัวละครย่องเข้ามา หรือถ้าไม่เงียบระหว่างรอบประหลาดใจ ออร์คจะหนีเข้าถ้ำเพื่อไปบอกออร์คที่เหลือ
กองปล้นสดมภ์ในถ้ำรวมถึง บรูกอร์ แอ็กซ์บิทเตอร์ (Brughor Axe-Biter) (ออร์ค (orc) ที่มี HP 30), มี ออร์ค (orcs) ปกติ 6 ตัว และ โอเกอร์สกปรก (ogre) ชื่อก็อก (Gog) ก็อกจะสู้จนกว่าจะตาย ขณะที่ออร์คอื่นจะสู้จนกว่าบรูกอร์จะถูกฆ่าและพวกมันจะหนีไป
สมบัติ
แก๊งของบรูกอร์เข้าปล้นบ้านเรือนทางเหนือไล่ลงมาจนถึงผาไวเวิร์น หีบสมบัติที่ไม่ได้ล็อคไว้ในถ้ำมี 750 cp, 180 sp, 62 ep, 30 gp และขวดน้ำหอม 3 ขวด (ขวดละ 10 gp)
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
เมื่อจัดการมอนสเตอร์ที่ผาไวเวิร์นได้แล้วก็จะเป็นการทำภารกิจที่ได้รับมาจากผู้ดูแลเมือง ฮาร์บิน เวสเตอร์ในแฟนดูลินและเป็นการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ ฮามุน คอสท์ ที่บ่อน้ำนกฮูกเฒ่าได้สำเร็จ หารค่าประสบการณ์ 1,250 แต้มให้ทุกคนถ้าคณะผจญภัยสามารถจัดการพวกออร์คและโอเกอร์ได้
ปราสาทแคร็กมาว (Cragmaw Castle)
ก๊อบลินเผ่าแคร็กมาวประกอบไปด้วยกองโจรและกลุ่มก๊อบลินที่ไม่ถูกกันกระจายอยู่ทั่วบริเวณทางเกวียนไตรบอร์และป่าเนเวอร์วินเทอร์วูด อย่างไรก็ตามหัวหน้าเผ่าตัวหนึ่งร้ายกาจจนเป็นที่ยำเกรงของทุกตัว ราชากรอล (King Grol) แห่งปราสาทแคร็กมาว
ปราสาทแคร็กมาวนี้ไม่ได้ถูกสร้างด้วยพวกก๊อบลิน และไม่ได้ชื่อนี้ตั้งแต่ต้น ที่นี่ถูกสร้างขึ้นโดยวิซาร์ดผู้มากความสามารถเป็นชนชั้นสูงแห่งฟาลอร์มในอดีต (Phalorm) อาณาจักรโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยปกครองภาคเหนือ ปราการนี้ประกอบไปด้วยหอคอยที่ซ้อนกัน 7 หอ อย่างไรก็ตามส่วนชั้นบนนั้นถล่มลงมาเป็นกองอิฐเมื่อนานมาแล้ว เหลือเพียงชั้นล่างสุดที่ยังมีสภาพพอที่จะอยู่อาศัยได้
ปราสาทแคร็กมาว ดูแผนที่สำหรับผู้เล่น
ลักษณะทั่วไป
เวลาหลายร้อยปีไม่ปราณีปราสาทแคร็กมาวเลย พวกก๊อบลินใช้ท่อนไม้ค้ำจุดที่ดูจะถล่มได้ง่ายใต้ฐานหอคอย แต่ก็รอเพียงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นที่โครงสร้างทั้งหมดจะถล่มลงมา
เพดาน เพดานสูง 15 ฟุตเว้นแต่จะมีระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ประตู ประตูภายในปราสาททำจากไม้เสริมแผ่นเหล็ก ไม่มีกุญแจหรือรูกุญแจ ต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 15 ในการพังเข้าไปหากประตูถูกปิดและมีของวางกั้นไว้
พื้น พื้นแผ่นหินมีช่วงแตกและไม่เสมอกัน เผยให้เห็นฐานดินข้างใต้
แสง มีแสงธรรมชาติลอดผ่านทางช่องยิงธนูที่อยู่โดยรอบปราสาท ระหว่างวัน จะมีแสดงสลัว (dim light) ในพื้นที่ส่วนใหญ่ ในตอนกลางคืนจะมืดสนิท
ผนัง กำแพงด้านนอกและผนังรับน้ำหนักภายในมีความหนา 5 ฟุต โดยมีชั้นวัสดุอัดแน่นหนา 3 ฟุต ยึดด้วยปูนก่อ คั่นอยู่ระหว่างแนวหินแข็งที่เรียงซ้อนกันหนา ด้านละ 1 ฟุต ส่วนผนังภายในทั่วไปเป็นหินตัดเรียบก่อหนา 1 ฟุต
ช่องยิงธนูบนผนังปราสาทอยู่สูงขึ้นไป 10 ฟุตเหนือระดับพื้นด้านนอก สูง 4 ฟุตจากพื้นด้านในปราสาท กว้าง 8 นิ้วและสูง 4 ฟุต สิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหนึ่งของช่องยิงธนูจะได้รับ การกำบังสามส่วนสี่ (three-quarters cover) ต่อการโจมตีจากอีกด้านหนึ่ง (ดู “การกำบัง (Cover)” ใน กฏพื้นฐาน)
ตัวละครที่ปลอมตัวมา
แทนที่จะบุกปราสาทแคร็กมาวด้วยอาวุธในมือ ตัวละครที่ฉลาดอาจจะพยายามพูดคุยเพื่อผ่านเข้าไปด้านใน ตัวอย่างเช่น พวกเขาอาจจะใส่เสื้อคลุมสีแดงเลือดหมูจากพวกโจรชุดแดงและบอกว่าเป็นคนส่งสารจากอิอาโน “กลาสสตาฟ” อัลเบรค หัวหน้าของพวกโจรชุดแดงเพื่อให้มาพบกับราชากรอล DM ที่ดีจะให้รางวัลความคิดสร้างสรรค์แบบนี้โดยให้โอกาสตัวละครทำได้สำเร็จ
มันก็ไม่เป็นปัญหาหากตัวละครจะเลือกการต่อสู้หรือการพูดคุยเพื่อให้ผ่านเข้าไปในปราสาท ทั้งก๊อบลินแคร็กมาวและโจรชุดแดงต่างก็ทำงานให้แมงมุมดำ ดังนั้นพวกก๊อบลินก็มักจะไม่โจมตีคณะผจญภัยถ้าพวกเขาบอกว่าทำงานให้แมงมุมดำ
ถ้าตัวละครทั้งกลุ่มพยายามจะตบตาพวกก๊อบลิน ให้พวกเขาแต่ละคนทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทักษะ การหลอกลวง (Deception) เทียบกับค่าความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การมองทะลุ (Insight) ของมอนสเตอร์ และให้ตัวละครทอยทดสอบแบบได้เปรียบถ้าการเล่นละครนี้เตรียมมาอย่างดีและเล่นออกมาได้น่าประทับใจ ถ้าอย่างน้อยตัวละครหนึ่งคนทอยทดสอบผ่าน การหลอกลวงนี้จะสำเร็จ คุณอาจจะมอบค่าประสบการณ์ให้ได้ด้วย ถ้าคณะผจญภัยเข้าไปลึกในปราสาท อาจจะต้องมีการทอยทดสอบอีกครั้ง แล้วแต่คุณจะเห็นเหมาะสม
พื้นที่ในปราสาทแคร็กมาว
1. ทางเข้าปราสาท
ประตูหลักบริเวณพื้นที่ 1 และ 2 สร้างจากไม้เสริมด้วยแผ่นสัมฤทธ์ แต่ก็กร่อนและพังทลายหมดแล้ว
ปราสาทหลังนี้ประกอบขึ้นด้วยหอคอยที่ผุพัง 7 หอ มีขนาดและความสูงต่างกัน แต่ชั้นบนของหอคอยทุกหลังต่างอยู่ในสภาพพังทลายมากน้อยไม่เท่ากัน บันไดสั้น ๆ ทอดขึ้นไปบนเฉลียงด้านหน้าทางเข้าหลัก ถัดจากซากประตูคู่ที่ถูกทำลายมีโถงมืดสลัว มีหอคอยฐานกลมตั้งตระหง่านอยู่ตรงทางเข้า ช่องยิงธนูมืดทมิฬจ้องลงลงมายังเฉลียงเบื้องล่าง
ไม่มีก๊อบลินอยู่บริเวณนี้ แต่มีก๊อบลินเฝ้าระวังอยู่ใน พื้นที่ 3 ที่ควรจะคอยเฝ้ายามอยู่ พวกมันจะคอยมองผ่านช่องยิงธนูนาน ๆ ครั้ง เพราะแบบนั้น ตัวละครที่เคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ อาจจะสามารถหลบสายตาพวกมันได้ ให้ตัวละครแต่ละคนทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ค่าที่ทอยได้ต่ำสุดจะเป็นค่า DC สำหรับการทอยทดสอบความรอบรู้ของก๊อบลินในการสังเกตเห็นตัวละคร
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
ถ้ากอบลินเห็นตัวละคร (หรือตัวละครเดินเข้ามาอย่างเปิดเผย) ก๊อบลินจะยิงธนูลงมมจากช่องยิงธนู อย่างไรก็ตาม พวกมันจะไม่สามารถยิงศัตรูที่อยู่ตรงประตูหรือผ่านเข้ามาแล้ว พวกก๊อบลินจะตะโกนเสียงดังเพื่อแจ้งเตือนพรรคพวกใน พื้นที่ 4 และพื้นที่ 6 ว่ามีผู้บุกรุกปราสาท
2. โถงกับดัก
โถงนี้เคยเป็นโถงกลางของปราสาท ตอนนี้ห้องกว้างกลายเป็นสนามรบอันตราย
มีประตูปิดอยู่ทางเหนือและใต้ โดยทางทิศใต้มีกองหินถล่มลงมาบังห้องด้านทิศใต้อยู่บางส่วน ทางด้านตะวันออกมีทางเดินที่ไปบรรจบกับประตูอีกสองบาน ไปทางตะวันออกหนึ่งบานและทางใต้อีกหนึ่งบาน ทางเดินมีกรวดและฝุ่นจับหนา มีเศษปูนฉาบจากเพดานหล่นลงทั่วบริเวณ
ถ้าก๊อบลินเฝ้ายามในพื้นที่ 3 ตะโกนแจ้งผู้บุกรุก ก๊อบลินและฮ็อบก๊อบลินในพื้นที่ 4 และ 6 จะวิ่งลงมาประตูทางเหนือและทางใต้พร้อมกัน พวกมันจะโจมตีจากทั้งสองฟาก พยายามรุมกินโต๊ะนักผจญภัยและไล่พวกเขาออกไปจากปราสาท
กับดัก เศษปูนฉาบเพดานและเศษหินด้านหน้าของประตูที่นำไปสู่พื้นที่ 8 กลบปิดสายลวดทองแดงขึงดักสะดุดที่ต่อกับสลักที่ซ่อนอยู่ในเพดานที่พังถล่ม การสังเกตเห็นสายสะดุดต้องมีการรับรู้ตามธรรมชาติ (passive Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) อย่างน้อย 20 หรือทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10 ให้ผ่าน ถ้าตัวละครทำการค้นหากับดักในพื้นที่ เมื่อค้นพบแล้ว การเลี่ยงหรือปลดสายสะดุดจะทำได้ง่ายมาก (ไม่ต้องใช้การทอยทดสอบความสามารถ)
สิ่งมีชีวิตใดที่เดินเหยียบหรือผ่านกองอิฐโดยไม่ได้เลี่ยงสายสะดุดจะทำให้กับดักทำงาน ทำให้ท่อนไม้และหินหนักถล่มลงมาทับ (พื้นที่กับดักจะมีระบุไว้ในแผนที่) สิ่งมีชีวิตใดที่อยู่ในพื้นที่เมื่อกับดักทำงานต้องทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 10 ให้ผ่านหรือได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) จากเศษหินที่ถล่มลงมา (เสียหายครึ่งหนึ่งหากทอยผ่าน) เสียงของถล่มจะเรียกมอนสเตอร์จากพื้นที่ 3, พื้นที่ 7, พื้นที่ 8 8, และพื้นที่ 9 เข้ามา
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 100 แต้มให้ทุกคนหากคณะผจญภัยตรวจเจอหรือรอดจากกับดักมาได้
3. ป้อมยิงธนู
การป้องกันหลักของปราสาทแคร็กมาวคือที่ตั้งของปราสาทที่เป็นความลับลับและดูจากภายนอกเหมือนถูกทิ้งร้าง ยิ่งกว่านั้น ราชากรอล ยังจัดเวรยามไว้เพื่อขับไล่ผู้บุกรุกที่เข้ามาใกล้อีกด้วย
ห้องเล็กนี้มีกองเศษหินเศษไม้ระเกะระกะ ช่องยิงธนูที่อยู่ตรงข้ามประตูเป็นจุดเหมาะที่จะใช้ยิงธนูลงไปที่เฉลียงหน้าประตูปราสาท
ก๊อบลิน (goblins) 2 ตัว อยู่ในแต่ละห้องทั้งสองห้อง โดยการสลับกันยิงธนูและหลับมาด้านหลัง นักธนูทั้งสองสามารถระดมยิงเป้าหมายที่อยู่ด้านนอก เมื่อตัวละครเข้ามาในห้องนี้ ก๊อบลินจะทิ้งธนูสั้นของมันและหยิบอาวุธประชิดตัวเข้าสู้
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 100 แต้มให้ทุกคนเมื่อจัดการกับก๊อบลินแต่ละคู่ได้
4. โรงนอนร้าง
ก๊อบลินแคร็กมาวใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ในปราสาท
หอคอยทางตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทเป็นมากกว่ากองอิฐหิน มีผ้าปูรองนอนเก่า ๆ วางกระจายอยู่ตามพื้นที่ว่างและทางเดินในห้องนี้ มีทางเดินแคบไปทางตะวันออกผ่านทางกองหิน
ก๊อบลิน (goblins) 3 ตัว นอนอยู่ที่นี่ แม้ว่ากองหินจะดูอันตราย แต่หอคอยก็มั่นคงดี และทางเดินทางตะวันออกก็ปลอดภัย
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
เสียงดังในห้องนี้จะทำให้ก๊อบลินใน พื้นที่ 7 สนใจ ก๊อบลินตัวหนึ่งจะเดินมาดูสิ่งรบกวน ถ้ามันไม่กลับไป หรือถ้ามันสังเกตเห็นปัญหาและเสียงร้องเตือน ก๊อบลินตัวอื่นจะตามมาดูด้วย
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 150 แต้มให้ทุกคนถ้าจัดการกับก๊อบลินพวกนี้ได้
5. ห้องเก็บของ
คาราวานที่ถูกดักปล้นโดยพวกแคร็กมาวตามถนนไฮโรด (High Road) และทางเกวียนไตรบอร์ (Triboar Trail) เป็นแห่งเสบียงหลักของปราสาท
ถังไม้เก่าที่ใส่เนื้อเค็มและกระสอบธัญพืชที่เสียแล้ววางอยู่ทั่วไปในพื้นที่เก็บของนี้ ในกองของเหล่านี้ คุณมองเห็นชุดเกราะโซ่เปื้อนเลือด, ครอสโบว์หนัก, และดาบยาวที่ยังอยู่ในฝักที่มีตราของเนเวอร์วินเทอร์อยู่ที่ด้ามจับ
แม้ว่าของที่อยู่ในห้องนี้จะไม่สามารถกินได้โดยมาตรฐานของมนุษย์ทั่วไป แต่พวกก๊อบลินก็ยังกินได้เมื่ออาหารที่ดีกว่านี้ขาดแคลน
มีถังไม้ใบเล็กใบหนึ่งบรรจุบรันดีพิเศษของพวกดวอร์ฟ ซึ่งพวกก๊อบลินมองข้ามไปเพราะขนาดมันเล็ก ถังมีบรันดีประมาณ 20 แก้ว ตัวละครที่ดื่มบรันดี 1 แก้วจะฟื้นฟูฮิตพอยต์ 1 แต้ม แต่ตัวละครที่ดื่ม 2 แก้วภายใน 1 ชั่วโมงจะติดสภาวะ ติดพิษ (poisoned) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ข้าวของของซิลดาร์ เกราะโซ่ (chain mail) และ ดาบยาว (longsword) เป็นของซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์ ซิลดาร์จะยินดีมากถ้าอย่างน้อยเขาได้ดาบยาวของเขาคืนมา
6. โรงนอนของฮอบก๊อบลิน
แคร็กมาวเป็นเผ่าที่มีพวกก๊อบลินอยด์หลายชนิดผสมกัน โดยมีบักแบร์จำนวนหนึ่งคอยกำกับดูแลพวกก๊อบลินโง่เง่าและมีฮอบก๊อบลินอีกจำนวนหนึ่ง พวกฮอบก๊อบลินนี้วางแผนจะจัดการกับพวกบักแบร์และขึ้นเป็นใหญ่เสียเอง แต่ตอนนี้ พวกบักแบร์แข็งแรงเกินกว่าจะโค่นได้
มีเสื่อฟางและผ้ารองนอนสี่ชุดเรียงกันอยู่บนพื้นในโรงนอนนี้ ที่แผงแขวนผนังมีอาวุธจำนวนหนึ่ง มีหอก, ดาบ, คฑาโซ่ตุ้มหนาม ฯลฯ ที่กำแพงด้านเหนือมีสภาพเสียหาย แต่พื้นห้องก็เก็บกวาดไว้อย่างสะอาด
ฮอบก๊อบลิน (hobgoblins) 4 ตัวในห้องนี้ เพราะก๊อบลินห้องข้าง ๆ มักจะชอบตีกัน พวกมันเลยไม่ค่อยสนใจเสียงอึกทึกจาก พื้นที่ 2 หรือพื้นที่ 3 อย่างไรก็ตาม พวกมันจะออกมาป้องกันได้อย่างรวดเร็วหากพบว่ามีผู้บุกรุก หรือมีเสียงเตือนจากก๊อบลินเฝ้ายาม
สมบัติ
ที่แผงแขวนผนังมี หอก (spears) 5 เล่ม, ดาบยาว (longswords) 4 เล่ม, คฑาโซ่ตุ้มหนาม (morningstars) 3 ด้าม, ดาบใหญ่ (greatswords) 2 เล่ม, และ ไม้พลอง (quarterstaff) อย่างดี 1 ด้าม ไม้พลองนี้สลักเป็นรูปขนนกสวยงาม น้ำหนักเบาอย่างประหลาด (1 ปอนด์) และมีมูลค่า 10 gp
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 400 แต้มให้กับทุกคนถ้าคณะผจญภัยสามารถจัดการฮอบก๊อบลินในห้องนี้ได้
ฮอบก๊อบลิน (Hobgoblin)
7. โถงรับประทานอาหาร (Banquet Hall)
ลอร์ดผู้ครองปราสาทนั้นครั้งหนึ่งเคยต้อนรับแขกของเขาที่นี่ด้วยอาหารเย็นเลิศหรูและงานเต้นรำ ตอนนี้ที่นี่เป็นโรงอาหารสกปรกของก๊อบลิน
ส่วนทางทิศตะวันตกของโถงใหญ่นี้กลายเป็นผนังกองอิฐหิน แต่ส่วนที่ยังเหลืออยู่ก็ยังใช้งานได้ ที่นี่น่าจะเคยเป็นโถงรับประทานอาหารของปราสาท มีเพดานสูงถึง 25 ฟุต มีโต๊ะไม้ใหญ่และเก้าอี้ไม้หยาบ ๆ อยู่กลางห้อง มีเตาไฟทองเหลืองที่มีถ่านหินไฟลุกโชนตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง จานสกปรก, หม้อสตูที่เหลือครึ่งหนึ่ง, ขนมปังขึ้นรา และเศษกระดูกกระจายไปทั่วโต๊ะ
ห้องโถงนี้มี ก๊อบลิน (goblins) ง่อกง่อย 6 ตัว และหัวหน้าของพวกมันเป็น ก๊อบลิน ตัวอ้วน ขี้หงุดหงิด มีฮิตพอยต์ 12 พอยต์ ชื่อ เย็ก (Yegg) เย็กเป็นหัวหน้าคนครัวของเผ่าแคร็กมาว และมันก็ชอบบุลลี่ผู้ช่วยที่ไม่ได้เต็มใจมาช่วยของมันมากในช่วงเวลาการทำอาหารให้ทุกคนในปราสาท ถ้าเย็กถูกฆ่า ก๊อบลินที่ยังเหลืออยู่จะหนีไปทางตะวันออกและตะวันตก แต่จะเลี่ยงประตูด้านทิศเหนือเพราะมีกับดักอยู่ใน พื้นที่ 2
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 400 แต้มให้กับทุกคนถ้าคณะผจญภัยจัดการก๊อบลินในห้องนี้ได้
8. โถงมืด
แม้จะเป็นช่วงกลางวัน พื้นที่นี้ก็ไม่มีแสงจากด้านนอกเข้ามา ข้อความในกล่องด้านล่างจะถือว่าตัวละครมี ดาร์กวิชัน (darkvision) หรือมีแหล่งกำเนิดแสง
ห้องโถงสูงและแคบนี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของวิหารหรือศาล รูปปั้นเทวทูตประดับอยู่ด้านบนของห้อง สายตามองลงมาเบื้องล่าง ทางทิศเหนือ ผ้าม่านใหญ่คู่หนึ่งบังทางลอดซุ้มประตูอยู่ ระหว่างซุ้มประตูมีรอยแตกแต่ก็ถูกประดับด้วยกระถางไฟหินแกะสลัก
ในห้องนี้มี กริก (grick) สัตว์เลี้ยงสุดพิเศษของก๊อบลินลูโป (Lhupo) (พื้นที่ 9) กริกจะชอบไต่ขึ้นไปอยู่บนขื่อและซ่อนตัวอยู่ในความมืดหลังงานปั้นในสวนที่สูงขึ้นไปของห้อง มันจะซุ่มดูผู้บุกรุกที่เข้ามาในบริเวณอย่างเงียบเชียบ และจะกระโจนลงมาเพื่อโจมตี ให้เทียบการทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ของกริก กับการทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) ของตัวละคร (หรือใช้ค่าการรับรู้ตามธรรมชาติ) เพื่อหาว่ามีใคร ประหลาดใจ (surprised) บ้าง กริกจะรู้ว่าต้องไม่กินก๊อบลินเว้นแต่ลูโปจะอนุญาต ทั้งเผ่าแคร็กมาวต่างกลัวสัตว์เลี้ยงของลูโปและจะรีบเดินผ่านห้องนี้ไปอย่างรวดเร็ว
เคลอริกคนใดที่สำรวจงานตกแต่งของวิหารสามารถลองทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ การศาสนา (Religion) DC 10 เพื่อระบุเทพที่เคยได้รับการบูชาในที่แห่งนี้ ซึ่งคืออ็อกมา (Oghma) เทพแห่งความรู้, มิสตรา (Mystra) เทพีแห่งเวทย์มนต์, ลาแธนเดอร์ (Lathander) เทพแห่งอรุณรุ่ง และทีโมรา (Tymora) เทวีแห่งโชค นี่เป็นสิ่งบ่งบอกที่ชัดเจนว่าผู้ที่สร้างปราสาทนี้เป็นมนุษย์
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
ถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นที่นี่ ก๊อบลินในพื้นที่ 9 จะไม่สามารถถูกทำให้ ประหลาดใจ (surprised) ได้
สมบัติ
กระถางไฟหินจะมีก้อนถ่านอยู่ และที่อยู่ข้างใต้กองถ่านคือรูปสลักทองคำรูปเอลฟ์ตะวัน (100 gp) ห่อไว้ด้วยผ้าสีแดง ก๊อบลินตัวหนึ่งเอารูปสลักมาซ่อนไว้ที่นี่เพราะคิดว่าก๊อบลินตัวอื่นจะไม่มาขโมยมันไป
คาถา ตรวจจับเวทย์มนต์ (detect magic) จะเผยให้รู้ว่ารูปสลักนี้มีเวทย์มนต์พยากรณ์ปลุกเสกไว้ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ชั่วร้ายสามารถถือรูปสลักไว้แล้วถามคำถามได้หนึ่งข้อ และจะได้รับคำตอบแบบโทรจิต แบบเดียวกับการใช้คาถา พิธีพยากรณ์ (augury) เมื่อสิ่งมีชีวิตถามคำถามและได้รับคำตอบแล้ว มันจะไม่สามารถเปิดใช้งานรูปสลักได้อีก
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 450 แต้มให้ตัวละครทุกคนถ้าจัดการกับกริกได้
กริก (Grick)
9. ศาลของก๊อบลิน
พวกก๊อบลินไม่สนใจเทพของมนุษย์ ดังนั้นพวกแคร็กมาวจึงตบแต่งที่นี่ใหม่เพื่อแม็กกลูบิเย็ต (Maglubiyet) เทพแห่งก๊อบลินและฮอบก๊อบลิน
ห้องนี้กินพื้นที่หอคอยด้านเหนือของปราสาท มีแท่นบูชาหินตั้งอยู่กลางห้อง คลุมด้วยผ้าเปื้อนเลือดสีดำสนิท มีของทำพิธีทำจากทอง ถ้วยน้ำ, มีด และกระถางธูป จัดวางไว้อย่างระมัดระวังบนแทนพิธี ทางเข้าโค้งสองทางด้านทิศใต้มีผ้าม่านหนักแขวนบังไว้อยู่
ศาลนี้เป็นที่พักของ ลูโป (Lhupo) (ก๊อบลิน ที่มีฮิตพอยต์ 12 แต้ม) และมี ก๊อบลิน ทั่วไปอีก 2 ตัวทำหน้าที่เป็นสาวก พวกมันทั้งหมดสวมเสื้อคลุมสกปรกทับเกราะ แต่ไม่มีตัวไหนที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ (แม้ว่าลูโปจะอ้างว่ามันได้ยินเม็กกลูบิเย็ตพูดกับมันก็ตาม) ถ้าก๊อบลินได้ยินตัวละครต่อสู้กับกริกในพื้นที่ 8 พวกมันจะซ่อนอยู่หลังแท่นบูชาและพยายามจะทำให้ตัวละครประหลาดใจ หาไม่แล้ว ก๊อบลินทั้งสามจะคุกเข่าอยู่ต่อหน้าแท่นบูชา สวดภาวนาถึงเทพมารของพวกมัน
ผ้าเปื้อนเลือดนั้นคลุมมิดแท่นบูชา ด้านหนึ่งมีภาพปักของเทพแบบเดียวกับที่มีประดับอยู่ในพื้นที่ 8
สมบัติ
ถ้วยน้ำ, มีด และกระถางธูปเป็นของที่มนุษย์ทำขึ้น ถือเป็นชิ้นงานศิลปะมีมูลค่า 150 gp, 60 gp, และ 120 gp ตามลำดับ
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 150 แต้มให้ทุกคนหากคณะผจญภัยจัดการกับก๊อบลินเหล่านี้ได้
10. ประตูหลัง
ทางเข้าออกด้านข้างของปราสาทนี้ล็อคไว้แต่ไม่มียามเฝ้า
ทางด้านทิศใต้ของปราสาทเก่านี้ มีเส้นทางหญ้ารกที่สามารถปีนขึ้นมาบนผนังได้ มีประตูเหล็กอยู่ตรงนี้ ซ่อนอยู่จากการโจมตีโดยตรงจากภายนอก ด้านบนมีช่องยิงธนู 10 ฟุตเหนือพื้นคอยตรวจดูพื้นที่โดยรอบ
ประตูเหล็กนี้ล็อคไว้ มันสามารถเปิดออกได้ด้วยเครื่องมือโจร (thieves’ tools) และการทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 15 หรือพังเข้าไปด้วยการทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 25
ช่องยิงธนู ตัวละครใดที่หยุดและฟังใกล้กับช่องยิงธนูจะได้ยินเสียงจาก พื้นที่ 7 เป็นเสียงกระทบกันของเครื่องปั้นดินเผาและเสียงก๊อบลินทุ่มเถียงกันเรื่องใครจะล้างจาน ก๊อบลินจะไม่มาเฝ้าช่องยิงธนูนี้ อย่างไรก็ตามถ้าตัวละครทำเสียงดังหรือสร้างความวุ่นวายเช่นพังประตู พวกก๊อบลินจากแห่กันมาดู ถ้าพวกมันเห็นผู้บุกรุก พวกมันจะตะโกนเตือนพรรคพวก
11. ซากหอคอย
ผ้าใบหนาฝุ่นจับ (เครื่องหมาย “C” ในแผนที่) ปกปิดทางเข้าทางทิศเหนือที่สามารถเข้าพื้นที่นี้ไว้ มันกลืนไปกับหินตัดและกองหินที่อยู่โดยรอบ ตัวละครที่ทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 15 จะสังเกตเห็นรอยเท้านำไปสู่ทางเข้าลับนี้ ถ้าตัวละครทำการค้นหารอบด้านนอกของปราสาทเพื่อหาทางเข้าลับ พวกเขาสามารถทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10 เพื่อสังเกตเห็นว่าผ้าใบนี้เป็นประตู
หอคอยนี้เกือบจะถล่มอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าพื้นชั้นล่างจะยังมีพื้นที่เปิดเล็กน้อย ลังไม้ผุและถังไม้โบราณแสดงให้เห็นว่าเสบียงอาหารเคยถูกเก็บไว้บริเวณนี้ มีผ้าม่านหนักกั้นบริเวณที่ถล่มกับพื้นที่ทางทิศใต้ และมีประตูที่ยังใช้งานได้อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ทางทิศเหนือ มีทางสั้น ๆ ผ่านกองหินไปบรรจบกับผ้าใบที่ขึงปิดทางไว้
12. โรงนอนยาม
สิ่งมีชีวิตที่นี่จะคอยเฝ้ายามผ่านทางช่องยิงธนู ดังนั้นตัวละครใดที่พยายามย่องเข้ามาจากทางทิศตะวันออกมักจะถูกพบได้จากจุดนี้และโดนโจมตี
กระถางไฟหินมีถ่านเต็มลุกไหม้อยู่กลางโรงนอนขนาดกลางนี้ เสื่อฟาง 4 ผืนวางเรียงกันตามผนังด้านตะวันออก ผนังทางทิศใต้พังลงไปแล้ว แต่ประตูไม้ในทิศนั้นยังทำงานได้อยู่ มีม่านแขวนบังพื้นที่ทางทิศเหนือ
ฮอบก๊อบลิน (hobgoblins) ยืนเฝ้าห้องนี้อยู่ พวกมันฉลาด, ทรหด, และภักดีต่อราชากรอล เมื่อเริ่มการต่อสู้ ฮอบก๊อบลินตัวหนึ่งจะวิ่งไปเตือนราชาใน พื้นที่ 14 และจะกลับมาหลังผ่านไป 2 ราวน์หลังจากนั้นเพื่อร่วมต่อสู้
พื้นที่นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องรับแขกเมื่อตอนที่ถูกครอบครองโดยมนุษย์ ตอนนี้เครื่องเรือนต่าง ๆ ถูกทำลายโดยพวกแคร็กมาวและเอาไปทำเชื้อไฟ
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 200 แต้มให้ทุกคนถ้าคณะผจญภัยถ้าคณะผจญภัยจัดการกับฮอบก๊อบลินได้
13. หอคอยหมีฮูก (Owlbear Tower)
ประตูเข้าห้องนี้ถูกปิดไว้ด้วยท่อนไม้ใหญ่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าในห้องมีสิ่งอันตรายอยู่ในนั้น เมื่อท่อนไม้ถูกยกออก สิ่งมีชีวิตในห้องจะตื่นขึ้นและคำรามเสียงดังน่าหวาดกลัว
ช่องยิงธนูที่นี่ถูกปิดบังแสง ทำให้ห้องมืดสนิท ข้อความในกล่องจะถือว่าตัวละครมี ดาร์กวิชัน (darkvision) หรือมีแหล่งกำเนิดแสง
หมีฮูก (Owlbear)
ชั้นบนของหอคอยนี้ถล่มลงมาทำให้เกิดเป็นห้องทรงกระบอกสูงอย่างน้อย 30 ฟุต และด้านบนของห้องจมหายไปในเงา ฝุ่น, เศษอิฐหิน และเศษแก้วแตกกระจัดกระจายทั่วพื้นห้อง มีโต๊ะทำงานเก่าและชั้นวางหนังสือล้มระเนระนาดอยู่ทางทิศใต้ ที่กลางห้องมีสัตว์ร้ายตัวมหึมาที่ดูเหมือนหมีที่โกรธเกรี้ยวที่มีหัวเป็นนกฮูก มันลุกขึ้นและส่งเสียงคำรามเมื่อมันเห็นคุณ
พวกแคร็กมาวจับ หมีฮูก (owlbear) มาและขังมันไว้ในหอคอยนี้ ห้องถูกทำให้มืดสนิทเพื่อให้สัตว์ร้ายสงบ แต่ราชากรอลก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี ถ้าตัวละครโยนเนื้อสดให้มัน หมีฮูกจะกินอาหาร มิเช่นนั้น มันจะโจมตีสิ่งมีชีวิตตัวแรกที่มันเห็นที่หน้าประตู
ห้องนี้เคยเป็นหอสมุดและห้องทำงาน แต่ก็ไม่เหลืออะไรที่เป็นของดั้งเดิมอยู่เลย
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
ถ้าตัวละครเปิดประตูและหลีกทางให้หมีฮูก มันจะหนีออกไปจากปราสาท (โดยจะไปทาง พื้นที่ 11) หมีจะโจมตีอะไรก็ตามที่มาขวางทางของมัน
สมบัติ
สิ่งที่เหลืออยู่บนชั้นสองของหอคอยคือผนังทลายเป็นแง่หิน ที่นั่นมีหีบไม้แตกหีบหนึ่ง หีบนี้มองหาไม่เจอได้ง่ายจากพื้นห้อง ต้องทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 15 หีบจะไม่ได้ล็อค มี 90 ep, 120 gp โพชันแห่งการฟื้นฟู (potion of healing) 1 ขวด, ม้วนคาถา (scroll) ของคาถา ไร้สรรพเสียง (silence) 1 ม้วน, และ ม้วนคาถา (scroll) ของคาถา ชุบชีวิต (revivify) 1 ม้วน
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 700 แต้มให้กับทุกคนถ้าคณะผจญภัยจัดการกับหมีฮูกหรือปล่อยมันไปได้
14. ท้องพระโรงของราชา
ตัวละครใดที่ฟังอยู่ที่ประตูจะได้ยินเสียง 2 เสียงกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด เสียงหนึ่งดัง คำรามก้อง ต้องการค่าตอบแทนสำหรับบางอย่าง เสียงตอบอีกเสียงนุ่มราวแพรไหม
ห้องนี้จัดเตรียมไว้เป็นพื้นที่พักอย่างหยาบ มีขนสัตว์หนาปูอยู่ที่พื้นใช้เป็นพรม มีของรางวัลเก่าแขวนอยู่บนผนัง มีเตียงใหญ่ทางด้านทิศเหนือ และกระถางไฟที่มีถ่านลุกไหม้สว่างอยู่ มีโต๊ะกลมที่มีเก้าอี้สองสามตัวอยู่รอบ ๆ อยู่ทางด้านทิศใต้ใกล้กับหระตู ที่พื้นใกล้กับโต๊ะมีดวอร์ฟหมดสตินอนอยู่ดูจะถูกทุบตีมาอย่างหนัก
ราชากรอล (King Grol) เป็น บักแบร์ (bugbear) แก่ผู้ดุดัน มีฮิตพอยต์ 45 แต้ม มันปกครองเผ่าแคร็กมาวด้วยกำลังล้วน ๆ อายุที่มากนั้นสร้างภาระให้ ทำให้ไหล่ห่อหลังค่อม แต่มันก็ยังแข็งแรงและคล่องแคล่วอย่างประหลาด มันมักจะเรียกร้องทุกสิ่งและโมโหร้ายทำให้เหล่าสมาชิกเผ่าแคร็กมาวไม่มีใครกล้าต่อต้าน
กรอลจะอยู่กับ สนาล (Snarl) เป็น หมาป่า (wolf) ที่มีฮิตพอยต์ 18 และ ดอบเพลแกงเกอร์ (doppelganger) ที่แปลงกายเป็นดราวหญิง ดอบเพลแกงเกอร์ชื่อวิเยริธ เป็นคนนำสารของแมงมุมดำ มาเพื่อนำตัวกันเดรน ร็อคซีกเกอร์และแผนที่ของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนจากราชากรอลไป กรอลต้องการขายแผนที่แทนที่จะยอมให้ฟรี ๆ และตอนนี้มันกำลังต่อรองราคากับดอบเพลแกงเกอร์อยู่ เดิมทีวิเยริธต้องการจะสอบสวนกันเดรนว่ายังมีใครรู้เรื่องตำแหน่งของถ้ำอีกหรือไม่ และต่อมาดอบเพลแกงเกอร์คิดจะฆ่าดวอร์ฟและทำลายแผนที่ซะ
ถ้าเหล่าตัวร้ายได้รับการเตือนว่ามีการบุกโจมตี วิเยริธจะซ่อนหลังประตูทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหวังตลบหลังผู้ที่บุกเข้ามา กรอลจะจับกันเดรนเป็นตัวประกัน พร้อมที่จะฆ่าดวอร์ฟถ้าเหล่าตัวละครไม่ถอยออกไป
ช่องยิงธนู ช่องยิงธนูจะสูง 15 ฟุตจากพื้นดินด้านนอก และสิ่งมีชีวิตที่นี่จะไม่มาเฝ้ายาม จะไม่มีใครรู้ว่ามีผู้บุกรุกอยู่ด้านนอกปราสาท
ห้องเล็กทางตะวันตกเฉียงเหนือ ห้องที่ผนังถล่มบางส่วนนี้เคยเป็นห้องอาบน้ำอันสะดวกสบาย มันยังมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ใช้โดยผู้อาศัยชุดปัจจุบัน
ดวอร์ฟที่หมดสติ ที่นอนอยู่ใกล้กับมุมห้องทางตะวันตกเฉียงใต้คือกันเดรน ร็อคซีกเกอร์ ชาวบ้าน (commoner) ดวอร์ฟ เขานอน หมดสติ (unconscious) อยู่ ฮิตพอยต์เป็น 0 แต่อยู่ในสภาพทรงตัว (stable)
ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง
ถ้ากรอลถูกฆ่า วิเยริธจะพยายามฆ่ากันเดรนและหนีไปพร้อมกับแผนที่ โดยมุ่งไปทาง พื้นที่ 11 และหนีออกไปทางช่องเปิดที่มีผ้าใบปิดอยู่ ถ้าถูกต้อนจนมุม ดอพเพลแกงเกอร์จะสู้จนตายจะไม่ยอมให้ถูกจับ
ถ้ากันเดรนฟื้นขึ้นมา เขาจะขอบคุณคณะผจญภัยที่มาช่วยเขา แต่เขาจะไม่ไปจากปราสาทแคร็กมาวถ้าไม่มีแผนที่ไปด้วย โชคไม่ดีที่เขาไม่รู้ว่าราชากรอลนำแผนที่ไปซ่อนไว้ที่ใด (ดู “สมบัติ”)
สมบัติ
ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฟูกที่เตียงของกรอลเป็นถุงหนังที่มี 220 sp, 160 ep, โพชันแห่งการฟื้นฟู (potions of healing) 3 ขวด และแผนที่ไปถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนของกันเดรน
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการณ์ 950 แต้มให้ทุกคนถ้าคณะผจญภัยจัดการกับราชากรอล, หมาป่า และดอพเพลแกงเกอร์ได้
ให้ค่าประสบการณ์เพิ่ม 200 แต้มกับคณะผจญภัยถ้าตัวละครช่วยกันเดรน ร็อคซีกเกอร์ได้และพาเขากลับไปแฟนดูลินอย่างปลอดภัย
กองกำลังที่กลับฐาน
คุณสามารถเพิ่มความยุ่งยากได้โดยการเพิ่มกองกำลังฮอบก๊อบลินที่เพิ่งกลับฐานมา ก่อนที่ตัวละครกำลังจะออกจากปราสาท กองกำลังนี้ประกอบด้วย ฮอบก๊อบลิน (hobgoblins) 3 ตัว นำโดย ทาร์กอร์ บลัดซอร์ด (Targor Bloodsword) ฮอบก๊อบลิน (hobgoblins) ที่มีฮิตพอยต์ 20 ทาร์กอร์ยังมี หมาป่า (wolves) สองตัวเป็นสัตว์เลี้ยงด้วย
พวกฮอบก๊อบลินไม่มีสมบัติอะไร แต่ 1d4 ตัวจะถุงผ้าโชกเลือด แต่ละถุงมีหัวของเอลฟ์ หัวเหล่านี้เป็นถ้วยรางวัลสำหรับพวกฮอบก๊อบลินหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการออกล่าพวกเอลฟ์
ตัวละครที่ฉลาดอาจจะพยายามใช้เหตุผลกับทาร์กอร์โดยโน้มน้าวมันให้คิดถึงตัวเองว่าเป็นผู้สืบทอดเผ่าแทนกรอล แทนที่จะมามัวแก้แค้นให้กรอล ทาร์กอร์ใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้นำเผ่าแคร็กมาวอยู่แล้ว ดังนั้นเขาอาจจะปล่อยเหล่านักผจญภัยไปโดยไม่ฆ่า ให้ทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทักษะ การโน้มน้าวชักชวน (Persuasion) DC 15
การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์
หารค่าประสบการ 500 แต้มให้ทุกคนถ้าพวกเขาจัดการพวกฮอบก๊อบลินได้หรือโน้มน้าวทาร์กอร์ได้สำเร็จ
อะไรต่อ?
ถ้ากันเดรน ร็อคซีกเกอร์รอดจากปราสาทแคร็กมาว เขาจะขอบคุณเหล่าตัวละครและขอให้พวกเขาช่วยคุ้มครองเขากลับไปแฟนดูลิน และเดินทางต่อไปที่ถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน (Wave Echo Cave) เพื่อไปหาพี่น้องที่เหลือของเขา นันโดรและธาร์เดน เขารู้ว่าบางคนที่ถูกเรียกว่าแมงมุมดำเป็นคนสั่งให้จับตัวเขาและเขาหวังว่าตัวละครจะหยุดตัวร้ายนี้ได้ เมื่อเดินทางถึงแฟนดูลิน กันเดรนจะมอบเงินให้คนละ 25 gp ในการช่วยเหลือและสัญญาจะแบ่งผลประโยชน์จากเหมืองให้ 10% เมื่อกู้เหมืองกลับมาได้และเริ่มดำเนินการอีกครั้ง
ไม่ว่าตัวละครจะได้ข้อมูลจากอกาธาหรือเรย์ดอธ, ต่อรองกับฮามุน คอสท์ หรือช่วยกันเดรนและแผนที่ของเขาจากปราสาทแคร็กมาวได้ พวกเขาจะรู้ตำแหน่งของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือให้พวกเขาทำได้คือการออกค้นหาถ้ำโบราณของดวอร์ฟนี้และได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วแมงมุมดำคือใครกันแน่ และทำไมเขาถึงสนใจเหมืองที่สาปสูญแห่งแฟนเดลเวอร์นี้นัก








