บทที่ 4: ถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน (Wave Echo Cave)

สิบห้าไมล์ทางตะวันออกของแฟนดูลิน ลึกเข้าไปในเทือกเขาซอร์ดเมาเทน ที่นั่นคือถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน เหมืองแห่งภาคีแฟนเดลเวอร์ที่สูญหายไปกว่าห้าร้อยปีในช่วงที่ออร์ครุกรานและทำลายพื้นที่ส่วนนี้ของภาคเหนือ

หลายร้อยปีผ่านมา มีนักสำรวจสายแร่และนักผจญภัยมากมายที่ค้นหาเหมืองที่สาปสูญนี้ แต่ก็ไม่มีใครหาเจอจนกระทั่งพี่น้องร๊อคซีคเกอร์เจอทางเข้าเหมืองเมื่อเดือนก่อน โชคไม่ดีที่พวกร๊อคซีกเกอร์ไม่รู้เลยว่าพวกเขาถูกสะกดรอยตามโดยสายลับที่ทำงานให้แมงมุมดำเนซส์นาร์ร์ (Nezznar, the Black Spider) และเป็นพวกเขาเองที่นำทางให้ตัวร้ายชาวดราวนี้ไปเจอกับของรางวัลชิ้นใหญ่ เนซส์นาร์ร์และลูกสมุนจัดการกับพี่น้องร๊อคซีกเกอร์สองคนที่อยู่เฝ้าสิ่งที่พวกเขาเจอ ต่อมาก็จัดการซุ่มโจมตีกันเดรน เมื่อเขาได้รู้ว่ามีนักผจญภัยเข้ามาจุ้นจ้านคอยช่วยเหลือกันเดรนหรือแผนการรอบพื้นที่แฟนดูลิน แมงมุมดำก็ได้สั่งการให้ลูกน้องไปจัดการกลุ่มตัวละครซะ ขณะเดียวกัน เนซส์นาร์ร์ก็เริ่มการสำรวจถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน (Wave Echo Cave)

เจ้าดราวกำลังค้นหาโรงตีเหล็กแห่งคาถา (the Forge of Spells) ที่ซึ่งนักเวทย์ชาวมนุษย์แห่งแฟนดูลินเก่าเสริมประสิทธิภาพให้อาวุธของดวอร์ฟและเครื่องมือของโนม อย่างไรก็ตาม การสำรวจของเนซส์นาร์ร์ก็พบอุปสรรคจากพวกอันเดดที่ไม่เคยหลับ และมอนสเตอร์อันตรายที่ซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำคลื่นเสียงสะท้อน ทำให้เขาต้องทำงานอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด

ตอนนี้เหล่านักผจญภัยมีโอกาศในการช่วยกันเดรนแก้แค้นให้พี่น้อง และหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของแมงมุมดำ และแน่นอนว่าไอเท็มและเวทย์มนต์ทรงอานุภาพมากมายที่มีข่าวลือว่าอยู่ในเหมืองนั้นก็เป็นรางวัลอันหอมหวานที่สุด

เลเวลของตัวละคร

การผจญภัยในส่วนนี้ถูกออกแบบมาให้ตัวละครมีเลเวลอย่างน้อย 4 และจะถือว่าตัวละครแต่ละคนมีค่าประสบการณ์อย่างน้อย 2700 แต้มแล้ว ถ้านักผจญภัยข้ามการสำรวจและการเผชิญหน้าจากบทที่ 3 ไปหลายอย่าง พวกเขาอาจจะมีเลเวลไม่ถึง 4 และการเผชิญหน้าหลายจุดในบทนี้อาจจะยากเกินไปสำหรับพวกเขา

การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์

ในการผจญภัยส่วนนี้ ค่าประสบการณ์ (XP) จะมอบให้จากการจัดการกับมอนสเตอร์ได้ เหมือนในบทที่ 2 และ 3 อย่างไรก็ตาม ค่าประสบการณ์ที่ให้จะไม่ระบุไว้ในคำอธิบายการเผชิญหน้า แต่จำนวนค่าประสบการณ์ที่มอนสเตอร์จะให้นั้นจะมีระบุไว้ในสแต็ทบล็อค (stat block) ของมอนสเตอร์แต่ละชนิด (ดู ภาคผนวก B) คุณจะคำนวนรางวัลที่ได้โดยหาผลรวมของค่าประสบการณ์จากมอนสเตอร์แต่ละตัวที่ตัวละครสามารถจัดการได้ ค่าประสบการณ์พิเศษเพิ่มเติมและเหตุผลที่ให้เพิ่ม จะมีระบุไว้ในข้อความใต้หัวข้อ “การให้ค่าประสบการณ์”

มอนสเตอร์เร่ร่อน

มอนสเตอร์นั้นเดินไปมาทั่วทั้งบริเวณเหมือง การเผชิญหน้าแบบสุ่มจะเป็นตัวย้ำเตือนผู้เล่นว่ามอนสเตอร์ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ประจำที่เสมอไป และไม่มีส่วนไหนของดันเจียนที่ปลอดภัย การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่เดินไปมาเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกดดันผู้เล่นและตัวละคร, ป้องกันไม่ให้ผู้เล่นเบื่อหน่าย, และลดจำนวนทรัพยากรของคณะผจญภัยลง อย่างไรก็ตามการมีการเผชิญหน้าแบบสุ่มมากเกินไปก็ชวนให้เหนื่อยล้าเหมือนกัน ดังนั้นต้องไม่ใช้วิธีนี้บ่อยเกินไป

ถ้าตัวละครใช้เวลามากในพื้นที่หนึ่ง คุณสามารถทอยทดสอบว่ามีมอนสเตอร์เดินมาหรือไม่โดยการทอย d20 หนึ่งลูก หากทอยได้ 17-20 คือเจอกับมอนสเตอร์ หรือในทางกลับกันถ้าผู้เล่นดูจะเบื่อการสำรวจแล้ว คุณสามารถตัดสินใจให้มีการเผชิญหน้าเลยได้เช่นกัน ทอย d12 หนึ่งลูกและเทียบกับตารางมอนสเตอร์ที่เคลื่อนที่เพื่อหาว่าคณะผจญภัยต้องเจอกับอะไร

มอนสเตอร์ที่เคลื่อนที่ {#WanderingMonstersTable}

ทอย d12 ผลลัพท์
1–3 สเติร์กส์ (Stirges) (2d4)
4–5 กูล (Ghouls) (1d4)
6 กริก (Gricks) (1d4)
7–8 บักแบร์ (Bugbears) (1d4)
9 โครงกระดูก (Skeletons) (1d6)
10 ซอมบี (Zombies) (1d6)
11–12 เจลลี่เหลือง (Ochre Jelly) (1)

ลักษณะทั่วไป

อากาศในเหมืองเย็น, ชื้นและน่าแปลกที่มีลมพัดผ่าน มีลมสะอาดพัดไหลอยู่ทั่วทางเดิน พัดจาก พื้นที่ 1 ไปสู่ area 16

เพดาน อุโมงค์ถ้ำสูง 10 ฟุตเว้นแต่ว่ามีระบุไว้เป็นอย่างอื่น ห้องภายในจะสูง 20 ฟุต ขณะที่เพดานถ้ำตามธรรมชาติจะสูง 30 ฟุตมีหินย้อยกระจายทั่วไป

ประตู ประตูทุกบานสูง 6 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และทำด้วยหินตัดหนา 6 นิ้วมีมือจับและบานพับทำด้วยเหล็ก สัดส่วนของประตูทำเพื่อให้เหมาะกับดวอร์ฟ

ผนัง ผนังเป็นหินตัดหยาบ ในบางพื้นที่ (พื้นที่ 14, พื้นที่ 15, พื้นที่ 19, และพื้นที่ 20) ได้รับการตบแต่งด้วยบล็อกหินตัดเรียบ

พื้น พื้นทั้งหมดเป็นหินธรรมชาติ เป็นพื้นเรียบ

แสง ไม่มีแสง เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น กล่องข้อความจะถือว่าตัวละครมีแหล่งกำเนิดแสดง หรือมี ดาร์กวิชัน (darkvision)

หินงอก พบได้ในถ้ำธรรมชาติหลายแห่ง แท่งหินแหลมเหล่านี้งอกขึ้นมาจากพื้นและสามารถใช้เป็นสิ่งกำบังได้ (ดู “ที่กำบัง” ใน กฏพื้นฐาน)

เสียงคลื่นดังก้อง

ดันเจียนที่โดดเด่นมักจะมีลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ และถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนก็เป็นหนึ่งในนั้น เสียงดังก้องเป็นจังหวะของคลื่นสะท้อนดังไปทั่วเหมือง ดังขนาดที่ทำให้พื้นหินใต้เท้าสะเทือน คลื่นจะซัดเข้ามาเป็นช่วงราว 2 นาทีและเสียงจะยิ่งดังขึ้นเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

ถ้ำคลื่นเสียงสะท้อนนี้ไม่ได้ติดทะเลเลย แต่ระบบถ้ำที่มีน้ำเต็มพื้นที่นี้เชื่อมต่อกับน้ำพุร้อนใต้ดิน น้ำพุเดือดและทำให้เกิดคลื่นซัดกับช่องหินแคบ ทำให้เกิดเสียงเหมือนคลื่นกระแทก อธิบายเสียงนี้ให้ผู้เล่นฟัง มันจะทำให้พวกเขาสงสัยและล่อให้พวกเขาเข้าไปหาแหล่งกำเนิดเสียง พาให้พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในถ้ำในที่สุด

การเผชิญหน้าที่สำคัญ

การเผชิญหน้าในบทนี้ของการผจญภัยมีระบุไว้ในแผนที่ของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน

ถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน (Wave Echo Cave) ดูแผนที่สำหรับผู้เล่น

1. ทางเข้าถ้ำ

ไม่ว่าตัวละครจะมาถึงถ้ำด้วยแผนที่ของกันเดรนหรือจากข้อมูลตำแหน่งของถ้ำที่ได้จากแหล่งอื่น จุดเริ่มต้นของพวกเขาจะเริ่มที่ปากอุโมงค์แคบที่เป็นทางเข้าของถ้ำที่ซ่อนอยู่ภายในพื้นที่เชิงเขาซอร์ดเมาเทน

อุโมงค์ทางเข้าจะนำไปสู่โถงถ้ำที่ค้ำยันไว้ด้วยเสาหินธรรมชาติและมีหินงอกใหญ่ 3 แท่ง ที่ส่วนตะวันตกของถ้ำ หลังเสาหินใหญ่ มีผ้ารองนอน 3 ผืนและกองเสบียง มีถุงแป้ง, ถุงเกลือ, ถังใส่เนื้อเค็ม, ตะเกียง, ขวดน้ำมันตะเกียง, ขวานขุดหิน, พลั่ว, และอุปกรณ์อื่น ๆ ท่ามกลางสิ่งของ คุณเห็นร่างคนงานเหมืองดวอร์ฟคนหนึ่ง ตายมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือของถ้ำถล่มลงมา ทำให้เกิดหลุมขนาดกว้าง 10 ฟุตและลึก 20 ฟุต มีเชือกปอเหนียวแข็งแรงผูกอยู่กับหินงอกใกล้ ๆ และห้อยลงไปในหลุม ที่ก้นหลุมมีอุโมงค์ขุดทะลุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออก

ที่นี่เป็นจุดตั้งแคมป์ของพี่น้องร็อคซีคเกอร์ ดวอร์ฟที่ตายคือธาร์เดน น้องของกันเดรน ผู้ที่ถูกฆ่าโดยแมงมุมดำ น้องอีกคนของกันเดรน นันโดร เคยอยู่ที่นี่เมหือนกันแต่ตอนนี้ถูกจับเป็นเชลยของแมงมุมดำใน พื้นที่ 20

เสบียงของดวอร์ฟนี้มีประโยชน์ แต่ก็ไม่มีมูลค่าอะไร

หลุมเปิด การปีนขึ้นลงผนังของหลุมโดยไม่ต้องใช้เชิกต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) DC 15 ตัวละครที่ทอยได้ต่ำกว่าค่า DC ไป 5 แต้มหรือมากกว่าจะตกลงไปและได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 1d6 ต่อ 10 ฟุตที่ตกลงไป และติดสภาวะ ล้มคะมำ ที่ก้นหลุม อุโมงค์ที่ก้นหลุมจะนำไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไปถึงพื้นที่ 2 และทางตะวันตกไปถึง พื้นที่ 3

สมบัติ

ธาร์เดนใส่ บูทแห่งการก้าวย่างและการกระโจน (boots of striding and springing) ในช่วงที่เขาเร่งสำรวจส่วนที่เหลือของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน เนซส์นาร์ร์มองข้ามไอเท็มนี้ไป

2. อุโมงค์ภายในเหมือง

ทางเดินวงกตนี้เป็นส่วนที่เก่าแก่ของเหมืองเก่าในถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน

พื้นที่นี้ประกอบด้วยทางเดินตัดกันมากมาย เพดานสูงเพียง 6 ฟุต และบางเส้นทางก็ไปตันที่จุดขุดค้น

สุดทางเดินเป็นที่ที่คนขุดเหมืองเลิกล้มและตัดสินใจย้ายไปขุดจุดอื่น มี เจลลี่เหลือง (ochre jelly) ตัวหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างใจเย็น เมื่อคณะผจญภัยเข้ามาในส่วนนี้ของเหมือง เจลลี่ก็เริ่มออกล่า สัญชาตญาณของมันรอคอยโอกาสที่จะโจมตีเป้าหมายที่อยู่ตามลำพัง

3. ทางเข้าเก่า

อุโมงค์ที่ไปทางด้านทิศใต้เป็นทางเข้าเดิมของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน แต่มันถูกฝังไปเพราะถ้ำถล่มเมื่อหลายศตวรรษก่อน การต่อสู้รุนแรงเกิดขึ้นที่นี่เมื่อออร์คบุกโจมตีเหมือง ร่างผู้เสียชีวิตก็ยังคงอยู่ที่นี่

มีอุโมงค์หลายสายตัดกันในโถงถ้ำธรรมชาติสูง 30 ฟุตนี้ ผนังเป็นการแกะสลักอย่างง่ายแสดงภาพของคนงานเหมืองดวอร์ฟและโนม ที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เบื้องล่างภาพแกะสลักมีโครงกระดูกราวสองโหลอยู่ในชุดเกราะขึ้นสนิมกระจายอยู่ทั่วพื้นถ้ำ โครงกระดูกบางโครงเป็นดวอร์ฟ บางโครงเป็นออร์ค รอบถ้ำมีตะเกียงทองเหลืองขนาดใหญ่วางอยู่บนผนังหรือแง่หิน แต่ไม่มีดวงไหนถูกจุดไว้

ที่ห้อยอยู่บนเพดานเหมือนค้างคาวคือ สเติร์จ (stirges) 10 ตัว เจ้าพวกนี้หิวโหยอยู่ในถ้ำนี้ และพวกมันตะกละตะกรามมาก ถ้าตัวละครนั่งลงไปสำรวจโครงกระดูกที่พื้น สเติร์จจะพุ่งมาโจมตี ตัวละครใดที่ไม่ได้สังเกตเพดานจะ ประหลาดใจ (surprised) เว้นแต่ว่าค่าการรับรู้ตามธรรมชาติ (passive Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) ของเขาหรือเธอจะมากกว่าค่าความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) ของพวกมัน (ทอยครั้งเดียวใช้ทั้งกลุ่ม) ตัวละครที่ไม่ประหลาดใจจะได้ยินเสียงกระพือปีกขณะที่สเติร์จร่อนลงมาโจมตี

ตะเกียงและภาพแกะสลักของคนงานเหมืองที่กำลังทำงานมีไว้สำหรับต้อนรับผู้มาร่วมงานใหม่

4. ห้องยามเก่า

ห้องยามนี้เคยป้องกันทางเข้าเหมืองที่อยู่ใกล้กัน แต่มันถูกโจมตีเป็นที่แรกในคราวที่พวกออร์คบุก

ม้านั่งหินที่แตกกระจัดกระจายและกองเศษซากจากเพดานที่ถล่มลงมาบางส่วนกองเต็มห้อง ท่ามกลางเตียงนอนหินที่พังทลายและชั้นวางอาวุธที่ล้มคว่ำอยู่ คือกระดูกของคนแคระและออร์กหลายร่าง

ในราวน์หลังจากที่สิ่งที่มีชีวิตคนหนึ่งเข้ามาในห้องนี้ กระดูกก็เริ่มสั่นและเริ่มเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ก่อร่างเป็น โครงกระดูก (skeletons) 9 ตัว พวกมันจะสู้จนกว่าจะถูกทำลายหมด

5. ห้องทำงานของนักตรวจสอบแร่ (Assayers’ Office)

นักตรวจสอบสินแร่ทำงานอยู่ในห้องนี้ ชั่งน้ำหนักและประเมินค่าแร่ธาตุและจ่ายเงินให้คนงานเหมือง

ห้องนี้เคยเป็นสำนักงานหรือห้องเก็บของบางอย่าง มีเคาท์เตอร์หินขนาดใหญ่อยู่กลางห้องเป็นตัวแบ่งห้องออกเป็นสองส่วน มีชุดตาชั่งเหล็กฝุ่นเกาะสามชุดตั้งอยู่ มีช่องเก็บเอกสารอยู่ที่ผนังด้านทิศเหนือเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษฝุ่นจับ มีศพที่ตายมาเนิ่นนานเกลื่อนทั่วห้องดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นโนมและออร์ค

กระดาษอายุหลายร้อยปีในช่องเก็บเอกสารจะสลายตัวถ้าถูกสัมผัส แต่ตัวละครที่สามารถอ่านภาษาดวาฟวิชได้จะสามารถสังเกตเห็นอักขระบนกระดาษบางแผ่น เป็นบันทึกน้ำหนักและการชำระเงิน

สมบัติ

หลังเคาท์เตอร์มีตู้เซฟเหล็กล็อคไว้ ต้องใช้เครื่องมือโจร (thieves’ tools) และทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 20 เพื่อเปิดตู้ ตู้เซฟนี้ไม่มีใครสนใจในตอนที่เกิดการต่อสู้ ภายในมี 600 cp, 180 sp, 90 ep, และ 60 gp

6. โรงนอนด้านทิศใต้

ห้องนี้เป็นโรงนอนของคนงานเหมือง ที่ที่เหล่านักขุดมากทักษะที่ทำงานในถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนจะได้พักผ่อนระหว่างกะ ตัวละครใดที่ฟังเสียงที่แว่วมาจากประตูที่แง้มเล็กน้อยจะได้ยินเสียงเคี้ยวกร้วมและเสียงแตกหัก โดยทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10

เตียงหินเก่าเรียงเป็นแถวติดกับผนังในห้องนี้ และกระถางไฟเหล็กมีถ่านเก่าอยู่เต็มตั้งอยู่กลางห้อง กระดูกของดวอร์ฟและออร์คราวครึ่งโหลกระจายอยู่บนพื้นห้อง บ้างก็อยู่ในชุดเกราะ มีร่างสีเทาหลังค่อมอยู่ท่ามกลางกองกระดูก ตะกุยไปทั่วและแทะกระดูกอยู่

กูล (ghouls) 3 ตัวจากฝูงใน พื้นที่ 9 จะอยู่ที่นี่ มากัดแทะกระดูกโบราณด้วยหวังว่าจะเหลือเนื้อหรือไขกระดูกที่กินได้บ้าง พวกกูลหิวเนื้อสดอยู่แล้ว จะโจมตีโดยทันที

กูล (Ghoul)

7. ห้องเก็บของร้าง

แม้รอบด้านจะถูกทำลาย แต่ส่วนทางทิศเหนือของเพื้นที่เก็บของนี้ยังคงสภาพดีอยู่

ผนังด้านตะวันออกของห้องนี้ถล่มลงมาเป็นกองหินใหญ่ ทางด้านทิศเหนือมีประตูบานหนึ่งเปิดแง้มอยู่ เข้าไปเป็นห้องเก็บของขนาดพอเหมาะ ถังไม้ฝุ่นจับวางอย่างเป็นระเบียบติดผนัง ทั้งหมดมีรอยปริแตกตามอายุของมัน

มันก็ไม่ได้เป็นจุดที่สบายนัก แต่ห้องเก็บของนี้สามารถเป็นที่พักได้ ไม่มีมอนสเตอร์มาทางนี้ ยิ่งกว่านั้นประตูห้องก็ยังคงสภาพดีอยู่และสามารถกั้นหรือเอาของมาขวางได้จากด้านใน

สิ่งที่อยู่ในถังไม้ระเหยไปนานแล้ว

8. ถ้ำเห็ดรา

ถ้ำนี้เป็นตัวขัดขวางการสำรวจของเนซส์นาร์ เจ้าดราวสงสัยว่าโรงทำงานเวทย์มนต์ของเหมืองน่าจะอยู่ใกล้แล้ว แต่เขาก็ลังเลที่จะเสี่ยงจัดการกับมอนสเตอร์ที่อยู่ที่นี่

มีเชื้อราประหลาดขึ้นเป็นพรมไปทั่วพื้นของโถงถ้ำนี้ มีทั้งเห็ดราที่เป็นลูกบอลมีขนปุยขนาดราวหนึ่งฟุต, เห็ดที่ขึ้นเป็นชั้น ๆ บนหินงอก และมีเห็ดขนาดใหญ่สูงราว 5 ฟุตอยู่ด้วย เห็ดราที่เป็นลูกบอลเรืองแสงสีเขียวหม่นดูน่าขนลุก

เชื้อราส่วนใหญ่ไม่มีอันตรายอะไร และเห็ดราสีเขียวเรืองแสงก็ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถมองเห็นทั่วพื้นที่ถ้ำได้โดยไม่ต้องมี ดาร์กวิชัน (darkvision) หรือแหล่งกำเนิดแสง

แก๊สพิษ เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตพยายามจะผ่านถ้ำนี้ พรมเห็ดราที่ปกคลุมพื้นส่วนใหญ่ของถ้ำจะปล่อยแก๊สพิษออกมาในอากาศ สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวที่อยู่ในถ้ำต้องทอยป้องกันความอดทน (Constitution) DC 11 ให้ผ่าน หรือได้รับความเสียหายจากพิษ 3d6 และติดสภาวะ ติดพิษ (poisoned) เป็นเวลา 10 นาที แก๊สจะสลายตัวไปภายใน 1 นาที แต่จนกว่าจะถึงเวลานั้น สิ่งมีชีวิตที่จบเทิร์นของมันในถ้ำต้องทอยป้องกันไปเรื่อย ๆ

9. ถ้ำใหญ่

โถงถ้ำใหญ่นี้ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นห้องจัดเลี้ยง เป็นพื้นที่ประชุม และเป็นโถงดื่มเหล้ามีดสำหรับคนงานในเหมือง

พื้นหินมีลักษณะเป็นผาชันแบ่งถ้ำขนาดใหญ่นี้ออกเป็น 3 ส่วน ส่วนกลางจะอยู่ต่ำกว่าและอีกสองส่วนอยู่สูงกว่า มีบันไดสามารถเดินขึ้นลงได้ มีโต๊ะใหญ่สองตัวอยู่ที่ส่วนกลาง และมีกระถางไฟเก่าคู่หนึ่ง มีโต๊ะที่เล็กกว่าอยู่ทางส่วนตะวันตก มีโครงกระดูกราวโหลหนึ่งของนักรบดวอร์ฟ, โนม, ออร์ค และโอเกอร์กระจายกันอยู่ทั่วบริเวณมีร่องรอยการต่อสู้อย่างดุเดือดที่นี่เมื่อนานมาแล้ว

กูล (ghouls) 7 ตัวซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของส่วนทางตะวันตก พวกมันรับรู้ถึงแสงสว่างหรือเสียงในบริเวณอื่นในถ้ำและรีบพุ่งเข้ามาเพื่อโจมตี พวกอันเดดหิวจัดและจะสู้จนกว่าจะถูกทำลาย

หน้าผานี้สูง 10 ฟุตและต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) DC 12 เพื่อไต่ขึ้นไป สิ่งมีชีวิตวิตที่ตกลงมาหรือถูกน็อคจากด้านบนของยกพื้นจะได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 1d6 และจะตกลงมาติดสภาวะ ล้มคะมำ (prone)

10. สระน้ำมรณะ

มีสมบัติซ่อนอยู่ในถ้ำสระน้ำนี้

สระน้ำนิ่งกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของถ้ำนี้ พื้นน้ำดำสนิท มีแค่ภาพลาง ๆ ของสิ่งที่อาจจะอยู่ด้านล่าง ขอบสระมีชั้นบาง ของเศษเปลือกหอยแปลก ๆ สีซีด และกลิ่นคาวปลาโชยอยู่ในอากาศ

มีทางเดินทอดไปทางใต้จากพื้นที่นี้และมีบันไดขึ้นไปทางตะวันออก มีสายน้ำไหลเอื่อยออกจากถ้ำไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ

สระน้ำลึก 20 ฟุตตรงกลางสระ กระแสน้ำทางตะวันออกเฉียงเหนือลึก 3 ฟุต และเพดานของทางเดินสูง 2-3 ฟุตจากระดับน้ำ ตัวละครสามารถเดินลุยน้ำตามกระแสน้ำไปจนถึง พื้นที่ 18

ตัวละครที่สำรวจสระจะเจกับโครงกระดูกเก่านอนอยู่ก้นสระ ห่างจากขอบสระ 10 ฟุตและอยู่ใต้น้ำ 10 ฟุต นี่เป็นสิ่งที่เหลืออยู่ของวิซาร์ดชาวมนุษย์จากแฟนดูลินเก่าที่ตายในการป้องกันเหมืองจากการโจมตีของพวกออร์ค ยังมีลูกธนูปักอยู่ในกระดูกซี่โครงของศพ

สมบัติ

โครงกระดูกสวมแหวนแพลตินัม 2 วง (วงละ 75 gp) และกำ ไม้เท้าแห่งมิสไซล์เวทย์มนต์ (wand of magic missiles) ในมือที่เหลือแค่กระดูก

11. โรงนอนด้านทิศเหนือ

ประตูทางตะวันออกถูกกั้นด้วยสิ่งกีดขวางจากด้านในห้องและต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 20 ในการพังประตูเข้าไป ตัวละครที่ลองฟังที่ประตูและทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 10 จะได้ยินเสียงพูดคุยแบบก๊อบลินและคุยกันถึงว่าพวกมันหิวกันแค่ไหน

เตียงหินเก่าตั้งเรียงกันตามผนังของโรงนอนนี้ ซึ่งมันสว่างและอบอุ่นโดยกระถางไฟเหล็กที่กลางห้อง

ถ้าคณะผจญภัยเข้ามาทางตะวันตก เพิ่ม:

ที่ตรงข้ามกันมีประตูอีกบาน ที่ถูกกั้นไว้ด้วยโต๊ะไม้

บักแบร์ (bugbears) 5 ตัวอยู่ในห้องนี้ พวกมันเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของเนซส์นาร์ ห้องนี้เป็นฐานแนวหน้าของการบุกถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนของแมงมุมดำ และพวกบักแบร์อยู่ที่นี่เพื่อป้องกัน กูล (ghouls)ซอมบี้ (zombies) หรืออันเดดอื่นที่จะมาสร้างปัญหาให้เจ้านายของพวกมันในรังของเขา (พื้นที่ 19)

เหมือนกับ พื้นที่ 6 ที่นี่เคยเป็นโรงนอนของเหล่าคนงานเหมือง พวกบักแบร์ของเนซส์น่าย้ายศพของพวกเขาออกไปเมื่อพวกมันเจอที่นี่และทำการกั้นประตู

สมบัติ

บักแบร์ที่ตัวใหญ่ที่สุดมีถุงที่มี 15 cp, 13 ep, และ โพชันแห่งพละกำลัง (potion of vitality)

12. ถ้ำโรงหลอม

เหมือนกับถ้ำเห็ดราที่ พื้นที่ 8 ห้องนี้ก็มีอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เนซส์นาร์ไม่สามารถบรรลุจุดประสงค์ของเขาได้ นั่นก็คือโรงตีเหล็กแห่งคาถา (the Forge of Spells) (พื้นที่ 15) ดราวยังคงวางแผนเพื่อผ่านพวกอันเดดในพื้นที่นี้

เตาหลอมเหล็กและเครื่องกลที่อยู่ด้านล่างได้พลังงานจากกังหันน้ำเป็นสิ่งที่เด่นสะดุดตาในห้องนี้ เตาหลอมนั้นเย็นและมืดหม่นแต่ก็มีกองถ่านหินอยู่ใกล้กัน พร้อมด้วยรถเข็นที่มีแร่เหล็กที่รอถลุงอยู่เต็มคัน กังหันน้ำอยู่ในทางน้ำขนาดกว้าง 10 ฟุต ที่ขุดจากพื้นห้อง แต่ตอนนี้ทางน้ำแห้งสนิท มีทางเดินออกไปทางตะวันตก, ทางใต้ และตะวันออก ทางน้ำออกไปทางเหนือและตะวันออก

มีศพแห้งราวหนึ่งโหลกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณห้อง ศพของดวอร์ฟและออร์คเหล่านี้ยังคงใส่เกราะของพวกเขา ที่ลอยอยู่เหนือศพคือหัวกะโหลกที่ลอยอยู่และมีเปลวไฟสีเขียวลุกท่วม

นักรบดวอร์ฟ 8 ศพเป็น ซอมบี้ (zombies) พวกมันตื่นขึ้นและไล่ตามสิ่งที่มีชีวิตใดที่เข้ามาในบริเวณห้อง แต่พวกมันจะไม่ไล่ตามสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกพื้นที่มากกว่า 1 ราวน์ ยิ่งกว่านั้น มีอันเดดที่มีสติปัญญาสูงกว่าคอยเฝ้าอยู่ในพื้นที่นี้ นั่นคือ เฟลมสกัล (flameskull) 1 ตัว สิ่งมีชีวิตนี้เคยเป็นข้ารับใช้ของวิซาร์ดชาวมนุษย์ที่เป็นพันธมิตรกับดวอร์ฟและโนมแห่งแฟนเดลเวอร์ และมันยังคงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการป้องกันผู้บุกรุกที่จะผ่านเข้ามา

ห้องอันน่าตื่นตานี้เคยเป็นหัวใจของการทำเหมืองในถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน ที่นี่ พวกดวอร์ฟจะหลอมแร่ให้กลายเป็นแท่งเงิน, ทอง และแพลตินัม ทางน้ำที่แห้งขอดเป็นที่ที่ดวอร์ฟจะผันกระแสน้ำจาก พื้นที่ 18 มาเป็นพลังงานให้กังหันน้ำที่นี่ ซึ่งจะส่งพลังงานทำให้เครื่องกลของตัวเตาหลอมทำงานได้

เฟลมสกัล (Flameskull)

ที่พื้นทางน้ำจะลึก 5 ฟุตจากระดับพื้น และไม่ต้องทอยทดสอบความสามารถในการขึ้นหรือลงในทางน้ำ ตัวละครที่อยู่ในทางน้ำสามารถเดินตามทางไปเพื่อออกจากห้องนี้ได้ทางทิศเหนือหรือตะวันออก แต่เพดานจะสูงแค่ 5 ฟุตเมื่อทางน้ำออกไปจากห้องนี้

13. ถ้ำแสงดาว

สภาพโครงสร้างที่เสียหายและโครงกระดูกที่เหลืออยู่ในพื้นที่นี้ เป็นหลักฐานที่แสดงถึงการต่อสู้ด้วยเวทย์มนต์ที่มีอำนาจมหาศาลที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่อออร์คและวิซาร์ดรับจ้างของพวกมันบุกถล่มเหมือง

ผลึกแร่แวววาวสะท้อนแสงบนเพดานของโถงถ้ำใหญ่นี้ เมื่อต้องแสงไฟมันจะเกิดภาพที่สวยงามเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน มีโครงกระดูกราวโหลหนึ่งนอนเกลื่อนอยู่ที่พื้น หลายศพถูกทับด้วยก้อนหินและซากปรัก

ถ้ำนี้ใหญ่พอที่จะบรรจุอาคารสองหลังได้ อาคารแต่ละหลังก่อด้วยหินมีขนาดพอที่จะให้มนุษย์ใช้งาน ดูจากขนาดประตูและเครื่องเรือนที่มีขนาดต่างจากที่เห็นในพื้นที่อื่นของเหมือง ผนังของสิ่งก่อสร้างทั้งสองมีรอยทุบทำลายและรอยเขม่าดำ ประตูคู่แตกออกและมีรอยไหม้

ถ้ำถูกแบ่งครึ่งด้วยพื้นต่างระดับ และมีบันไดที่แกะจากพื้นลงไปที่โถงด้านล่าง มีทางเดินออกไปจากพื้นที่อยู่ทางเหนือ, ใต้ และตะวันตก

อาคารที่เสียหายจะมีอธิบายในพื้นที่ 14 และ พื้นที่ 15 ผลึกแร่บนเพดานสวยมาก แต่พวกมันไม่มีค่าหรือมีผลทางเวทย์มนต์ใด ๆ

ตัวละครที่มีความชำนาญในทักษะ เวทย์อาคมลี้ลับ (Arcana) สามารถสัมผัสได้ถึงออร่าจาง ๆ ของเวทย์มนต์ในถ้ำนี้ (คาถา ตรวจจับเวทย์มนต์ (detect magic) จะให้ผลเหมือนกัน) ออร่าจะเข้มขึ้นเมื่อเข้าใกล้อาคารทางด้านทิศเหนือ (พื้นที่ 15)

14. เขตพักของเหล่าวิซาร์ด

ประตูที่เปิดเข้าสู่พื้นที่นี้พังเสียหาย บานพับเหล็กหลอมละลายไปบางส่วน การพังประตูเข้าไปต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง DC 15

ฝุ่น ขี้เถ้า ผนังที่ไหม้ดำจากไฟ และกองซากปรักหักพังใต้เพดานที่พังถล่มแสดงให้เห็นว่าห้องนี้ถูกทำลายโดยแรงระเบิดรุนแรง เครื่องเรือนเช่นโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเตียงไหม้เป็นถ่านหรือแตกหัก แต่ยังอยู่ในสภาพพอใช้ได้ ใกล้ปลายเตียงมีหีบเหล็กไหม้ไฟหีบหนึ่งตั้งอยู่

ห้องนี้มีวิญญาณที่ยังคงวนเวียนของวิซาร์ดคนสุดท้ายที่ตายที่นี่ วิญญาณร้ายมอร์เมสค์ (Mormesk the wraith) เข้าจะไม่ปรากฏตัวขึ้นทันทีแต่จะผุดขึ้นมาจากพื้นเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเข้ามาในบริเวณห้อง

มอร์เมสค์เคยเป็นเมจที่ทรงอำนาจจนกระทั่งเขาพบจุดจบในการสมรภูมิเวทย์มนต์ในช่วงสุดท้ายที่กองกำลังออร์คเข้าโจมตี ความพยาบาทหลายร้อยปีกัดกินวิญญาณของเขา เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นวิญญาณพยาบาท

มอร์เมสค์เป็นผู้นำเหล่าอันเดดที่สิงสู่ในถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน วิญญาณร้ายใช้เวลาของเขาที่นี่เพราะมีสมบัติที่เขาเก็บรวบรวมมาทั้งชีวิตอยู่ในหีบไหม้ไฟนั้น (ดู “สมบัติ”) เมื่อกลายเป็นวิญญาณไปแล้ว เขาจึงมิอาจสัมผัสหรือครอบครองความมั่งคั่งที่เขาเคยมีเมื่อตอนมีชีวิตได้

อาคารนี้ทำหน้าที่เป็นเรือนรับรองแขกเมื่อมีผู้มาเยี่ยมชมงานของเหล่าวิซาร์ดในโรงตีเหล็กแห่งคาถา (Forge of Spells) (พื้นที่ 15) แขกส่วนใหญ่เป็นมนุษย์จากเมืองข้างเคียง เครื่องเรือนส่วนใหญ่มีขนาดเหมาะกับมนุษย์

การสวมบทบาทเป็นมอร์เมสค์

มอร์เมสค์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นน่าขนลุก เมื่อวิญญาณร้ายปรากฏตัวครั้งแรกจากพื้น มันจะพูดว่า “เจ้าพวกน่าชิงชัง หารู้ไม่ว่ามาถึงที่ตายกันแล้ว สมบัติของข้าเป็นของข้าผู้เดียว อย่าหวังจะได้แตะต้องเลยไอ้พวกโจร!” ถ้าตัวละครไม่พยายามอธิบายใช้เหตุผลใดกับวิญญาณร้าย มันจะโจมตี

ถ้าตัวละครพยายามอธิบายใช้เหตุผลกับวิญญาณ มันจะฟังว่าพวกเขาจะพูดอะไร ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ได้ทำร้ายมันหรือพยายามจะยึดเอาของของมัน วิญญาณร้ายถล้ำลงสู่ความชั่วร้ายจนเกินจะกลับแล้ว ดังนั้นทางเดียวที่ตัวละครจะสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือวิญญาณของมันได้ คือต้องเสนอบางสิ่งแลกเปลี่ยนกับชีวิตของพวกเขา บางสิ่งที่อดีตวิซาร์ดน่าจะมองว่ามีค่า มอร์เมสค์ให้ค่ากับไอเท็มเวทย์มนต์ (โดยเฉพาะม้วนคาถา), หนังสือคาถา, และความรู้ทางเวทย์อาคม ไม่ว่าจะเสนอของขวัญอะไร ตัวละครต้องทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทักษะ การโน้มน้าวชักจูง (Persuasion) DC 10 เพื่อโน้มน้าวให้วิญญาณร้ายเห็นค่าของสิ่งนั้น

ไม่ว่าตัวละครจะเสนออะไรให้มัน วิญญาณร้ายจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องกล้องยาสูบไม้ในหีบไหม้ไฟเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม มันจะยอมยกเงินเหรียญและอัญมณีให้หากตัวละครตกลงที่จะฆ่า ผู้เฝ้าดู (สเป็คเทเตอร์ - spectator) ในโรงตีเหล็กแห่งคาถา (วิญญาณร้ายจะไม่อธิบายว่าผู้เฝ้าดูคืออะไร มันแค่ชี้ไปทางพื้นที่ 15) เมื่อมันได้รับของขวัญแล้ว วิญญาณร้ายจะอนุญาตให้ตัวละครเปิดดูหนังสือของมัน และเก็บแผนที่ลับที่มีอยู่ในหนังสือเล่มหนึ่งได้ (ดู “สมบัติ”)

สมบัติ

หีบไหม้ไฟจะไม่ได้ล็อค และจะมี 1,100 cp, 160 sp, 50 ep, เพชร 3 เม็ด (เม็ดละ 100 gp) และกล้องยาสูบไม้แกะลายประดับด้วยแพลตินัม (150 gp)

มีคัมภีร์ที่รักษาสภาพด้วยเวทย์มนต์จำนวนหนึ่งอยู่ในชั้นหนังสือ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ แต่มีเล่มหนึ่งมีแผนที่เย็บติดอยู่กับปก สถานที่ในแผนที่นั้นจะรู้ได้โดยทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ การสืบสวน (Investigation) DC 12 แผนที่จะแสดงตำแหน่งของดันเจียนที่คุณสร้างขึ้นเอง เมื่อตัวละครจบการสำรวจที่นี่ แผนที่เก่านี้สามารถนำพวกเขาไปสู่การผจญภัยต่อไปได้

15. โรงตีเหล็กแห่งคาถา

ที่นี่เป็นที่ที่วิซาร์ดร่วมมือกับเหล่าดวอร์ฟและโนมแห่งภาคีแฟนเดลเวอร์ ดึงพลังเวทย์มนต์ที่อยู่ภายในถ้ำมาเสริมพลังให้อาวุธของดวอร์ฟและอุปกรณ์ของโนม ประตูทางเหนือสุดแตกหักและไหม้ไฟ บานพับประตูหลอมละลายไปบางส่วน การพังประตูเข้าไปต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง DC 15 ประตูคู่ทางตะวันตกก็ได้รับความเสียหายแต่ยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้

ห้องทำงานขนาดใหญ่นี้ได้รับความเสียหายอย่างมากจากการต่อสู้ด้วยเวทย์มนต์เมื่อในอดีตที่ทำให้เหมืองถูกทำลาย มีโต๊ะทำงานเข้ามุมสองด้านของห้องสภาพไหม้ไฟ และปูนฉาบผนังก็ไหม้ไฟและร่อนออกจากผนังหิน ที่กลางห้อง มีแท่นหินที่มีกระถางไฟเล็กตั้งอยู่ มีเปลวไฟสีเขียวน่าขนลุกวูบไหวไปมาและมีเสียงถ่านแตก กระถางไฟและฐานหินดูจะไม่ได้รับอันตรายจากพลังงานที่สร้างความเสียหายให้พื้นที่นี้

ด้านหลังของกระถางเปลวไฟสีเขียว มีสิ่งมีชีวิตรูปทรงกลมลอยอยู่เหนือพื้น มันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 ฟุต มีระยางค์ 4 สายงอกออกจากส่วนที่เป็นร่างกายออกมาด้านละสองระยางค์ มีดวงตาอยู่ที่ปลายระยางค์ทั้งสี่ ที่กลางลำตัวมีดวงตาขนาดใหญ่กำลังมองมาที่คุณ

“สวัสดี” เสียงหนา คร่อกแคร่กเหมือนน้ำท่วมปากดังขึ้นมาในหัวคุณ

ผู้เฝ้ามอง (สเป็กเทเตอร์ - Spectator)

มอนสเตอร์ที่เฝ้าอยู่ในห้องนี้คือ สเป็คเทเตอร์ (spectator) ตัวหนึ่ง วิซาร์ดมนุษย์คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในโรงตีเหล็กแห่งคาถา อัญเชิญสิ่งมีชีวิตนี้มาเพื่อปกป้องไอเท็มเวทย์มนต์ที่สร้างขึ้นและเก็บไว้ที่นี่ เมื่อเหมืองถูกโจมตี พวกออร์คทำลายสมดุลย์ของเวทย์มนต์ในบริเวณนี้ ทำให้การรับรู้ความเป็นจริงของสเป็คเทเตอร์ผิดเพี้ยนไป มันมีอาการทางจิตและเชื่อว่าเหมืองยังคงเปิดใช้งานอยู่ โดยมองข้ามหลักฐานทุกอย่างที่จะระบุเป็นอย่างอื่น

วิญญาณร้าย (wraith) (พื้นที่ 14) ต้องการไล่หรือฆ่าสเป็คเทเตอร์ให้ได้ แต่จนถึงตอนนี้ สิ่งมีชีวิตก็ยังสามารถรับมือกับการโจมตีของซอมบี้และกูลของมอร์เมสค์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ได้เอะใจถึงความผิดปกติที่มีพวกอันเดดอยู่ในเหมือง ถ้าคณะผจญภัยพยายามเคลื่อนย้ายสิ่งใดในห้องนี้ สเป็คเทเตอร์จะโจมตี ถ้าสเป็คเทเตอร์ติดสภาวะ ตาบอด ด้วยวิธีใดก็ตาม มันจะหายตัวกลับไปที่ภพภูมิบ้านเกิด เพราะคิดว่ามันไม่สามารถทำงานที่เป็นเป้าประสงค์ของการถูกอัญเชิญมาได้อีกต่อไป

ด้วยการทอยทดสอบเสน่ห์ (Charisma) ทักษะ การล่อลวง (Deception) DC 15 ตัวละครสามารถหลอกสเป็คเทเตอร์ให้คิดว่าสมาชิกคนหนึ่งในคณะผจญภัยเป็นวิซาร์ดหรือคนงานเหมืองที่ทำงานให้เจ้าของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน ส่งมายกเลิกการจ้างงานสเป็คเทเตอร์ ถ้าการหลอกลวงสำเร็จ สเป็คเทเตอร์จะเชื่อว่ามันถูกปลดปล่อยจากภาระหน้าที่แล้ว และมันจะหายตัวกลับไปที่ภพภูมิบ้านเกิด

กระถางแห่งไฟสีเขียว การทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ เวทย์อาคมลี้ลับ (Arcana) DC 15 จะระบุได้ว่ากระถางไฟนี้เป็นแหล่งพลังงานเวทย์มนต์ที่กระจายไปทั่วบริเวณถ้ำ เวทย์มนต์นี้เจือจางไปตามเวลาที่ผ่านไป จนสุดท้ายมันจะไม่มีอำนาจพอที่จะอยู่เพื่อเสริมพลังเวทย์มนต์ให้กับไอเท็มเวทย์มนต์อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม อาวุธที่ไม่มีเวทย์มนต์หรือเกราะธรรมดา นำมาอาบเปลวไฟสีเขียวอย่างน้อย 1 นาที จะกลายมาเป็น อาวุธ +1 หรือ เกราะ +1 ตามลำดับ เป็นเวลา 1d12 ชั่วโมง (ดู ภาคผนวก A) กระถางไฟจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปจากโรงตีเหล็กแห่งคาถาได้

ห้องทางด้านทิศเหนือ ห้องเล็กนี้เป็นห้องทำงานแยก เป็นจุดเตรียมไอเท็มเพื่อการเสริมพลังซึ่งจะมีการขัดเงา, ลงแล็กเกอร์และการจบงาน เหมือนกับห้องทำงานหลัก ที่นี่ก็ถูกทำลายเหมือนกัน

สมบัติ

ที่โต๊ะทำงานทางตะวันออกเฉียงใต้ของห้องมีไอเท็มกลุ่มสุดท้ายที่สเป็คเทเตอร์ปกป้องไว้ ไลท์บริงเกอร์ (Lightbringer) และ ดรากอนการ์ด (Dragonguard)

ไลท์บริงเกอร์ (Lightbringer). คฑา +1 นี้สร้างไว้สำหรับเคลอริกแห่งลาธานเดอร์ เทพแห่งอรุณรุ่ง หัวของคฑาทำเป็นรูปเหมือนดวงอาทิตย์เปล่งแสงและทำจากก้อนทองเหลืองบริสุทธิ์ ตามชื่อผู้นำแสงสว่าง (Lightbringer) อาวุธนี้เปล่งแสงสว่างเท่ากับคบไฟเมื่อใดก็ตามที่ผู้ถือออกคำสั่ง ขณะที่เปล่งแสง คฑาจะสร้างความเสียหายพิเศษจากแสงรัศมี (radiant) 1d6 ต่ออันเดด

ดรากอนการ์ด (Dragonguard). เกราะแผ่นหน้าอก (breastplate) +1 นี้ออกแบบตามลักษณะของมังกรทอง สร้างโดยฮีโร่ชาวมนุษย์แห่งเนเวอร์วินเทอร์ชื่อเทอร์กอน (Tergon) มันจะมอบการทอยป้องกันแบบได้เปรียบต่ออาวุธลมหายใจ จากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกลุ่มมังกรให้แก่ผู้สวมใส่

16. ถ้ำเสียงสนั่น (Booming Cavern)

เสียงเหมือนคลื่นซัดฝั่งที่ให้ชื่อถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนนั้น สามารถสืบตามมาจนถึงถ้ำที่มีน้ำขังแห่งนี้

ชานหินแคบมองลงไปที่พื้นที่ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีมวลน้ำไหลเชี่ยวปั่นป่วน เสียงดังสนั่นเป็นจังหวะที่ได้ยินไปทั่วทั้งถ้ำจะดังที่สุดที่นี่ ช่วงจังหวะปกติ จะมีคลื่นน้ำระลอกใหม่พุ่งเข้ามาให้โถงแห่งนี้และกระแทกอย่างแรงเข้ากับผนังในชานหิน เสียงสะท้อนนี้บ่งชี้ว่าถ้ำนี้อาจจะเป็นหนึ่งในถ้ำสาขาที่เชื่อมกับถ้ำที่ใหญ่กว่าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ชานหินที่โอบผนังด้านทิศใต้สูงจากระดับน้ำ 15 ฟุต อย่างไรก็ตาม เมื่อคลื่นน้ำซัดเข้ามาภายในถ้ำทุก 2 นาที มันจะเพิ่มระดับน้ำขึ้นมา 10 ฟุต หลังจากนั้นหนึ่งนาที ระดับน้ำจะกลับไปอยู่ในระดับปกติที่ 20 ฟุต

17. ท้องน้ำเก่า

กระแสน้ำที่ไหลจาก พื้นที่ 10 ไปถึง พื้นที่ 18 เคยไหลผ่านเส้นทางลุ่มต่ำนี้ และจะไหลออกไปสู่ พื้นที่ 16

ท้องน้ำเก่านี้ลึกราว 4 ฟุตและมีหินก้อนกลมและกรวดกระจายอยู่ทั่วไป มันอาจจะเคยเป็นแอ่งรับน้ำ แม้ว่าตอนนี้ไม่มีน้ำไหลผ่านแล้ว

พวกดวอร์ฟผันกระแสน้ำไปยังช่องทางน้ำที่ไหลไปสู่ พื้นที่ 12 เพื่อใช้ขับเคลื่อนกังหันน้ำสำหรับเตาหลอมเหล็ก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นภายในถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนระหว่างการสู้รบด้วยคาถาครั้งสุดท้าย ทำให้พื้นในพื้นที่ 18 ถล่มลง ทำให้กระแสน้ำไหลย้อนกลับไปอีกครั้ง ท้องน้ำเก่านี้ยังสามารถใช้เป็นทางเดินเพื่อเลี่ยงพวกอันเดดในพื้นที่ 12 ได้ แต่เนซส์นาร์ยังไม่รู้เรื่องนี้

18. ถ้ำหินถล่ม

บริวารของเนซส์นาร์ยึดครองถ้ำนี้ คอยเฝ้าระวังพวกอันเดดและค้นหาสิ่งหนึ่งที่อยู่ในกองหินในรอยแยก การพยากรณ์ของแมงมุมดำบอกว่ามีสมบัติที่มีค่าซ่อนอยู่ที่พื้นรอยแยกนี้ รอยแยกนี้เกิดขึ้นเมื่อพื้นที่นี้ถูกทำลายลง

รอยแยกกว้างกินพื้นที่ทางตะวันออกของถ้ำนี้ กระแสนำไหลออกมาจากกำแพงทางตะวันตก และไหลลงสู่รอยแยกและไหลออกไปทางเหนือ มีเชือกจำนวนหนึ่งผูกกับหมุดเหล็กห้อยลงจากขอบทางด้านตะวันตกลงไปที่พื้นด้านล่าง

บักแบร์ (bugbears) 3 ตัวคอยเฝ้าอยู่ที่นี่ สองตัวกำลังเคลียร์ก้อนหินที่พื้นรอยแยกด้านล่างขณะที่อีกตัวกำลังยืนเฝ้ายามอยู่ทางตะวันตกของถ้ำ มี ดอพเพลแกงเกอร์ (doppelganger) ตัวหนึ่งชื่อ วาลัก (Vhalak) คอยกำกับการทำงานโดยอยู่ในร่างของดราวหนุ่ม ถ้าการต่อสู้เกิดขึ้นในถ้ำหลัก บักแบร์สองตัวที่อยู่ด้านล่างจะปีนขึ้นมาร่วมต่อสู้

รอยแยก รอยแยกลึก 20 ฟุต การปีนขึ้นหรือลงโดยไม่ใช้เชือกต้องทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) ทักษะ การกรีฑา (Athletics) DC 10 สิ่งมีชีวิตที่ทอยไม่ผ่านและค่าที่ได้ต่ำกว่าค่า DC ลงไป 5 หรือมากกว่าจะตกลงไป และได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 1d6 ต่อความสูง 10 ฟุตที่ตกลงไป ติดสภาวะ ล้ำคะมำ (prone) ที่พื้นรอยแยก

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

ถ้าบักแบร์ถูกฆ่าไป 2 ตัวหรือมากกว่า ดอพเพลแกงเกอร์จะพยายามถอยไปพื้นที่ 19 เพื่อเตือนเนซส์นาร์

สมบัติ

การพยากรณ์ของเนซส์นาร์เที่ยงตรงทีเดียว ที่ถูกฝังอยู่ใต้กองหินที่พื้นรอยแยกนั้นคือโครงกระดูกของดวอร์ฟคนหนึ่ง สวมใส่ ถุงมือเหล็กแห่งพลังโอเกอร์ (gauntlets of ogre power) ศพของเขาถูกหินทับอยู่จนมองแทบไม่เห็น แต่สามารถสังเกตพบได้โดยทอยทดสอบความรอบรู้ (Wisdom) ทักษะ การรับรู้ (Perception) DC 20 ตัวละครแต่ละคนสามารถทำการทอยค้นหาได้ชั่วโมงละครั้ง

19. วิหารแห่งดูมาโธอิน (Temple of Dumathoin)

เนซส์นาร์ใช้ห้องนี้เป็นฐานบัญชาการของเขาขณะที่เขาออกสำรวจเหมืองและค้นหาโรงตีเหล็กแห่งคาถา

เสาหินอ่อนมีรอยแตกตั้งเรียงไปตามผนังของห้องโถงนี้ ที่สุดห้องด้านทิศเหนือมีรูปสลักสูง 9 ฟุตตั้งอยู่ เป็นรูปสลักของดวอร์ฟนั่งอยู่บนบัลลังก์ มีฆ้อนสงครามหินวางขวางบนตัก มีมรกตเม็ดใหญ่ส่องประกายอยู่ที่ดวงตาทั้งสองของรูปสลัก

ฝุ่นและเศษหินที่อยู่บนพื้นถูกกวาดไปไว้ด้านหนึ่ง และมีกองข้าวของลักษณะเป็นการตั้งแคมป์ไฟอยู่ด้านหน้าของรูปสลัก มีผ้ารองนอนราวครึ่งโหลและกระเป๋าสัมภาระเรียงอย่างเป็นระเบียบรอบกองไฟ มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของห้องระหว่างเสาสองต้น

ถ้าคนในห้องไม่รู้มาก่อนว่าตัวละครจะเข้ามา เพิ่มประโยค:

บักแบร์สองตัวยืนอยู่ข้างโต๊ะ ขนาบดาร์กเอลฟ์ที่แต่งตัวด้วยเกราะหนังสีดำสนิทและมีผ้าคลุม ในมือของเขามีไม้เท้าที่มีหัวเป็นรูปแมงมุมแกะสลัก กำลังขมวดคิ้วจ้องเขม็งมาทางคุณ

“ดูท่าแล้วข้าจะต้องจัดการกับพวกเจ้าด้วยตัวเอง แย่จริงที่ต้องจบแบบนี้”

แมงมุมดำเนซส์นาร์ (Nezznar the Black Spider) จะมีพรรคพวกเพิ่มเข้ามาเป็น แมงมุมยักษ์ (giant spiders) 4 ตัว ที่จะปกป้องเจ้านายของพวกมันจนตัวตาย ถ้าพวกเขารู้สึกถึงอันตราย แมงมุมจะไปซ่อนตัวอยู่หลังเสาหิน และเนซส์นาร์จะร่ายคาถา ล่องหน (invisibility) กับตัวเองและจะยืนอยู่ใกล้กับโต๊ะ ให้คุณทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) ทักษะ การลอบเร้น (Stealth) สำหรับเหล่าแมงมุม เมื่อผู้บุกรุกปรากฏตัว พวกแมงมุมจะพยายามจับพวกเขาด้วยใยก่อนที่จะเข้าต่อสู้ประชิดตัว เนซส์นาร์จะเข้าร่วมการต่อสู้ในราวน์หลังจากที่แมงมุมโจมตีแล้ว

ถ้า ดอพเพลแกงเกอร์ (doppelganger) จากพื้นที่ 19 ถอยหนีมายังพื้นที่นี้ มันจะใช้ร่างของนันโดร ร็อคซีคเกอร์ เพื่อให้เนซส์นาร์ใช้ “ดวอร์ฟ” เป็นเครื่องต่อรองบังคับให้คณะผจญภัยยอมจำนน (แม้ว่าดราวจะไม่ทำร้ายดอพเพลแกงเกอร์จริง ๆ) ดูข้อมูลเพิ่มเติมใน “การสวมบทบาทเป็นเนซส์นาร์

แมงมุมดำเนซส์นาร์ (Nezznar the Black Spider)

รูปสลัก รูปสลักเป็นรูปของดูมาโธอิน (Dumathoin) เทพเจ้าแห่งการทำเหมืองของชาวดวอร์ฟ ตัวละครใดที่มีความชำนาญในทักษะ ความรู้ศาสนา (Religion) จะรู้จักเทพองค์นี้ รูปสลักเป็นงานฝีมือที่สวยงามมาก และดวงตามรกตที่เห็นอยู่นี้ก็มีมูลค่าสูงมาก อย่างไรก็ตาม อัญมณีนั้นเป็นของทำเทียมที่เหมือนจริงมากแต่ก็ไร้มูลค่า หากพิเคราะห์อย่างละเอียดและทอยทดสอบความฉลาด (Intelligence) ทักษะ การสืบสวน (Investigation) DC 15 จะตรวจพบสิ่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคาถาทรงอำนาจกำกับคุ้มครองมันไว้อีกด้วย และคาถา ตรวจจับเวทย์มนต์ (detect magic) จะเผยออร่าที่เข้มข้นของเวทย์มนต์ป้องกันอยู่โดยรอบของรูปสลัก

ตัวละครสามารถปีนขึ้นไปบนรูปสลักได้อย่างง่ายดาย และแกะเอาอัญมณีลงมาได้โดยทอยทดสอบความแข็งแกร่ง (Strength) DC 10 อย่างไรก็ตาม ถ้าดวงตาข้างใดข้างหนึ่งถูกแกะออกมาก เสาหินที่ตั้งเรียงอยู่ตามผนังจะแตกออก ทำให้เพดานถล่มลงมา สิ่งมีชีวิตในห้องต้องทอยป้องกันความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 15 ทอยไม่ผ่านจะได้รับความเสียหายแบบกระแทก (bludgeoning) 4d10 จากเศษหินที่ร่วงลงมาทับและติดสภาวะ ล้มคะมำ (prone) หรือได้รับความเสียหายครึ่งเดียวหากทอยผ่าน

โต๊ะ บนโต๊ะมีกระดาษบันทึกและแผนที่แสดงให้เห็นความพยายามของเนซส์นาร์ในการสำรวจเหมือง มีถูกหนังสีดำบรรจุสมบัติอยู่รวมในกองกระดาษด้วย (ดู “สมบัติ”)

การสวมบทบาทเป็นเนซส์นาร์

แม้ว่าเขามีความตั้งใจจะฆ่าเหล่าตัวละคร เนซส์นาร์ก็ยังมีความสงสัยใครรู้เกี่ยวกับพวกเขา หากมีโอกาส เขาจะถามคำถามเกี่ยวกับตัวละครเรื่องตัวตนของพวกเขา กลุ่มสมาคมที่สังกัด ความสนใจ และเป้าหมายชีวิต เขาเก็บรวบรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ในความทรงจำโดยหวังว่าสักวันเขาอาจจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ได้เรียนรู้นี้ได้

เนซส์นาร์ยอมรับว่าเขาคือแมงมุมดำ และตั้งใจใช้ก๊อบลินแคร็กมาวและพวกโจรชุดแดงเพื่อให้แน่ใจว่าถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนจะเป็นความลับของเขาแต่เพียงผู้เดียว เขาจะพูดหรือทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ตัวละครหลงเชื่อ รวมถึงสัญญาว่าจะยอมแพ้หรือให้ความร่วมมือในการปราบมอนสเตอร์ที่เป็นอุปสรรคในการไปถึงโรงตีเหล็กแห่งคาถา อย่างไรก็ตาม เขาจะหักหลังตัวละครทันที่ที่พวกเขาหมดประโยชน์

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

สิ่งมีชีวิตในพื้นที่ 18 สามารถได้เยินเสียงการต่อสู้ในห้องนี้ได้ ถ้าพวกมันยังไม่ได้ถูกจัดการ พวกมันจะมาถึงจุดต่อสู้หลังจบ 3 ราวน์ และจะใช้เทิร์นต่อจากแมงมุมของเนซส์นาร์ทันที

ถ้าตัวละครสามารถจับกุมเนซส์นาร์ได้ และนำส่งเขาไปที่ศาลากลางของเมืองแฟนดูลิน ดราวจะถูกขังอยู่จนซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์หรือตัวแทนจากพันธมิตรแห่งเจ้าครองนครจะสามารถพาตัวเขาไปเมืองเนเวอร์วินเทอร์ได้ เพื่อรับการพิพากษาและสืบสวน อย่างไรก็ตาม หากไม่มีตัวละครใดคอยเฝ้าที่คุมขังไว้เลย เฮเลีย ธอร์นตัน (ดู บทที่ 2) จะมาแหกคุกพาตัวเขาไป และลักลอบออกไปจากแฟนดูลิน นำตัวเขาส่งให้กองกำลังของเซ็นธาริมที่รออยู่ พวกเซ็นท์ (Zhent) ต้องการจะรู้ทุกอย่างที่แมงมุมดำรู้เกี่ยวกับถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน อะไรจะเกิดขึ้นกับเนซส์นาร์ต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับคุณ

สมบัติ

เนซส์นาร์จะมี โพชันแห่งการฟื้นฟู (potion of healing) 1 ขวด และ ไม้เท้าแมงมุม (spider staff) 1 ด้าม นอกจากนั้น ดราวจะพบกุญแจเหล็กที่มีส่วนหัวเป็นรูปทั่งตีเหล็ก ลูกกุญแจนี้จะสามารถปลดล็อคประตูในพื้นที่ 20 ได้

การสำรวจถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนของเนซส์นาร์นั้น เขาก็ได้พบสมบัติบางอย่างด้วย ซึ่งดราวเก็บไว้ในถุงที่อยู่บนโต๊ะไม้ ในถุงจะมี 190 ep, 130 gp, 15 pp, พลอยและรัตนชาติเม็ดเล็ก 9 เม็ด (เม็ดละ 10 gp) และแก้วแอลของพวกดวอร์ฟ ทำด้วยแผ่นอิเล็กตรัม (100 gp)

การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์

ถ้าเนซส์นาร์ถูกจับเป็นและถูกนำส่งให้ซิลดาร์ ฮอลวินเทอร์หรือผู้ดูแลเมืองเวสเตอร์ในแฟนดูลินได้ ให้รางวัลกับคณะผจญภัยคูณสองจากค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากเขา

20. เขตที่อยู่ของนักบวช

ประตูที่เปิดเข้าห้องนี้ถูกล็อคไว้ ต้องใช้เครื่องมือโ๗รและทอยทดสอบความคล่องแคล่ว (Dexterity) DC 15 ในการเปิด เนซส์นาร์ (พื้นที่ 19) ถือกุญแจไว้

เว้นแต่ว่าตัวละครจะแอบทำอย่างเงียบ ๆ กิจกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่ประตูจะดึงดูดความสนใจของเนซส์นาร์และพันธมิตรในพื้นที่ 19 ทำให้ดราวส่งแมงมุมยักษ์มาตรวจสอบ

ผ้าเปรอะฝุ่นแขวนประดับผนังของห้องนี้ ในห้องมีเตียงและกระถางไฟ ดวอร์ฟที่ถูกซ้อมน่วมคนหนึ่งนอนถูกมัดและไร้สติอยู่ที่พื้นหินเย็น

ห้องนี้เคยเป็นของนักบวชที่ทำหน้าที่ในวิหารแห่งดูมาโธอิน (พื้นที่ 19) แต่เนซส์นาร์จัดให้มันมาเป็นห้องคุมขัง คนที่นอนอยู่ที่พื้นคือนันโดร ดวอร์ฟ ชาวบ้าน (commoner) และเป็นน้องเล็กสุดของสามพี่น้องร็อคซีกเกอร์ เนซส์นาร์ไว้ชีวิตเขาเพราะเขาคิดว่าดวอร์ฟน่าจะรู้อะไรเกี่ยวกับเหมืองมากกว่าที่เขาสารภาพ ดราวจะสอบสวนนันโดรวันละ 1-2 ครั้งตั้งแต่เขาถูกจับมา

ควาบคืบหน้าของเนื้อเรื่อง

นันโดรจะซาบซึ้งใจมากหากนักผจญภัยช่วยชีวิตเขาไว้ และเขาจะขอติดตามไปด้วยในระหว่างที่ทุกคนอยู่ในถ้ำเสียงคลื่นสะท้อนนี้ นันโดรไม่รู้อะไรมากกว่านักผจญภัยเลยเกี่ยวกับพื้นที่ในถ้ำ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถตอบอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ ดู “สมาชิกคณะผจญภัยที่เป็น NPC” สำหรับเกร็ดการเล่นเป็นนันโดร

ถ้าตัวละครจัดการกับเนซส์นาร์และบริวารแล้ว พื้นที่นี้จะสามารถใช้เป็นจุดปลอดภัยที่เอาไว้พักผ่อนได้ก่อนที่จะออกผจญภัยต่อไปในเหมือง

การให้รางวัลเป็นค่าประสบการณ์

ถ้านันโดรได้รับการช่วยเหลือและรอดชีวิต หารค่าประสบการณ์ 200 แต้มให้ทุกคนในคณะผจญภัย

บทสรุป

ด้วยความอดทนอุตสาหะและโชคนิดหน่อย เหล่านักผจญภัยก็ได้จัดการกับแมงมุมดำและทำลายแผนการของเขา ปลดปล่อยแฟนดูลินจากพวกโจรชุดแดงที่คอยระรานชาวบ้าน และยึดคืนเหมืองที่สาปสูญแห่งถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน คุณงามความดีของพวกเขาจะถูกจดจำตราบนานเท่านานในพื้นที่บริเวณนี้ของซอร์ดโคสท์ ในไม่กี่ปี การฟื้นฟูเหมืองแห่งภาคีแฟนเดลเวอร์จะนำความร่ำรวยมาสู่แฟนดูลินและช่วยสร้างความสงบสุขและความมั่งคั่งในพื้นที่

กันเดรนและนันโดร ร็อคซีคเกอร์ทำหน้าที่จัดการเหมืองใหม่ สำหรับความช่วยเหลือของนักผจญภัยที่มีต่อครอบครัวของเขา พวกเขายินดีที่จะมอบรางวัลแค่คณะผจญภัยเป็นหุ้นส่วน 10 เปอร์เซ็นต์ของกำไรจากเหมือง ถ้าตัวละครต้องการจะอยู่ในแฟนดูลินและอาจจะอยากซ่อมแซมคฤหาสน์เทรสเซนดาร์ หรือสร้างบ้านของตัวเอง ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยินดีอย่างยิ่งที่พวกเขาจะมาอยู่ด้วย และแม้ว่าพวกเขาเลือกจะออกเดินทางหาการผจญภัยต่อไป ชาวบ้านทั้งหลายก็ยังรอต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นสู่แฟนดูลินเสมอ

เมื่อจบการผจญภัยแล้ว ตัวละครควรจะมีเลเวล 5 ถ้าผู้เล่นของคุณต้องการเล่นตัวละครของพวกเขาต่อไป คุณสามารถใช้เนื้อหาจากชุดนี้ในการสร้างการผจญภัยของคุณเอง แผนที่ปริศนาที่พบใน พื้นที่ 14 ของถ้ำเสียงคลื่นสะท้อน สามารถใช้เป็นชนวนการผจญภัยต่อได้ แต่ก็ขอให้คุณลองดูไอเดียอื่นโดยใช้มอนสเตอร์, ไอเท็มเวทย์มนต์ และสถานที่ในการผจญภัยนี้เป็นตัวเลือกด้วย ถ้าคุณต้องการสร้างการผจญภัยสำหรับตัวละครที่เลเวลสูงกว่า 5 คุณต้องใช้ กฏพื้นฐาน (Basic Rules) หรือหนังสือกฏฉบับเต็ม: คู่มือผู้เล่น (Player’s Handbook)แนวทางสำหรับดันเจียนมาสเตอร์ (Dungeon Master’s Guide), และ สารานุกรมมอนสเตอร์ (Monster Manual)